ประวัติศาสตร์ระบบรางของไทยผ่าน บทเรียนราคาแพง จากอุบัติเหตุครั้งใหญ่หลายครั้ง ที่มักจบด้วยการ ถอดบทเรียน แต่ยังคงเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก
SPACEBAR ย้อน-ถอดรหัสความสูญเสีย 4 ยุค เพื่อชี้ให้เห็น เบื้องหลังตัวเลขสถิติเหล่านั้น มี "ช่องโหว่" ที่ล้วนแล้ว เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งสิ้น
ตลิ่งชัน 2522 บทเรียนยุครางเดี่ยวกับการฝ่าสัญญาณไฟ
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2522 สมัยนายกฯ พล.อ. เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เช้าตรู่วันที่ 21 สิงหาคม ณ ชุมทางตลิ่งชัน เกิดอุบัติเหตุที่พรากชีวิตผู้คนไปถึง 51 ราย และบาดเจ็บสาหัสจำนวนมาก
สาเหตุเกิดจาก ขบวนชานเมือง เส้นทางราชบุรี-ธนบุรี วิ่งตัดหน้า และ ชนประสานงากับ ขบวนสุพรรณบุรี-ธนบุรี
หากเปิดดูสำนวนสอบสวนลึกๆ จะพบข้อมูลว่า ขบวนสินค้าเส้นทางบางซื่อ-ปาดังเบซาร์ ได้วิ่งฝ่าสัญญาณไฟสีแดง เข้ามาชนกลางลำของขบวนผู้โดยสารอย่างจัง
ศาลทหารกรุงเทพได้พิพากษาจำคุก ทั้งพนักงานขับรถไฟสินค้าและพนักงานหอสัญญาณในปี พ.ศ. 2534
รถไฟผีสิง 2529
หากพูดถึงเหตุการณ์ทางรถไฟที่เกิดขึ้นในพื้นที่ กทม. ปี พ.ศ. 2529 เป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ นั่นคือเหตุการณ์ "รถไฟผีสิง" หรือ "ขบวนรถจักรไร้คนขับพุ่งชนสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง)"
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 ในเช้าวันนั้น ที่โรงรถจักรบางซื่อ พนักงานได้ทำการติดเครื่องยนต์รถจักรดีเซลพร้อมกันถึง 6 พ่วงติดกันไว้เพื่อวอร์มเครื่องยนต์และเตรียมนำไปใช้งาน แต่พนักงานขับรถและช่างเครื่องได้ลงจากตัวรถเพื่อไปทำภารกิจส่วนตัว โดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์และไม่ได้หนุนล้อห้ามล้อเอาไว้ ตามระเบียบความปลอดภัย
เนื่องจากเครื่องยนต์ที่เปิดทิ้งไว้ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน ประกอบกับระบบลมเบรกเกิดรั่ว ส่งผลให้ระบบห้ามล้อคลายตัว รถจักรทั้ง 4 คันที่พ่วงกันอยู่และมีน้ำหนักรวมกันหลายร้อยตัน จึงเริ่มเคลื่อนตัวและไหลออกจากโรงรถจักรบางซื่อ มุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทางรถไฟสายหลักที่จะวิ่งเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยที่ไม่มีคนขับอยู่บนรถเลยแม้แต่คนเดียว
เมื่อรถไฟไหลลงเนิน ความเร็วก็เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากการคำนวณพบว่าขบวนรถจักรนี้วิ่งด้วยความเร็วสูงถึงประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งผ่านสถานีสามเสน และผ่าทางตัดเสมอระดับต่างๆ ใจกลางเมือง เช่น ทางตัดยมราช โดยที่เจ้าหน้าที่กั้นถนนต้องรีบเอาไม้กั้นลงอย่างโกลาหลเพื่อไม่ให้รถยนต์ถูกชน
เมื่อขบวนรถจักรไร้คนขับวิ่งมาถึงสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ซึ่งเป็นสถานีปลายทางแบบตัน ขบวนรถได้พุ่งเข้าชนแผงกั้นชานชาลาอย่างรุนแรงมหาศาล เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกทำให้หัวรถจักรพุ่งทะยานเกยตื้นขึ้นมาบนชานชาลา กวาดเอาเก้าอี้พักคอย สิ่งปลูกสร้าง และพุ่งทะลุเข้าไปในห้องโถงผู้โดยสารของสถานีหัวลำโพง จนฝุ่นตลบอบอวล
เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บอีก 4 คน
เหตุการณ์ "รถไฟผีสิง พ.ศ. 2529" กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกในยุคนั้น และนำไปสู่การปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในการควบคุมและจอดรถจักร
ฉะเชิงเทรา 2563 ทางลักผ่านลาดชัน - เสียงเพลงที่กลบหวีดเตือน
ในปี พ.ศ. 2563 โศกนาฏกรรมย้ายฝั่งไปเกิดที่ต่างจังหวัด ณ จุดตัดทางรถไฟสถานีคลองแขวงกลั่น จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อรถไฟบรรทุกสินค้าพุ่งชนรถบัสที่นำคณะคนงานไปทอดกฐินอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 19 ราย บาดเจ็บ 44 ราย
นักนิติวิทยาศาสตร์และตำรวจไปถอดรหัสสาเหตุก็พบว่า บนรถบัสมีการเปิดเพลงเสียงดังจนกลบเสียงหวีดเตือนอันดังสนั่นของรถไฟ
ยิ่งไปกว่านั้น จุดเกิดเหตุเป็นเนินลาดชันที่ชำรุดและไม่มีเครื่องกั้นอัตโนมัติ ประกอบกับ รถบัสบรรทุกผู้โดยสารมาเกินพิกัด ทำให้รถบัสเร่งเครื่องขึ้นเนินได้ช้ามากจนหลบไม่พ้นวิถีของรถไฟ
เหตุการณ์นี้สะท้อนบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับอันตรายของ "ทางลักผ่าน" ซึ่งท้ายที่สุดก็นำไปสู่การแก้ปัญหาด้วยการติดตั้งเครื่องกั้นและสัญญาณไฟถาวร โดยผู้นำชุมชนและการรถไฟฯ
แยกอโศก-ดินแดง 2569 บทเรียนล่าสุด
เหตุการณ์ล่าสุด พ.ศ. 2569 โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ บริเวณแยกอโศก-ดินแดง เมื่อรถไฟขนส่งสินค้าพุ่งชนรถโดยสารปรับอากาศ ขสมก. สาย 206 ที่ จอดติดไฟแดงคร่อมทางรถไฟ เหตุการณ์นี้คร่าชีวิตผู้โดยสารรถเมล์ไป 8 ราย บาดเจ็บอีก 30 ราย
ความผิดที่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา พนักงานขับรถไฟ และ เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมสัญญาณไม้กั้นทางรถไฟ ในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ คนขับรถโดยสารสาธารณะ (ขสมก.) ความผิดฐานการขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือทรัพย์สินเสียหาย
ส่วน ช่างเครื่อง ที่อยู่บนรถไฟขบวนที่เกิดเหตุ มีการเรียกมาสอบปากคำแล้ว อยู่ระหว่างการประสานเข้าให้ข้อมูล ถึงความชัดเจนในแต่ละตำแหน่งงานว่าใครมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง และเป็นไปตามข้อปฏิบัติหรือระเบียบของหน่วยงานหรือไม่
จากทั้ง 4 เหตุการณ์นี้ จะเห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้ซ้ำรอย เพราะความบังเอิญ แต่ซ้ำรอยเพราะ "ปัญหาพื้นฐาน" 3 ด้าน ได้แก่
มิติด้านทรัพยากรบุคคล ความหละหลวมของพนักงาน-เจ้าหน้าที่
มิติด้านโครงสร้างทางกายภาพ คือ ปัญหาจุดตัดเสมอระดับ , ทางลักผ่านที่ขาดแคลนเครื่องกั้น , ความปลอดภัยเชิงวิศวกรรมถนน
มิติด้านวินัยจราจร พฤติกรรมการขับขี่ที่มองข้ามกฎความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน
บทเรียนสำคัญ "ความปลอดภัยสาธารณะ" จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากหน่วยงานรัฐยังละเลยการบังคับใช้กฎหมาย และ การที่สังคมยังมองข้ามวินัยเล็กๆ น้อยๆ บนท้องถนน
-3.jpg&w=3840&q=75)
อ้างอิง
dailynews / amarin / .thansettakij /thaipbs / thairath / thaipbs / komchadluek /





