ค่าฝุ่น PM2.5 วันนี้ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ระบุค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 36.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐาน 37.5 มคก./ลบ.ม.)

12 อันดับ ของค่าฝุ่น PM2.5 เขตสูงสุดในกรุงเทพมหานคร
- เขตบางนา 48.1 มคก./ลบ.ม.
- เขตประเวศ 47.4 มคก./ลบ.ม.
- เขตจตุจักร 44.6 มคก./ลบ.ม.
- เขตมีนบุรี 43.6 มคก./ลบ.ม.
- เขตบางรัก 42.9 มคก./ลบ.ม.
- เขตหนองแขม 42.7 มคก./ลบ.ม.
- เขตสาทร 42.6 มคก./ลบ.ม.
- เขตปทุมวัน 42.2 มคก./ลบ.ม.
- เขตคลองสามวา 41.4 มคก./ลบ.ม.
- เขตลาดกระบัง 41 มคก./ลบ.ม.
- เขตบางซื่อ 40.1 มคก./ลบ.ม.
- เขตหนองจอก 40.1 มคก./ลบ.ม.
ค่าฝุ่น PM2.5 แบ่งตามโซนพื้นที่
- กรุงเทพเหนือ 32.7 - 44.6 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
- กรุงเทพตะวันออก 25.3 - 47.4 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
- กรุงเทพกลาง 27.4 - 37.7 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
- กรุงเทพใต้ 28.9 - 48.1 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
- กรุงธนเหนือ 33.3 - 37.5 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
- กรุงธนใต้ 32.9 - 42.7 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
ภาพรวมทั้งกรุงเทพมหานคร ฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง

ข้อแนะนำสุขภาพ
คุณภาพอากาศระดับสีส้ม: เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
ประชาชนทั่วไป
- ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร
- จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก
- ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา
ประชาชนกลุ่มเสี่ยง
- ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร
- เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์

เปิดสาเหตุ กทม.จมฝุ่น PM2.5
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร อธิบายสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปรับตัวสูงขึ้นในหลายเขต เกิดจากการซ้อนทับของปัจจัยด้านอุตุนิยมวิทยาและกิจกรรมในเมือง โดยเฉพาะอิทธิพลของลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดพาฝุ่นจากพื้นที่รอบนอกเข้าสู่กรุงเทพฯ ขณะที่อัตราการระบายอากาศอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ฝุ่นไม่สามารถกระจายตัวและเกิดการสะสมใกล้ผิวดิน
โดยข้อมูลระบุว่า ช่วงนี้กรุงเทพฯ อยู่ในลักษณะ “พื้นที่ท้ายลม” ส่งผลให้ฝุ่นจากแหล่งกำเนิดนอกพื้นที่เมืองถูกพัดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถระบายออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อประกอบกับการระบายอากาศที่ต่ำ ฝุ่นจึงเกิดการค้างและสะสม ส่งผลให้ค่าฝุ่นเพิ่มสูงขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่
กรุงเทพฯ ในฐานะพื้นที่ท้ายลม เมื่อฝุ่นเข้าแต่ไม่ออก
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กทม. อธิบายว่า ลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมพื้นที่ในช่วงนี้ ทำให้กรุงเทพฯ ทำหน้าที่เสมือนแอ่งรับฝุ่น ฝุ่นจากพื้นที่รอบนอกถูกพัดเข้าสู่เมือง แต่ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เอื้อต่อการระบาย ฝุ่นจึงไม่สามารถกระจายตัวในแนวดิ่งและสะสมอยู่ใกล้ผิวดิน
สภาพดังกล่าวทำให้พื้นที่เมืองชั้นในและเขตที่มีอาคารหนาแน่นมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในวันที่ไม่มีลมแรงหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ช่วยเปิดระบบระบายตามธรรมชาติ

จุดความร้อน–ฝุ่นเมือง ซ้อนทับในวันที่อากาศปิด
แม้จำนวนจุดความร้อนจากการเผาในที่โล่งในหลายจังหวัดรอบกรุงเทพฯ จะไม่ได้อยู่ในระดับสูงผิดปกติ แต่เมื่อรวมกับทิศทางลมที่พัดเข้าสู่กรุงเทพฯ และอัตราการระบายอากาศที่ต่ำ ฝุ่นจากการเผา รวมถึงแหล่งกำเนิดอื่นภายนอกเมือง จึงถูกพัดเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ และส่งผลต่อคุณภาพอากาศโดยรวม
ขณะเดียวกัน ฝุ่นจากการจราจร การก่อสร้าง และกิจกรรมในเมือง ยังคงเป็น “ฝุ่นพื้นหลัง” ที่สะสมอยู่แล้ว เมื่อเผชิญกับสภาพอากาศปิด ฝุ่นชุดใหม่เพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 ปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกันหลายเขต
แนวโน้มระยะสั้น กับโจทย์เมืองยั่งยืน
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กทม. คาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 22–25 ธันวาคม การระบายอากาศยังอยู่ในระดับไม่ดี โดยมีค่าอยู่ระหว่าง 925–2,100 ตารางเมตรต่อวินาที ส่งผลให้ฝุ่นมีแนวโน้มสะสมต่อเนื่อง ก่อนที่สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลงในช่วงวันที่ 27–28 ธันวาคม หากการระบายอากาศดีขึ้น
สถานการณ์ฝุ่นครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหา PM2.5 ในกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะหน้า หากแต่เชื่อมโยงกับโครงสร้างเมือง การพึ่งพาการคมนาคมที่ปล่อยฝุ่นสูง และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทำให้ช่วงเวลาที่อากาศปิดยาวนานและเกิดบ่อยขึ้น
ในกรอบของการพัฒนาที่ยั่งยืน ปัญหานี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ทั้งด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพยากรณ์ล่วงหน้า การสื่อสารความเสี่ยง และการบริหารจัดการเมืองในวันที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เพื่อจำกัดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว



