บรรพต ก่อเกียรติเจริญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ หอการค้าจังหวัดตาก เปิดเผยถึงกรณีนายพลเนอดา เมียะ ผู้บัญชาการกองทัพกอทูเล( KTLA) บุตรชาย ของนายพลโบเมียะ อดีตผู้นำสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ได้ประกาศสถาปนาตนเองเป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐกอทูเล พร้อมจัดตั้งคณะรัฐบาลกอทูเล ที่ค่ายอูเกอคี บ้านชูกะลี อำเภอวาเล่ย์ จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา
“ในเชิงของโครงสร้างการค้าชายแดนระหว่างไทยกับเมียนมา ประเมินว่าไม่ได้มีผลกระทบแต่อย่างใด เพราะเป็นเพียงกะเหรี่ยงกลุ่มเล็กที่ไม่ได้มีบทบาททั้งการครอบครองพื้นที่ที่ชัดเจน และกำลังพลทางการทหารเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น”

บรรพต กล่าวด้วยว่า ในทางตรงกันข้าม หากวิเคราะห์แล้ว ในรัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามกับชายแดประเทศไทยมีกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่มไม่ว่าจะเป็นเคเอ็นยู ,บีจีเอฟ และดีเคบีเอ ล้วนแต่มีกองกำลังพลในมือเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงมีการครอบครองพื้นที่ที่แต่ละกลุ่มแผ่อิทธิพลไว้อย่างชัดเจนที่ชัดเจน โดยกลุ่มกะเหรี่ยงเหล่านี้ก็ไม่ได้มีการยอมรับการจัดตั้งรัฐบาลกอทูเลแต่อย่างใด รวมไปถึงรัฐบาลเมียนมา ก็ยังคงนิ่งเฉยในเรื่องนี้ ทำให้มองว่าโอกาสที่นายพลเนอดา เมียะ จะมาเป็นผู้นำกะเหรี่ยงยิ่งเป็นไปได้น้อยมาก เพราะทุกวันนี้ในรัฐกะเหรี่ยงก็มีความขัดแย้งกันเอง และขาดเอกภาพ
“พื้นที่การเคลื่อนไหวของกลุ่มนายพลเนอดา เมียะ ไม่มีความชัดเจน และบางจุดก็ทับซ้อนกับพื้นที่ของกระเหรี่ยงกลุ่มอื่น ที่สำคัญ หากพิจารณาถึงโครงสร้างการปกครองไม่มีฝ่ายการเมือง และฝ่ายทหารที่ชัดเจน อาจจะเป็นสร้างภาพเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือในสายตาของต่างประเทศ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคงของไทย ต้องตั้งรับกับสถานการณ์เหล่านี้ให้ดี และเข้าใจบริบทของรัฐกะเหรี่ยงอย่างถ่องแท้ เพราะในยุคของการสื่อสาร ทำให้หลายฝ่ายเกิดความสับสน และอาจจะสร้างปัญหาต่อสถานการณ์ชายแดนไม่นิ่ง และขาดเสถียรภาพได้” บรรพต กล่าว

แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ วิเคราะห์ว่า เป็นที่รู้กันดีว่า รัฐกะเหรี่ยงมีหลายกลุ่มที่มีอิทธิพล และมีบทบาทสูงทั้งทางการทหาร และการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเคเอ็นยู กลุ่มบีจีเอฟ และกลุ่มดีเคบีเอ รวมถึงในหัวเมืองหลักๆ ก็ยังมีกลุ่มของรัฐบาลทหารเมียนมา ยังควบคุมพื้นที่ ดังนั้น การที่กลุ่มเคทีแอลเอ ประกาศตั้งรัฐบาลกอทูเลขึ้นมา เป็นเรื่องที่มีวาระซ่อนเร้นมากกว่า เพราะหากประเมินจากทั้งกำลังพล และพื้นที่ในการดูแลยิ่งขาดศักยภาพ และดูเหมือนเป็นการใช้ช่องทางการสื่อสารออกมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือจากต่างประเทศมากกว่า
อีกทั้งมองว่า นายพลเนอดา เมียะ ยังไม่มีบารมีเพียงพอที่จะก้าวขึ้นไปสู่การเป็นผู้นำกะเหรี่ยงได้ ซึ่งแตกต่างจากผู้เป็นพ่อ คือ นายพลโบเมียะ อดีตผู้นำของกะเหรี่ยงเคเอ็มยู “เพราะคำว่ากอทูเล มันกว้างมาก สำหรับคนกะเหรี่ยง จะมาเหมารวมให้เป็นของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากในการจะยอมรับ เนื่องจากจนถึงทุกวันนี้กะเหรี่ยงที่แยกออกมาหลายกลุ่มก็ยังจับมือกันไม่ได้ และขาดเสถียรภาพในการรวมกลุ่มกัน และกลุ่มที่มีอิทธิพลสูงอย่างกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ก็ไม่ได้รับรู้เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลกอทูเลในครั้งนี้ และคาดว่าในเวทีอาเซียนก็คงไม่มีการรับรอง”

ด้าน เฉลิมวัฒน์ ตรีรัตน์วัฒนา รองประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า การค้าชายแดนไทย-เมียนมา ด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ฝั่งตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในปี 2568 ที่ผ่านมา ก็ไม่ราบรื่น และขยายตัวถดถอยลงอย่างน่าเป็นห่วง จากปัญหาการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ และปัญหาการสู้รบภายในประเทศเมียนมา ซึ่งตัวเลขมูลค่าการค้าชายแดนลดลงจากปี 2567 มากกว่าร้อยละ 50 เหลือเพียงไม่ถึง 50,000 ล้านเท่านั้น และตลอดปีที่ผ่านมา รัฐบาลเมียนมา ก็มีนโยบายเข้มงวดทางการค้าที่ทำให้การส่งออก และนำเข้าเกิดอุปสรรคสะสม
“ส่วนกรณีของการจัดตั้งรัฐบาลกอทูเล ของกลุ่มกะเหรี่ยงเคทีแอลเอ ที่มีการสถาปนานายพลเนอดา เมียะ ขึ้นนั่งตำแหน่งประธานาธิบดี และประกาศแยกตัวเป็นเอกราชจากรัฐบาลเมียนมานั้น มองว่าไม่ได้มีผลใดๆ ต่อการค้าชายแดนไทย-เมียนมา เพราะเป็นเพียงกะเหรี่ยงกลุ่มเล็ก ที่ไม่ได้มีอิทธิพล ทั้งกำลังพลทหารที่จะสามารถบริหารรัฐกะเหรี่ยงได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพราะยังมีกะเหรี่ยงอย่างกลุ่มเคเอ็นยู, กลุ่มบีจีเอฟ และกลุ่มดีเคบีเอ ถือครอง และยังคานอำนาจระหว่างกันอยู่” รองประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าว



ข้อมูลภาพ : เครดิตเพจ Kaw Thoo Lei Army


