จากกรณีกรมทางหลวงชนบท เดินหน้าโครงการสำรวจออกแบบถนนสายแยก ทล.1001 – ทล.1006 หรือ ถนนวงแหวนรอบ 4 ตอนบน จังหวัดเชียงใหม่ โดยสำนักสำรวจและออกแบบกรมทางหลวงชนบท ร่วมกับแขวงทางหลวงชนบทเชียงใหม่ ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนไปแล้ว 3 ครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลรอบด้าน พร้อมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้มีความสมบูรณ์ สามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด

โดยโครงการถนนวงแหวนรอบ 4 ตอนบน มีจุดเริ่มต้น ที่ อำเภอแม่ริม ผ่านอำเภอสันทราย และ จบที่ อำเภอดอยสะเก็ด ส่วนโครงการถนนวงแหวนรอบ 4 ตอนล่าง เริ่มต้นที่ อำเภอหางดง ผ่านอำเภอสารภี และ จบที่อำเภอสันกำแพง เชื่อมกับ ตอนบนที่อำเภอดอยสะเก็ด รวมระยะทาง 50 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณ 5,000 ล้านบาท
ล่าสุด ชาวบ้านในพื้นที่ บ้านปากกองหมู่ 5 ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ได้รวมตัวกันร้องเรียนกรมทางหลวง เพราะชุมชนแห่งนี้ กำลังจะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง ถนนสายแยก ทล.1006 - ทช.ชม.3005 จ.เชียงใหม่ หรือ ถนนวงแหวนรอบ 4 ตอนล่าง ที่จะมีระยะทางรวม 25 กิโลเมตร ที่ทางกรมทางหลวงชนบทได้มีการสำรวจออกแบบ และรับฟังความคิดเห็น พร้อมวางเส้นทางเอาไว้ โดยเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง มีการมาพ่นสีสเปรย์เอาไว้ พร้อมระบุว่า เป็นแนวการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบ 4


“จุดที่หมุดถูกพ่นสีไว้อยู่กลางชุมชน ทำให้ชาวบ้านชาวเป็นกังวล ถ้าถนนวงแหวนรอบ 4 มีการก่อสร้างขึ้นจริง จะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะวิถีชีวิตที่ต้องเปลี่ยนไป บ้านหลายร้อยหลังต้องถูกเวนคืน ซึ่งชุมชนนี้เป็นชุมชนดั้งเดิมอยู่มาเกิน 100 ปี”

กมลชนก มณีรัตน์ ตัวแทนชาวบ้านหมู่ 5 ต.สารภี อ.สารภี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่มาพ่นหมุดอยู่ในบ้านของตนเอง เรียกว่าโครงการนี้ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้าง เท่ากับว่าตนเองตนย้ายไปหาที่อยู่ใหม่
“ซึ่งบอกตามตรงว่าไม่อยากย้าย แม้จะได้ค่าเวนคืนมากแค่ไหน เพราะตนเองและครอบครัวอยู่ในที่นี่มาตลอดชีวิต และอยากทราบว่า โครงการนี้มีการทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือไม่”
กมลชนก กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีการประชุมรับฟังความคิดเห็นแล้ว 3 ครั้ง ชาวบ้านเพิ่งจะมาทราบจริงๆ ว่าถนนจะตัดผ่านหมู่บ้าน คือหลังการประชุมครั้งที่ 3 ที่มีเจ้าหน้าที่มาพ่นหมุด และที่ผ่านมาชาวบ้านได้รับหนังสือเชิญประชุมไม่ครบทุกหลังคาเรือน
“และที่ชาวบ้านออกมาร้องเรียนไม่ได้มีเจตนาคัดค้านการสร้างถนนวงแหวนรอบ 4 แม้แต่น้อย แต่อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนเส้นทางใหม่ ควรจะย้ายเส้นทางไปในจุดที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบ มากกว่าตัดผ่านชุมชนแบบนี้”
ด้าน สมพงษ์ มอญแก้วผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทเชียงใหม่ เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบ 4 ยังอยู่ในช่วงสำรวจออกแบบ และรับฟังความคิดเห็น ยังมีอีกหลายขั้นตอนกว่าจะไปถึงการประกาศเริ่มโครงการ อาจใช้เวลาเป็นหลัก 10 ปี โดยชาวบ้านสามารถนำข้อมูลและข้อเสนอแนะไปร่วมประชุมในเวทีรับฟังความคิดเห็นของโครงการนี้ได้ ในวันที่ 22 และวันที่ 24 สิงหาคมนี้ ตนเองพร้อมเจ้าหน้าที่จะลงไปพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่อีกครั้ง

