คู่มือเอาตัวรอดคนฝั่งธนฯ เปิดแผนเลี่ยงรถติดรอบวงเวียนใหญ่

9 ก.ค. 2569 - 22:52

  • กทม.งัด 3 มาตรการด่วน รับมือเหตุดินทรุดอุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว

  • เช็กลิสต์ทางเลี่ยง ปิดถนนประชาธิปก (แยกบ้านแขก มุ่งหน้าวงเวียนใหญ่) แนะ 3 เส้นทางสำรอง สวนกุหลาบ-ศึกษานารี เตรียมรับมือรถติด

  • ถอดบทเรียนเคส ‘สามเสน’ ผู้รับเหมาใหม่ ปัญหาเก่า

คู่มือเอาตัวรอดคนฝั่งธนฯ เปิดแผนเลี่ยงรถติดรอบวงเวียนใหญ่

เหตุการณ์ดินทรุดตัวบริเวณถนนประชาธิปก ช่วงวงเวียนใหญ่ จากปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ไม่เพียงแต่สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ หลังมีคำสั่งอพยพรัศมี 30 เมตรรอบอุโมงค์รถไฟฟ้า แต่กำลังจะกลายเป็น “ฝันร้ายของการจราจรฝั่งธนฯ” หากคุณต้องใช้เส้นทางนี้ หรือมีบุตรหลานเรียนอยู่โรงเรียนใกล้เคียง นี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้และเตรียมรับมือทันที

คู่มือการเดินทาง: ปิดตรงไหน ไปทางไหนดี?

เพื่อความปลอดภัยและลดแรงสั่นสะเทือนที่จะกระทบต่อโครงสร้างชั้นดินและอาคาร กทม. ได้ประสาน ปิดการจราจรถนนประชาธิปก ตั้งแต่แยกบ้านแขก มุ่งหน้าอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน (วงเวียนใหญ่)

โดยแนะนำให้ประชาชนที่เดินทางมาจากสะพานพุทธ หรือสะพานพระปกเกล้า ให้เลี้ยวที่สี่แยกบ้านแขก เพื่อเลี่ยงไปใช้เส้นทางถนนอิสรภาพ ถนนลาดหญ้า หรือถนนสมเด็จเจ้าพระยาแทน

purple-line-tunnel-leak-wongwianyai-survival-guide-3.jpeg

แนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรถนนประชาธิปก ทั้ง 2 ฝั่งจากเหตุดินทรุดตัว

 เส้นทางฝั่งพระนคร >> วงเวียนใหญ่

• ใช้สะพานพระพุทธยอดฟ้า หรือสะพานพระปกเกล้า

• เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสมเด็จเจ้าพระยา

• ใช้แยกคลองสานเข้าถนนเจริญนคร

• เลี้ยวขวาเข้าถนนเจริญรัถ

• เข้าถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน

 ทางเลือก >> สะพานกรุงเทพ หรือสะพานพระราม 3

เส้นทางฝั่งธนบุรี >> แยกบ้านแขก

• จากวงเวียนใหญ่เลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดหญ้า

• ตรงไปแยกคลองสาน

• เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสมเด็จเจ้าพระยา

• เลี้ยวขวาที่ปลายทางขึ้นสะพานพระพุทธยอดฟ้า หรือสะพานพระปกเกล้า

ทางเลือก >> สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

 ข้อแนะนำ

  •  เผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อย 30–45 นาที
  •  หากสะดวก แนะนำใช้รถไฟฟ้า BTS วงเวียนใหญ่ หรือ BTS กรุงธนบุรี

Alert สำหรับผู้ปกครองโรงเรียนสวนกุหลาบ-ศึกษานารี

เนื่องจากทำเลดังกล่าวเป็นจุดคอขวดและมีโรงเรียนขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนศึกษานารี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. จึงแสดงความห่วงใยเรื่องปัญหาการจราจรในระยะยาว โดยเตรียมถอดบทเรียนแนวทางแก้ไขปัญหาจากการทรุดตัวที่หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล (เช่น เคสโรงเรียนแซงต์กาเบรียล และโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์) มาปรับใช้ โดยจะประสานแจ้งรายละเอียดเส้นทางให้ประชาชนทราบต่อไป

•           แผนเชิงรุกที่กำลังจะเกิดขึ้น กทม. เตรียมประสานโรงเรียนเพื่อจัด รถรับ-ส่งนักเรียน (Shuttle Bus) เพิ่มเติม

•           คำแนะนำสำหรับผู้ปกครอง ช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงการขับรถส่วนตัวมาส่งบุตรหลานถึงหน้าโรงเรียน และติดตามประกาศอัปเดตเส้นทางเดินรถจากทางโรงเรียนอย่างใกล้ชิด

purple-line-tunnel-leak-wongwianyai-survival-guide-2.jpg

3 มาตรการด่วนกู้สถานการณ์ของ กทม.

1.         รัศมีอันตราย 30 เมตร จับตาอัตราการรั่วของน้ำและการเอียงของตึกตลอด 24 ชั่วโมง โดย ปภ. ได้ติดตั้งเครื่องตรวจวัดการเคลื่อนตัวของอาคารอัตโนมัติ (หากขยับแม้แต่มิลลิเมตรเดียวจะแจ้งเตือนทันที)

2.         อพยพผู้อยู่อาศัย สั่งย้ายชาวบ้านในกลุ่มเสี่ยง 2-3 อาคารไปนอนโรงแรม โดยให้ผู้รับเหมาของ รฟม. เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

3.         ทำงานแข่งกับเวลา ระดมไฟส่องสว่างบอลลูนไลท์และเครื่องปั่นไฟ เพื่อให้วิศวกรสามารถลุยซ่อมแซมและอุดรอยรั่วใต้อุโมงค์ได้ต่อเนื่องทั้งคืน

สายสีม่วงใต้กับบทเรียนเดิมที่ต้องจับตา

น่าตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์น้ำรั่วจนดินทรุดครั้งนี้ เกิดขึ้นในแนวโครงสร้างของรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เช่นเดียวกับเคสหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล แม้ทาง กทม.จะระบุว่าเป็น “คนละผู้รับเหมา” แต่สิ่งที่คนเมืองตั้งคำถามคือ มาตรฐานความปลอดภัยในการขุดเจาะอุโมงค์ลึกใต้มหานครที่มีสภาพเป็นดินเหนียวปนทรายแบบกรุงเทพฯ เพราะทุกครั้งที่เกิดความผิดพลาดใต้ดิน มูลค่าความเสียหายและผลกระทบกลับตกอยู่กับ “คนบนดิน” เสมอ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


คู่มือเอาตัวรอดคนฝั่งธนฯ เปิดแผนเลี่ยงรถติดรอบวงเวียนใหญ่