‘ราชทัณฑ์’ โต้ คปท. ‘ทักษิณ’ พักโทษไร้อภิสิทธิ์! ไม่พบผิดวินัยระหว่างคุมขัง

9 พ.ค. 2569 - 10:51

  • ‘กรมราชทัณฑ์’ แจง ‘คปท.’ ปมคุณสมบัติการพักโทษ ‘ทักษิณ ชินวัตร’

  • ยันปฏิบัติตามกฎหมาย

  • เป็นคนละส่วนกับระเบียบคุมขังนอกเรือนจำ

‘ราชทัณฑ์’ โต้ คปท. ‘ทักษิณ’ พักโทษไร้อภิสิทธิ์! ไม่พบผิดวินัยระหว่างคุมขัง

กรมราชทัณฑ์ ได้ออกเอกสารข่าวเผยแพร่ ชี้แจงว่า ตามที่กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) ได้เข้ายื่นหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ยับยั้งการพักการลงโทษ ทักษิณ ชินวัตร โดยระบุว่ามีการอ้างข้อกฎหมายผิดพลาดและบิดเบือนคำสั่งศาลฎีกาฯนั้น กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า ประเด็นตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ทักษิณ อยู่ในขบวน การบังคับโทษโดยมิชอบ หรือมีลักษณะเป็นผู้กระทำผิดวินัยระหว่างต้องขังนั้น การพิจารณาคุณสมบัติในการพักการลงโทษต้องอาศัยข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และสถานะทางคดีตามที่ปรากฏโดยชัดแจ้งตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาล รวมถึงข้อมูลทางราชทัณฑ์ที่เป็นทางการ

โดยปัจจุบันยังมิได้ปรากฏว่า มีคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งใดที่วินิจฉัยว่า ทักษิณได้กระทำผิดวินัย หรือกระทำความผิดอาญาระหว่างถูกควบคุมตัว อันจะเป็นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและระเบียบกรมราชทัณฑ์เกี่ยวกับการพักการลงโทษ

จากมติที่ประชุมของคณะทำงานเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษประจำเรือนจำ และเอกสารประกอบการพิจารณาพักการลงโทษของทักษิณ ไม่ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับการผิดวินัย ดังนั้น คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษพิจารณาแล้ว จึงมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564

ทั้งนี้ ประเด็นตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างถึง “ซึ่งผู้ผิดวินัยจะไม่ได้รับการพักโทษตามลักษณะต้องห้ามในการนำตัวออกไปกักขังนอกเรือนจำ ตามประกาศกรมราชทัณฑ์ ข้อ 3 (2) (ข) และ (ค) คือมี ประวัติกระทำผิดวินัย หรือเคยกระทำผิดเงื่อนไขหรือผิดอาญาระหว่างถูกคุมขังในสถานที่อื่น” ซึ่งประกาศกรมราชทัณฑ์ดังกล่าว เป็นประกาศกรมราชทัณฑ์เรื่องกำหนดคุณสมบัติเฉพาะ ลักษณะต้องห้าม และวิธีการคุมขังในสถานที่คุมขังตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566 พ.ศ. 2568 นั้น มิได้เป็นข้อกฎหมายในการพิจารณาพักการลงโทษแต่อย่างใด

กรมราชทัณฑ์ ขอยืนยันว่า การพิจารณาพักการลงโทษในครั้งนี้ มิได้มีการเอื้อประโยชน์แก่บุคคลหนึ่ง บุคคลใดเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกันกับผู้ต้องขังทั่วประเทศ โดยยึดถือพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริงและตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์