ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้านของระบบสาธารณสุขไทย ทั้งสังคมสูงวัย ภาระโรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนสุขภาพที่พุ่งสูง และข้อจำกัดด้านทรัพยากรบุคลากร คำถามสำคัญในวันนี้คือเราจะออกแบบอนาคตระบบสุขภาพอย่างไรให้ยั่งยืน?
เวที CMMU HealthTech Forum 2025 ภายใต้หัวข้อ “เปิดประตูสู่อนาคตแห่งนวัตกรรมการดูแลสุขภาพ” จึงเกิดขึ้นเพื่อชวนแพทย์ นักเทคโนโลยี และนักบริหาร มาร่วมถอดรหัสว่า เมื่อ “การแพทย์ เทคโนโลยี และการจัดการ” เดินไปพร้อมกัน ระบบสุขภาพไทยจะเปลี่ยนโฉมไปไกลได้แค่ไหน

งานนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับแนวหน้าของประเทศ อาทิ รศ.นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, รศ.นท.ดร.นพ.สรยุทธ ชำนาญเวช จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, รศ.ดร.กภ.จารุกูล ตรีไตรลักษณะ จากคณะกายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล และ รศ.ดร.พัชรพิชญ์ พรหมอุปถัมภ์ จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ CTO แห่ง OsseoLabs ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึก

สุขภาพไทยในจุดเปลี่ยน: จาก “รักษาให้ทัน” สู่ “สร้างคุณค่าภายใต้ทรัพยากรจำกัด”
รองศาสตราจารย์ ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม คณบดี วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ชี้ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ในอีก 10 ปีข้างหน้า ผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนถึง 29% ของประชากร ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มจาก 4.5% ของ GDP ในปี 2021 เป็น 5.35% ในปี 2022 และอาจพุ่งแตะ 1.4–1.8 ล้านล้านบาทต่อปี
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มบริการ แต่คือการบริหารทรัพยากรให้เกิด “Value-Driven Care” หรือการสร้างคุณค่าทางสุขภาพสูงสุดภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ และนี่คือจุดที่ “การจัดการ” เข้ามามีบทบาทเชื่อม HealthTech ให้เกิดผลลัพธ์จริง
ในมิติความยั่งยืน การจัดการที่ดีไม่ได้หมายถึงประสิทธิภาพเชิงต้นทุนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการกระจายโอกาสเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท และออกแบบระบบที่รองรับความต้องการในระยะยาวโดยไม่สร้างภาระงบประมาณเกินศักยภาพประเทศ

ศิริราช: 21 ปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน สู่ Smart Hospital และ Medical AI Hub
รศ.นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ถ่ายทอดเส้นทางกว่า 21 ปีของ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จากโครงการ R2R (Routine to Research) ที่ผลักดันให้บุคลากรมอง “ปัญหาเป็นของขวัญ” สู่การประยุกต์แนวคิด Lean ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าในการให้บริการ
ปัจจุบัน ศิริราชพัฒนา 5G Smart Hospital ใช้ AI และข้อมูลดิจิทัลสร้าง Patient Journey แบบอัตโนมัติ ตั้งแต่ระบบ Telepharmacy, Robot Pharmacy, บริการเจาะเลือด Drive-Thru จนถึง Medical AI อ่านฟิล์มเอกซเรย์และคัดกรองโรค
โจทย์ถัดไปคือการทำ External Validation ให้ AI ใช้ได้จริงทั่วประเทศ ผ่านความร่วมมือกับ Taiwan ITRI, NVIDIA และ Siam AI เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานระดับสากล
ในมุมความยั่งยืน การพัฒนา AI ด้วยแนวคิด Federated Learning ยังช่วยลดการรวมศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ลดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว และสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่โรงพยาบาลชุมชนสามารถมีส่วนร่วมได้ ไม่ใช่จำกัดอยู่เฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเมือง

รามาธิบดี: ศัลยกรรมประสาทยุคดิจิทัล กับการบูรณาการข้ามศาสตร์
ด้าน รศ.นท.ดร.นพ.สรยุทธ จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี นำเสนอ 4 กลุ่มเทคโนโลยีสำคัญในศัลยกรรมประสาท ได้แก่ Robotic Surgery, วัสดุชีวภาพทดแทน, AI และระบบอัจฉริยะ, รวมถึงอุปกรณ์การแพทย์อย่าง Smart Needle และ Hydrogel Polymer
หัวใจสำคัญคือการขยับจาก “ศาสตร์เดี่ยว” ไปสู่ “การบูรณาการข้ามศาสตร์” ภายใต้แนวคิด Translational Medicine เพื่อเชื่อมงานวิจัย เทคโนโลยี และคลินิกเข้าด้วยกัน
เขาย้ำว่า แม้นวัตกรรมจะก้าวหน้าเพียงใด หากขาดการจัดการและการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ก็ไม่อาจสร้างผลกระทบเชิงระบบได้อย่างยั่งยืน

กายภาพบำบัด: เทคโนโลยีต้องเดินคู่ความเป็นมนุษย์
รศ.ดร.กภ.จารุกูล จาก คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล สะท้อนว่า โลกกายภาพบำบัดกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การป้องกันและส่งเสริมสุขภาพมากขึ้น ผ่าน Tele-rehabilitation, AI & Predictive Analytics, Wearable Technology และ VR
เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยลดการเดินทาง ลดภาระโรงพยาบาล และเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ป่วย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดสุขภาพยั่งยืนที่เน้นการป้องกันมากกว่าการรักษาปลายเหตุ
อย่างไรก็ตาม เธอย้ำว่า “หัวใจของกายภาพบำบัดยังคงเป็นความเป็นมนุษย์” เพราะการฟื้นฟูที่แท้จริงไม่ใช่แค่ตัวเลขทางคลินิก แต่คือการกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและมีส่วนร่วมในสังคม

จากวิจัยสู่ตลาดจริง: บทเรียน Product–Market Fit
รศ.ดร.พัชรพิชญ์ แห่ง OsseoLabs เล่าประสบการณ์พัฒนาเทคโนโลยี 3D Printing และ AI เพื่อการผ่าตัดกระดูกเฉพาะบุคคล พร้อมแนวคิด Product–Market Fit ว่า “เทคโนโลยีใหม่ ≠ ผลิตภัณฑ์ที่ดี”
OsseoLabs พัฒนา OsseoMatrix, Advanced Two-step Topology Framework และ OsseoVision ที่ช่วยลดเวลาเตรียมเคสผ่าตัดจาก 38 ชั่วโมงเหลือ 4 ชั่วโมง ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสฟื้นตัวของผู้ป่วย
ในภาพใหญ่ นี่คือการเชื่อม “นวัตกรรม–ตลาด–ระบบสุขภาพ” เข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน เพราะนวัตกรรมที่ดีต้องไม่เพียงรักษาได้ แต่ต้องเข้าถึงได้ คุ้มค่า และตอบโจทย์ระบบในระยะยาว
เมื่อ HealthTech ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
บทสรุปของเวทีนี้ชัดเจนว่า HealthTech คือเครื่องมือสำคัญ แต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หากปราศจากการจัดการที่ดี การบูรณาการข้ามศาสตร์ และวิสัยทัศน์ระยะยาว
ระบบสุขภาพที่ยั่งยืนต้องสมดุลระหว่าง
- นวัตกรรมที่ก้าวหน้า
- การบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
- ความเท่าเทียมในการเข้าถึง
- การคำนึงถึงคุณค่าของมนุษย์เป็นศูนย์กลาง
ในวันที่สังคมสูงวัยกำลังมาถึงอย่างรวดเร็ว คำถามจึงไม่ใช่แค่การมองว่า...เรามีเทคโนโลยีล้ำแค่ไหน? แต่ต้องต่อยอดไปว่า เราจะบริหารเทคโนโลยีนั้นอย่างไร เพื่อให้ระบบสุขภาพไทยเติบโตอย่างมั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืนในระยะยาว




