ญี่ปุ่นพิสูจน์นวัตกรรมใหม่ รีไซเคิลผ้าอ้อมใช้แล้วรายแรกของโลก

27 มี.ค. 2569 - 09:43

  • Pollution Crisis ปริมาณการใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ในญี่ปุ่นแซงหน้าเด็กขาดลอย สร้างขยะพุ่งสูงกว่า 2.2 ล้านตันต่อปี ท้าทายขีดจำกัดของหลุมฝังกลบ ภาระระบบเตาเผาปล่อยคาร์บอนมหาศาล

  • โมเดล Horizontal Recycling จากชิบูชิ พลิกโฉมขยะนับพันล้านชิ้นให้กลายเป็นทรัพยากรหมุนเวียน (Circular Economy) ที่คืนชีพได้ไม่รู้จบ

  • Public-Private War รัฐบาลและเอกชนเร่งเครื่องขยายผลสู่ 100 เทศบาล เพื่อสกัดกั้นวิกฤตพื้นที่ฝังกลบที่เหลือน้อยลงทุกที

ญี่ปุ่นพิสูจน์นวัตกรรมใหม่ รีไซเคิลผ้าอ้อมใช้แล้วรายแรกของโลก

ญี่ปุ่นโดนสังคมสูงวัยเปลี่ยนโฉมกองขยะ

ในโลกของการจัดการขยะ “ผ้าอ้อมใช้แล้ว” เป็นปลายทางของระบบมาโดยตลอด ทั้งย่อยสลายยาก ปนเปื้อนสูง และแทบไม่มีมูลค่าในการนำกลับมาใช้ใหม่ แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในญี่ปุ่นกำลังตั้งคำถามใหม่กับสมมติฐานเดิม เมื่อของเสียที่ถูกมองว่า “ไร้ค่า” อาจกลายเป็นทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ความต้องการผ้าอ้อมเด็กกำลังลดลง แต่ผู้สูงอายุที่ใช้ผ้าอ้อมเพิ่มขึ้น รวมถึงสัตว์เลี้ยงด้วย หากสามารถเปลี่ยนความรู้สึกผิดของผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งให้เป็นสิ่งบวก และทำให้การใช้ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลเป็นบรรทัดฐานในสังคม จะทำให้โครงการนี้คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

ทาคาฮิสะ ทาคาฮาระ ประธานบริษัท ยูนิชาร์ม กล่าว

ท่ามกลางวิกฤตโครงสร้างประชากรของญี่ปุ่นที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-aged Society) ปรากฏการณ์หนึ่งที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนคือ ปริมาณการใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ที่แซงหน้าผ้าอ้อมเด็กไปอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลในปี 2024 ระบุว่ามีการผลิตผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นซับปัสสาวะสูงถึง 9,600 ล้านชิ้น ขณะที่ผ้าอ้อมเด็กอยู่ที่ 8,000 ล้านชิ้น ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นเพียงดัชนีชี้วัดทางธุรกิจ แต่คือโจทย์ใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อขยะผ้าอ้อมใช้แล้วกำลังกลายเป็นภาระหนักของหลุมฝังกลบและการเผาทำลาย ซึ่งขัดต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในมิติของ SDG12: การบริโภคและการผลิตที่รับผิดชอบ

sustainability-green-space-japan-first-used-diaper-recycling-innovation-SPACEBAR-Photo01.jpg

จากวิกฤตพื้นที่ฝังกลบสู่โมเดลชิบูชิ-โอซากิ

ความพยายามแก้ปัญหาขยะผ้าอ้อมไม่ได้เริ่มต้นที่ห้องแล็บ แต่เริ่มจากความจำเป็นพื้นฐานของชุมชน เทศบาลเมืองชิบูชิและโอซากิ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น กลายเป็นพื้นที่ต้นแบบที่พิสูจน์ว่าการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืนสามารถยืดอายุการใช้งานของหลุมฝังกลบได้จริง หลังจากเคยมีการคาดการณ์ว่าพื้นที่ทิ้งขยะจะเต็มตั้งแต่อย่างน้อยสองทศวรรษก่อน แต่ด้วยมาตรการคัดแยกขยะที่เข้มงวดจนทำให้อัตราการรีไซเคิลพุ่งสูงถึง 80% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศเกือบสี่เท่า ทำให้ปัจจุบันหลุมฝังกลบเดิมยังคงรองรับขยะได้ต่อไปอีกถึง 40 ปี

นวัตกรรมการรีไซเคิลผ้าอ้อมแบบ Horizontal Recycling หรือการนำขยะกลับมาผลิตเป็นสินค้าชนิดเดิม (Cradle-to-Cradle) ที่บริษัท Unicharm กำลังบุกเบิก จึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการปิดวงจรขยะนี้ กระบวนการดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่เพียงการนำไปทำเป็นสินค้าที่มีมูลค่าต่ำลงอย่างกระดาษชำระ แต่เป็นการสกัดเยื่อกระดาษ (Pulp) ผ่านเทคโนโลยีบำบัดด้วยโอโซนเพื่อฆ่าเชื้อและกำจัดกลิ่นอย่างสมบูรณ์ จนสามารถนำกลับมาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตผ้าอ้อมชิ้นใหม่ที่มีมาตรฐานสุขอนามัยเทียบเท่าเดิม

sustainability-green-space-japan-first-used-diaper-recycling-innovation-SPACEBAR-Photo02.jpg

ความท้าทายด้านจิตวิทยาและต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์

แม้เทคโนโลยีจะมีความพร้อม แต่เส้นทางสู่ความยั่งยืนในระดับอุตสาหกรรมยังคงเผชิญกับกำแพงสำคัญสองประการ คือ “ทัศนคติของผู้บริโภค” และ “ต้นทุน” ทาคาฮิสะ ทาคาฮาระ ประธานบริษัทยูนิชาร์ม ชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความรู้สึกผิด (Guilt) ของผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทใช้แล้วทิ้ง การเปลี่ยนความรู้สึกนี้ให้กลายเป็นความภูมิใจในการใช้สินค้าหมุนเวียนคือหัวใจของการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในสังคม

ในด้านเศรษฐศาสตร์ สินค้ารีไซเคิลในปัจจุบันยังมีราคาสูงกว่าสินค้าปกติราว 10% เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านปริมาณการผลิต (Economy of Scale) และค่าขนส่งขยะที่มีลักษณะเฉพาะตัว อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ต้องการขยายผลโครงการนี้ไปยัง 100 เทศบาลภายในปี 2030 สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐมองข้ามช็อตเรื่องกำไรในระยะสั้น ไปสู่การลดงบประมาณมหาศาลในการจัดการขยะและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

บทเรียนสำหรับโลก

การปรับตัวของอุตสาหกรรมในยุค Poly-crisis

กรณีศึกษาของญี่ปุ่นสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของภาคธุรกิจที่ต้องสอดรับกับทั้งปัญหาโลกร้อน (Climate Action - Goal 13) และความเปลี่ยนแปลงทางสังคมเชิงโครงสร้าง สิ่งที่น่าจับตามองคือแผนการในอนาคตปี 2028 ที่ Unicharm ตั้งเป้าจะรีไซเคิลส่วนประกอบที่เป็นพลาสติกและสารดูดซับพิเศษ (SAP) ทั้งหมด ซึ่งจะถือเป็นการยกระดับสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สมบูรณ์แบบ

หากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์และได้รับการยอมรับจากสังคมในวงกว้าง ญี่ปุ่นจะไม่เพียงแต่แก้ปัญหาขยะภายในประเทศได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมสุขอนามัยทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับโจทย์เดียวกัน คือจะจัดการกับความสะดวกสบายที่มาพร้อมกับภาระทางสิ่งแวดล้อมอย่างไรให้ยั่งยืนที่สุด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์