ผอ.แขวงทางหลวงชนบท กล่าวด้วยว่า สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ ทางกรมทางหลวงชนบท เล็งเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องทางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ส่งผลให้เขตชุมชนเมืองที่เป็นย่านการค้าและที่พักอาศัย เกิดการขยายตัวเพิ่มขึ้น นำมาสู่ปัญหาการจราจรติดขัดหลายแห่ง
"สาเหตุหลักเกิดจากเส้นทางคมนาคมขนส่งที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดความไม่สะดวก และความล่าช้าในการเดินทาง เกิดปัญหาการจราจรติดขัดและคับคั่งในช่วงเวลาเร่งด่วน ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทาง การขนส่งสินค้า รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน จึงมีการสร้างถนนเส้นนี้เพื่อลดปัญหาการจราจรแออัดในตัวเมือง และรองรับการเกิดขึ้นของสนามบินแห่งที่ 2 ของจังหวัดเชียงใหม่ในอนาคต"
ขณะที่ ผศ.ปรีดา พิชยาพันธ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มองว่า ปัจจุบันสภาพการจราจรของจังหวัดเชียงใหม่จะมีรถวิ่งเข้า - ออก จากอำเภอรอบนอกเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ผ่านถนนสายหลัก และมีถนนวงแหวนทั้งหมด 3 รอบ
ส่วนจุดตัดระหว่างถนนวงแหวนเข้าถนนสายหลัก ปัจจุบันควบคุมด้วยสัญญาณไฟจราจร และมีการปรับปรุงทางแยก สร้างทางต่างระดับบางส่วนแล้ว แต่ในชั่วโมงเร่งด่วนก็ยังคงมีการจราจรติดขัดในช่วงทางแยกที่เป็นสัญญาณไฟจราจรอยู่ ในชั่วโมงเร่งด่วนที่ปริมาณรถเยอะก็จะเกินความสามารถของทางแยก จึงทำให้การจราจรติดขัด เราก็จะเห็นปัญหารถติดของจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใหญ่จะติดบริเวณทางแยก

“เพราะจังหวัดเชียงใหม่ ยังไม่มีระบบขนส่งสาธารณะ หรือระบบขนส่งมวลชนที่ มีประสิทธิภาพ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงนิยมใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก ก็จะทำให้สถานการณ์การจราจรติดขัดก็จะลามไปถึงอำเภอโดยรอบด้วย ซึ่งระบบขนส่งมวลชนที่ดี จะลดปริมาณการใช้รถส่วนตัว และลดปริมาณ รถยนต์เข้า – ออกเมืองได้ดี”
“ส่วนถนนวงแหวนรอบ 4 ของกรมทางหลวงชนบท ถนนเส้นนี้โจทย์หลัก คือการรองรับการเจริญเติบโต ของเมืองในอนาคต และรองรับ การส่งเสริมการท่องเที่ยว และด้านการคมนาคมขนส่ง รวมถึงรองรับเชื่อมโยงเส้นทาง สนามบินนานาชาติล้านนา ที่จะมีการก่อสร้างในพื้นที่ระหว่าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน” ผศ.ปรีดา กล่าว





