เหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ยังคงอยู่ระหว่างการคลี่คลายข้อเท็จจริง โดยตำรวจเร่งรวบรวมข้อมูลจากครู นักเรียน และพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อหามูลเหตุที่ชัดเจน
ขณะที่หน่วยงานภาครัฐเดินหน้ามาตรการดูแลความปลอดภัย ป้องกันเหตุซ้ำและการเลียนแบบ พร้อมเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้
ตำรวจเร่งสอบครู-นักเรียน คลี่ปมมูลเหตุ เตรียมแถลงสรุปคดี 9 ส.ค.
พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนว่า ในวันนี้มีการประชุมรวบรวมข้อมูลเพื่อหามูลเหตุของเหตุการณ์ให้มีความชัดเจน โดยได้เชิญครูและนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์เข้ามาให้ปากคำ เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
ส่วนพ่อและแม่ของนักเรียนผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เรียกมาสอบปากคำแล้วเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างพิจารณาว่ามีประเด็นใดจำเป็นต้องเชิญมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่
สำหรับข้อมูลที่มีการเผยแพร่ว่านักเรียนผู้ก่อเหตุอาจมีปัญหาที่โรงเรียน ปัญหากับเพื่อน ปัญหาภายในครอบครัว หรือมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการเล่นเกมนั้น ตำรวจระบุว่าจะต้องนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการพิจารณา โดยยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าประเด็นใดเป็นมูลเหตุ จนกว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานได้ครบถ้วน
ขณะที่ พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 มีกำหนดแถลงข่าวสรุปคดีเหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ในวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ที่ สภ.ปลายบาง
‘เทพศิรินทร์ นนทบุรี’ หยุดเรียน 10-14 ส.ค. เปิดปกติ 17 ส.ค.
ด้านโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ออกประกาศหยุดเรียนเป็นกรณีพิเศษภายหลังเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินภายในโรงเรียน โดยให้นักเรียนทุกระดับชั้นหยุดเรียนในวันที่ 10-11 และ 13-14 สิงหาคม 2569 ขณะที่วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันหยุดตามปฏิทิน
ระหว่างหยุดเรียน โรงเรียนมอบหมายให้นักเรียนทบทวนบทเรียนและทำงานตามภาระงานที่ครูประจำวิชามอบหมาย พร้อมขอความร่วมมือผู้ปกครองดูแล กำกับ และติดตามการเรียนรู้ของนักเรียน รวมถึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยระหว่างพักอาศัยอยู่ที่บ้าน
ส่วนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย พร้อมลงเวลาปฏิบัติงานผ่านระบบ My Office และติดตามข้อมูลข่าวสารและการมอบหมายงานผ่านช่องทางของโรงเรียน โดยหากมีคำสั่งหรือความจำเป็นให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียน สามารถเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความเหมาะสม
โรงเรียนกำหนดให้นักเรียนทุกระดับชั้นกลับมาเรียนตามปกติในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569
กรมการปกครองสั่งคุมเข้ม ‘อาวุธปืน’ ทั่วประเทศ สกัดเหตุซ้ำ-เลียนแบบ
นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ได้กำชับฝ่ายปกครองทั่วประเทศยกระดับมาตรการเชิงรุก เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันและลดอาชญากรรม รวมถึงป้องกันเหตุรุนแรงและเหตุการณ์ลอกเลียนแบบในพื้นที่อื่น
มาตรการสำคัญคือการยกระดับการตรวจสอบและควบคุมการครอบครองและพกพาอาวุธปืนอย่างจริงจัง พร้อมกำชับนายทะเบียนอาวุธปืนให้แจ้งผู้ได้รับใบอนุญาตดูแลและเก็บรักษาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่อยู่ในความครอบครองอย่างปลอดภัย เพื่อไม่ให้บุคคลอื่นสามารถนำไปใช้จนก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ขณะเดียวกัน ให้นายอำเภอบูรณาการกำลังฝ่ายปกครอง ทั้งปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เพิ่มความเข้มข้นในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และลาดตระเวนในพื้นที่สาธารณะ สถานที่สำคัญ จุดเสี่ยง สถานบริการ และสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ เพื่อป้องกันการพกพาอาวุธปืนติดตัว
ยกระดับความปลอดภัยโรงเรียน-ห้างฯ พร้อมซ้อมแผนเผชิญเหตุ
กรมการปกครองยังสั่งให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียน สถานศึกษา ศาสนสถาน ห้างสรรพสินค้า และสถานที่สำคัญต่าง ๆ ให้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม พร้อมจัดให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุและแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่และประชาชนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที
นอกจากนี้ ยังให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่เฝ้าระวังบุคคลที่มีพฤติกรรมหรือแนวโน้มเสี่ยงต่อการก่อเหตุรุนแรง เพื่อป้องกันเหตุซ้ำหรือเหตุการณ์ลอกเลียนแบบ พร้อมสร้างความเข้าใจแก่ผู้ปกครองให้ดูแลเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิด
