เตรียมพร้อม “เมืองเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” มุ่งสู่มรดกโลกภูมิทัศน์วัฒนธรรม

25 ม.ค. 2569 - 08:00

  • เชียงใหม่เร่งปรับปรุงพื้นที่รอบ 7 วัดสำคัญ 5 ประตูเมือง และ 4 แจ่งกำแพงเมือง เตรียมรับการประเมิน “เชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา” เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

  • คณะทำงานเผยเป็นพื้นที่แรกในไทยที่ยื่นขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลกที่มีประชาชนอาศัยอยู่ ย้ำไม่ใช่การแช่แข็งเมือง แต่เป็นแนวทางพัฒนาควบคู่การอนุรักษ์ ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวเชียงใหม่

เตรียมพร้อม “เมืองเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” มุ่งสู่มรดกโลกภูมิทัศน์วัฒนธรรม

จากการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบเสนอ “เชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมประเภทภูมิทัศน์วัฒนธรรมต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งเอกสารนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลกได้ส่งถึง UNESCO เรียบร้อยแล้ว และจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามต่อไป 

ซึ่งในช่วงเวลาที่เหลือนี้ ทุกภาคส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ต้องร่วมมือกันเร่งพัฒนา ปรับปรุงพื้นที่ภายในและบริเวณโดยรอบของวัดสำคัญที่ได้ยื่นขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลก ที่คาดว่าในช่วงประมาณเดือนมิถุนายน 2569 ICOMOS จะเดินทางมาตรวจพื้นที่ดังกล่าวเพื่อรวบรวมข้อมูลเข้าสู่วาระพิจารณาในเดือนพฤศจิกายน 2569 ต่อไป

โดยสถานที่ที่จะทำการตรวจประเมินประกอบด้วย วัดเชียงมั่น วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร วัดสวนดอก (พระอารามหลวง) วัดเจ็ดยอด (พระอารามหลวง) และวัดอุโมงค์  รวมถึง 5 ประตูเมือง และ 4 แจ่งกำแพงเมือง ให้คงไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมโบราณดั้งเดิม และสอดคล้องกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากที่สุด 

Preparing-Chiang Mai-for-World-Heritage-Status-Cultural-Landscape-SPACEBAR-Photo13.jpg

ศุภฤกษ์ ภาวิไล คณะทำงานและเลขานุการ คณะทำงานเร่งรัดดำเนินการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเชียงใหม่เป็นมรดกโลก ให้ข้อมูลว่า นับว่าเป็นความท้าทายของคณะทำงานอย่างยิ่ง เนื่องจากเมืองเชียงใหม่นับเป็นพื้นที่แรกของประเทศไทยที่ยื่นขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลกที่มีประชาชนอาศัยอยู่  แตกต่างจากแหล่งมรดกโลกของไทยที่ขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้า ซึ่งเป็นลักษณะพื้นที่ปิดและไม่มีประชาชนอยู่อาศัย ทำให้การเตรียมความพร้อมต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชน ภาครัฐ รวมถึงภาคเอกชน

โดยเวลาที่เหลืออีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ที่จะมีการตรวจประเมินสถานที่ทั้ง 8 แห่ง ต้องมีความพร้อมตามข้อกำหนดของ UNESCO ซึ่งถือว่ามีความท้าทายเป็นอย่างมาก พื้นที่แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป แต่การที่จะปรับปรุงพัฒนาเพื่อให้ผ่านการประเมินก็แตกต่างกันเช่นกัน ดังนั้นต้องมีการประสานงานพูดคุยและร่วมมือให้ไปในทิศทางเดียวกัน

“ตอนนี้กำลังมีการพูดคุยเตรียมสถานที่ในแต่ละแห่งรวมถึงจัดทำศูนย์ข้อมูลที่รวมข้อมูลทั้งแปดแห่งเอาไว้เพื่อที่จะให้คณะกรรมการที่มาตรวจได้ทราบข้อมูล นอกจากนี้ในพื้นที่แต่ละแห่งก็ต้องมีการจัดทำศูนย์ข้อมูลย่อยเพื่อสร้างความเข้าใจ บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของพื้นที่นั้นด้วย”

ศุภฤกษ์ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญก็คือการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนชาวเชียงใหม่ว่าตอนนี้จังหวัดเชียงใหม่กำลังผลักดันและขับเคลื่อนเกี่ยวกับอะไรอยู่ บางคนยังไม่ทราบข้อมูล บางคนอาจจะยังมีความกังวลใจ ดังนั้นหลังจากนี้ต้องมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องให้กับประชาชนด้วย เกี่ยวกับกระบวนการและการมีส่วนร่วม รวมถึงหากได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกแล้วจะมีประโยชน์มีผลดีอย่างไร

Preparing-Chiang Mai-for-World-Heritage-Status-Cultural-Landscape-SPACEBAR-Photo02.jpg
Preparing-Chiang Mai-for-World-Heritage-Status-Cultural-Landscape-SPACEBAR-Photo03.jpg
Preparing-Chiang Mai-for-World-Heritage-Status-Cultural-Landscape-SPACEBAR-Photo04.jpg

“ในตอนนี้คณะทำงานเร่งรัดดำเนินการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเชียงใหม่เป็นมรดกโลก ได้กระจายตัวลงพื้นที่พูดคุยปรึกษาหารือ ว่าแต่ละแห่งต้องมีจุดไหนที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข จุดไหนที่แต่ละแห่งต้องการความช่วยเหลือก็จะได้มีการประสานงานให้หน่วยงานต่างๆเข้าไปช่วยเหลือสนับสนุน ซึ่งคาดว่าในช่วงกลางปีที่คณะกรรมการจะมาตรวจประเมินที่จังหวัดเชียงใหม่ก็อาจจะมีกิจกรรมที่แสดงถึงประเพณีวัฒนธรรมให้คณะกรรมการได้เห็นซึ่งตอนนั้น อาศัยความร่วมมือของชาวจังหวัดเชียงใหม่ ในการแสดงความพร้อมว่าชาวเชียงใหม่รับรู้และมีความเข้าใจ พร้อมที่จะดูแลปกป้องรักษาโบราณสถานควบคู่กับการพัฒนา” ศุภฤกษ์ กล่าว

Preparing-Chiang Mai-for-World-Heritage-Status-Cultural-Landscape-SPACEBAR-Photo01.jpg

ด้าน เสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ กล่าวว่า บางคนมีความวิตกกังวลว่าหากเชียงใหม่ได้รับการประกาศเป็นเมืองมรดกโลกแล้วเมืองจะไม่พัฒนาจะไม่สามารถเดินหน้าต่อได้หรือที่เรียกว่า “เมืองถูกแช่แข็ง” แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะหากเชียงใหม่ได้รับการประกาศเป็นเมืองมรดกโลกก็จะทำให้มีการวางกรอบในการพัฒนาควบคู่กับการดูแลรักษาโบราณสถาน ที่ผ่านมาเรามีการพัฒนาโดยไร้ขอบเขตทำให้โบราณสถานสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ได้รับความเสียหาย

ดังนั้นควรถือว่าโอกาสนี้ที่จะช่วยรักษาจิตวิญญาณของเมืองที่มีมาตั้งแต่โบราณ ถึง 730 ปีของเมืองเชียงใหม่ หากคณะกรรมการทำการประเมินและได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยกำกับในการพัฒนาเมืองควบคู่กับการอนุรักษ์ ซึ่งก็จะทำให้เกิดการพูดคุยร่วมกันเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด

Preparing-Chiang Mai-for-World-Heritage-Status-Cultural-Landscape-SPACEBAR-Photo05.jpg
Preparing-Chiang Mai-for-World-Heritage-Status-Cultural-Landscape-SPACEBAR-Photo06.jpg
Preparing-Chiang Mai-for-World-Heritage-Status-Cultural-Landscape-SPACEBAR-Photo07.jpg
Preparing-Chiang Mai-for-World-Heritage-Status-Cultural-Landscape-SPACEBAR-Photo08.jpg

“แน่นอนว่าเชียงใหม่เป็นเมืองที่เนื้อหอมทุกคนก็อยากจะมาเยี่ยมชม และมีคนใช้ชีวิตอยู่จำนวนมาก ดังนั้นเชื่อได้ว่าการได้รับเลือกเป็นมรดกโลกนั้นจะช่วยพัฒนาเมืองได้ โครงสร้างพื้นฐาน ถนน ขนส่งสาธารณะ สิ่งอำนวยความสะดวกก็จะดีขึ้น นับว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เกิดการผลักดันพัฒนาเมืองไปในทางที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด พร้อมๆ กับสามารถส่งเสริมการอนุรักษ์สมบัติของเมืองให้มีคุณค่าและคงอยู่ต่อไป”

“เมืองเชียงใหม่มรดกโลก ไม่ใช่ใครคนนึงเป็นเจ้าของ แต่ชาวเชียงใหม่ทุกคนเป็นเจ้าของความภาคภูมิใจที่จะเกิดขึ้นดังนั้นต้องช่วยกันให้ความสำคัญอนุรักษ์และรักษาเอาไว้ให้ลูกหลาน หากจังหวัดเชียงใหม่ได้รับการประกาศเป็นเมืองมรดกโลกก็จะเป็นพื้นที่นำร่องให้กับจังหวัดอื่นๆในภาคเหนือต่อไปได้ด้วย ซึ่งก็จะนำมาสู่การอนุรักษ์ที่ยั่งยืนไปพร้อมๆ กับการพัฒนาทั้งคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว” เสาวคนธ์ กล่าว

Preparing-Chiang Mai-for-World-Heritage-Status-Cultural-Landscape-SPACEBAR-Photo09.jpg
Preparing-Chiang Mai-for-World-Heritage-Status-Cultural-Landscape-SPACEBAR-Photo10.jpg
Preparing-Chiang Mai-for-World-Heritage-Status-Cultural-Landscape-SPACEBAR-Photo11.jpg
Preparing-Chiang Mai-for-World-Heritage-Status-Cultural-Landscape-SPACEBAR-Photo12.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์