อุตุฯ ประกาศ ฉ.1 เตือนฝนหนักระลอกใหม่ 8-13 ก.ย. 69 อีสานรับก่อนกระทบภาคกลาง-กทม.

7 ก.ย. 2569 - 11:24

  • 8–13 ก.ย. จับตาฝนระลอกใหม่ เริ่มกระทบอีสาน ก่อนขยับลงภาคกลางและภาคอื่น ขณะที่มวลอากาศเย็นจากจีนเตรียมเปลี่ยนทิศทางฝน

  • 9–11 ก.ย. จุดเสี่ยงขยายวง กทม.และปริมณฑลฝนฟ้าคะนอง 70–80% ของพื้นที่ มีฝนหนักมากบางแห่ง

  • รายงานสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ 68% รวม 54,930 ล้าน ลบ.ม. น้ำใช้การ 54%

อุตุฯ ประกาศ ฉ.1 เตือนฝนหนักระลอกใหม่ 8-13 ก.ย. 69 อีสานรับก่อนกระทบภาคกลาง-กทม.

สัปดาห์นี้มีสถานการณ์ฝนต้องจับตา ล่าสุด วันที่ 7 กันยายน 2569 สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 1 (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 8-13 กันยายน 2569) ชี้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป โดยมีรายละเอียดในประกาศดังนี้

ในช่วงวันที่ 8-13 ก.ย. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 1 (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 8-13 กันยายน 2569)
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 1 (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 8-13 กันยายน 2569)

สาเหตุหลักจากร่องมรสุม

เนื่องจากในช่วงวันที่ 8–11 ก.ย. 69 จะมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง

thai-weather-heavy-rain-sept-8-13-2026-1.jpg

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 12-13 ก.ย. 69 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลง ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

thai-weather-heavy-rain-sept-8-13-2026-2.jpeg

ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนในบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก พื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 11–13 ก.ย. 69 หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศฟิลิปปินส์มีแนวโน้มจะทวีกำลังเป็นพายุหมุนเขตร้อน และเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลาง

เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์
กรมอุตุนิยมวิทยา หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

thai-weather-heavy-rain-sept-8-13-2026-5.jpg

สถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ

สำหรับสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ (วันที่ 7 ก.ย. 69 เวลา 07.00 น.) ข้อมูลโดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่า

สถานการณ์ฝนสูงสุดรายภาค

  • ภาคเหนือ: จ.พะเยา (114)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จ.บึงกาฬ (162)
  • ภาคกลาง: จ.พระนครศรีอยุธยา (71)
  • ภาคตะวันออก: จ.ตราด (141)
  • ภาคตะวันตก: จ.ประจวบคีรีขันธ์ (54)
  • ภาคใต้: จ.นราธิวาส (146)

สทนช. คาดการณ์ช่วงวันที่ 9-10 ก.ย. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

สำหรับสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม มีปริมาณน้ำรวม 68% ของความจุเก็บกัก (54,930 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 54% (30,809 ล้าน ลบ.ม.)

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ระบุ

สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำรายภาค

  • ภาคเหนือ: มีปริมาณน้ำ 17,506 ล้าน ลบ.ม. (63%)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีปริมาณน้ำ 6,262 ล้าน ลบ.ม. (52%)
  • ภาคกลาง: มีปริมาณน้ำ 828 ล้าน ลบ.ม. (44%)
  • ภาคตะวันออก: มีปริมาณน้ำ 1,783 ล้าน ลบ.ม. (56%)
  • ภาคตะวันตก: มีปริมาณน้ำ 23,610 ล้าน ลบ.ม. (83%)
  • ภาคใต้: มีปริมาณน้ำ 4,941 ล้าน ลบ.ม. (65%)

สถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา

  1. เขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำ 58% (7,776 ล้าน ลบ.ม.)
  2. เขื่อนเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำ 74% (7,073 ล้าน ลบ.ม.)
  3. แควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำ 44% (416 ล้าน ลบ.ม.)
  4. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำ 50% (440 ล้าน ลบ.ม.)

ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศเฝ้าระวังน้ำหลาก น้ำท่วมขังในช่วงวันที่ 7-8 กันยายน 2569 จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ในพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ อุบลราชธานี จันทบุรี และตราด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์