สำหรับผู้ได้รับผลกระทบ กรมการปกครองกำชับให้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน และเยียวยาสภาพจิตใจ รวมถึงให้ได้รับสิทธิและความช่วยเหลือตามกฎหมายอย่างครบถ้วนและรวดเร็ว
รัฐส่งทีม MCATT ดูแลผู้ได้รับผลกระทบ ฟื้นฟูสุขภาพจิตระยะยาว
พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความรุนแรง และได้มอบหมายทีมเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT ลงพื้นที่ให้การปฐมพยาบาลด้านจิตใจ หรือ PFA พร้อมวางแผนดูแลและฟื้นฟูสุขภาพจิตทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
การดูแลครอบคลุมผู้บาดเจ็บ ครอบครัว นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยลดผลกระทบทางจิตใจและสนับสนุนการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
รัฐบาลยังขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ หลีกเลี่ยงการส่งต่อภาพ คลิป หรือเนื้อหาที่มีความรุนแรง รวมถึงการนำเสนอรายละเอียดของผู้ก่อเหตุหรือวิธีการก่อเหตุเกินความจำเป็น เพื่อลดผลกระทบทางจิตใจ โดยเฉพาะต่อเด็กและเยาวชน
พร้อมขอความร่วมมือผู้ปกครองและครูดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด จำกัดการรับชมหรือส่งต่อภาพและคลิปเหตุการณ์ เปิดโอกาสให้เด็กได้ระบายความรู้สึก รับฟังด้วยความเข้าใจ ไม่เร่งซักถามหรือให้เล่าเหตุการณ์ซ้ำ ๆ และคอยสังเกตอาการผิดปกติทางอารมณ์และจิตใจ
Cell Broadcast ไร้เสียง เพราะไม่ต้องการเปิดพิกัดผู้หลบซ่อน
อีกประเด็นที่มีประชาชนสอบถามจำนวนมาก คือการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ระหว่างเกิดเหตุ หลังข้อความแจ้งเตือนที่ส่งมายังโทรศัพท์มือถือไม่มีเสียงเหมือนการทดสอบระบบที่ผ่านมา
ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า การแจ้งเตือนแบบไม่มีเสียงเป็นการกำหนดรูปแบบโดยคำนึงถึงลักษณะของสถานการณ์และความปลอดภัยของประชาชน เนื่องจากเหตุครั้งนี้เป็นเหตุใช้อาวุธปืน ไม่ใช่ภัยพิบัติที่จำเป็นต้องส่งสัญญาณเสียงเพื่อเร่งให้ประชาชนอพยพ
ปภ. ได้ใช้ระบบ Cell Broadcast ส่งข้อความไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่โรงเรียนและบริเวณโดยรอบรัศมีประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการสัญจรหรือเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ ลดความเสี่ยงต่อประชาชน และเอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
ระบบ Cell Broadcast สามารถส่งข้อความไปยังโทรศัพท์มือถือจำนวนมากในพื้นที่เป้าหมายได้พร้อมกัน โดยไม่จำเป็นต้องทราบหมายเลขโทรศัพท์ของผู้รับล่วงหน้า และสามารถกำหนดพื้นที่ รูปแบบ และระดับการแจ้งเตือนให้เหมาะสมกับลักษณะของสถานการณ์
สำหรับเหตุผลที่เลือกส่งข้อความโดยไม่มีเสียง เนื่องจากหากโทรศัพท์ของผู้ที่กำลังหลบซ่อนอยู่ภายในพื้นที่เกิดเหตุส่งเสียงแจ้งเตือน อาจเปิดเผยตำแหน่งและเพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของบุคคลเหล่านั้น แตกต่างจากภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ หรือน้ำท่วมฉับพลัน ที่จำเป็นต้องใช้เสียงแจ้งเตือนเพื่อเร่งให้ประชาชนรับรู้และอพยพ
รัฐบาลจึงย้ำว่า Cell Broadcast ไม่ได้มีรูปแบบการแจ้งเตือนเดียวสำหรับทุกสถานการณ์ แต่สามารถปรับระดับ ขอบเขตพื้นที่ รวมถึงการใช้หรือไม่ใช้เสียงให้เหมาะสมกับภัยแต่ละประเภท โดยกรณีเหตุผู้ใช้อาวุธ เป้าหมายสำคัญคือการแจ้งเตือนประชาชนภายนอกไม่ให้เข้าใกล้พื้นที่ โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้ที่อาจกำลังหลบซ่อนอยู่ภายใน
จับตาคลี่คลายคดี พร้อมปิดช่องโหว่ไม่ให้เกิดซ้ำ
เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของการคลี่คลายคดี หลังตำรวจเร่งรวบรวมคำให้การและพยานหลักฐานจากผู้เกี่ยวข้อง ขณะที่การแถลงสรุปคดีในวันที่ 9 สิงหาคม จะเป็นอีกหมุดหมายสำคัญในการตอบคำถามต่อสังคมว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีปัจจัยใดเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง เหตุการณ์ครั้งนี้ยังสะท้อนคำถามที่ใหญ่กว่าตัวคดี นั่นคือ ระบบป้องกันเหตุรุนแรงและการควบคุมการเข้าถึงอาวุธปืนมีช่องว่างตรงไหน และหน่วยงานรัฐจะปิดช่องว่างเหล่านั้นได้อย่างไร
การสั่งยกระดับมาตรการคุมอาวุธปืน การเพิ่มความปลอดภัยในโรงเรียนและสถานที่สาธารณะ การซ้อมแผนเผชิญเหตุ ตลอดจนการดูแลสุขภาพจิตของผู้ได้รับผลกระทบ จึงต้องไม่เป็นเพียงมาตรการเฉพาะหน้าหลังเกิดเหตุ แต่ต้องนำไปสู่ระบบป้องกันที่ทำงานได้จริงในระยะยาว
สิ่งที่สังคมต้องการจากเหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงคำตอบว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุหรือเหตุเกิดจากอะไร แต่คือคำตอบว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เสียงปืนดังขึ้นอีกในโรงเรียนหรือพื้นที่สาธารณะใด ๆ และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น ระบบของรัฐจะสามารถปกป้องชีวิตประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพียงใด




