กทม.ประกาศ ‘ค่าดัชนีความร้อน’ ระดับเตือนภัย-เสี่ยงฮีทสโตรก เลี่ยงออกแดด 11.00–15.00 น.

6 มี.ค. 2569 - 11:37

  • กทม.แจ้งค่าดัชนีความร้อนอยู่ระดับ “เตือนภัย” 33–41.9°C เสี่ยงโรคลมแดด

  • แนะประชาชนลดกิจกรรมกลางแจ้ง ช่วง 11.00–15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงร้อนที่สุดของวัน

  • นักวิชาการเตือนโลกร้อนทำ “ความร้อนที่รู้สึกได้” เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเมืองใหญ่

กทม.ประกาศ ‘ค่าดัชนีความร้อน’ ระดับเตือนภัย-เสี่ยงฮีทสโตรก เลี่ยงออกแดด 11.00–15.00 น.

สภาพอากาศร้อนจัดปกคลุมประเทศไทย ล่าสุด กรุงเทพมหานคร ประกาศเตือนประชาชนว่า ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ประจำวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569 อยู่ในระดับ “เตือนภัย” ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดจนส่งผลต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อ โรคลมแดด (Heat Stroke)

หน่วยงานด้านสาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร แนะนำให้ประชาชนลดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลา 11.00–15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่รังสีดวงอาทิตย์และอุณหภูมิสะสมสูงที่สุดของวัน ขณะที่ กลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ทำงานกลางแจ้ง หากมีอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือหมดสติ ควรรีบพบแพทย์ทันที

ดัชนีความร้อนคืออะไร ทำไมจึงสำคัญต่อสุขภาพ

ดัชนีความร้อน (Heat Index) เป็นค่าที่คำนวณจาก อุณหภูมิอากาศร่วมกับความชื้นสัมพัทธ์ เพื่อสะท้อนว่า “ร่างกายมนุษย์รู้สึกร้อนจริงแค่ไหน” ซึ่งบางครั้งอาจสูงกว่าอุณหภูมิที่วัดได้หลายองศา 

sustainability-bangkok-heat-index-warning-heatstroke-avoid-sun-SPACEBAR-Photo01.jpg

กรุงเทพมหานครกำหนดระบบแจ้งเตือนภัยความร้อนให้สอดคล้องกับเกณฑ์ของ
กรมอนามัย โดยแบ่งระดับความเสี่ยงต่อสุขภาพออกเป็น 4 ระดับ

•                         🟢 ระดับสีเขียว (เฝ้าระวัง) : 27.0 – 32.9°C
ติดตามสภาพอากาศและดูแลสุขภาพทั่วไป

•                         🟡 ระดับสีเหลือง (เตือนภัย) : 33.0 – 41.9°C
ลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง

•                         🟠 ระดับสีส้ม (อันตราย) : 42.0 – 51.9°C
หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันเข้มงวด

•                         🔴 ระดับสีแดง (อันตรายมาก) : มากกว่า 52°C
ห้ามทำกิจกรรมกลางแจ้ง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อ Heat Stroke

ระวังฮีทสโตรก

ช่วงนี้อากาศร้อนมาก ระวังฮีทสโตรก ควรดูแลสุขภาพหากมีอาการ ปวดศีรษะ เวียนหัว หน้ามืด ปวดเมื่อยตัว อ้อนล้า จนขาดสติ หายใจเร็ว หัวใจเต้นเร็ว ผิวหนังแห้ง ไม่มีเหงื่อ ให้พาเข้าที่ร่ม ที่มีอากาศถ่ายเท ถอดเสื้อผ้าให้เหลือน้อยชิ้น เพื่อระบายความร้อน แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเย็น หรือน้ำแข็งประคบ ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ หน้าผาก ใช้พัดลมช่วยระบายความร้อน หากมีอาการรุนแรงรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

วิธีป้องกันฮีทสโตรก

  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน
  • ดื่มน้ำ 2 - 3 ลิตร/วัน เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำ
  • สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน และระบายความร้อนได้ดี
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

พายุฤดูร้อนสลับคลื่นความร้อน 7–11 มีนาคม สถานการณ์ดีขึ้น

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์สภาพอากาศช่วง 6–11 มีนาคม 2569 ว่า ประเทศไทยตอนบนจะเผชิญ พายุฤดูร้อน ในช่วงวันที่ 6 มีนาคม มีลักษณะฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และอาจเกิดฟ้าผ่าในบางพื้นที่

หลังจากนั้นมวลอากาศเย็นจากจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้บางพื้นที่อุณหภูมิลดลงชั่วคราว ก่อนที่ช่วง 7–11 มีนาคม ฝนจะลดลงแต่ยังมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

สำหรับภาคใต้ คาดว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคมเป็นต้นไป โดยคลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างอาจสูง 1–2 เมตร และมากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

เมื่อ “เมืองร้อน” กลายเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพ

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมระบุว่า ปรากฏการณ์ ดัชนีความร้อนสูงในเมืองใหญ่ กำลังเกิดบ่อยขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะเมืองที่มีโครงสร้างคอนกรีตหนาแน่น ซึ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์ “เกาะความร้อนเมือง” (Urban Heat Island)

กรุงเทพฯ เองถูกจัดเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความเสี่ยงสูงต่อความร้อนสะสม เนื่องจากพื้นที่สีเขียวจำกัด การจราจรหนาแน่น และการใช้พลังงานจำนวนมาก

เมื่อโลกร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขอุณหภูมิอาจไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียวอีกต่อไป แต่ “ความร้อนที่ร่างกายรู้สึกได้” กำลังกลายเป็นสัญญาณเตือนใหม่ของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ทุกองศาที่เพิ่มขึ้น อาจหมายถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้คนหลายล้านคนในเวลาเดียวกัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์