นกพิราบประตูท่าแพ! ปัญหาที่ต้องแก้ หรือเป็นไฮไลท์ ชูท่องเที่ยวเชียงใหม่

13 ก.ค. 2568 - 11:33

  • ฝูงนกพิราบกับประตูท่าแพเชียงใหม่ ปัญหาที่ยังแก้ไขไม่ได้ ยังมีกลุ่มคนลักลอบขายอาหารนกแม้มีป้ายห้าม

  • ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ เดินหน้าแก้ปัญหา เผยคนขายอาหารนกไม่กลัวกฎหมายเหตุรายได้มากกว่าค่าปรับ เตรียมกล้อง AI มาช่วยในการจดบันทึกการทำความผิด

  • อาจารย์คณะแพทย์ มช.ชี้นกพิราบในเมืองมีมากเกินไปทำให้เสียสมดุลย์ธรรมชาติ เสี่ยงติดเชื้อเจ็บป่วยจากการสัมผัส-สูดดมมูลนก แนะเร่งจัดการปัญหา

นกพิราบประตูท่าแพ! ปัญหาที่ต้องแก้ หรือเป็นไฮไลท์ ชูท่องเที่ยวเชียงใหม่

ลานข่วงประตูท่าแพ หนึ่งในแลนด์มาร์กสถานที่ท่องเที่ยวใจกลางเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีชื่อเสียงในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีความสวยงามและมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสนใจถ่ายรูปคู่กับประตูเมือง กำแพงเมือง หรือป้ายเป็นที่ระลึก

ขณะเดียวกันในบริเวณลานข่วงประตูท่าแพนี้ ยังมีฝูงนกพิราบจำนวนมาก ที่บรรดานักท่องเที่ยวจะให้ความสนใจ นิยมถ่ายรูปในจังหวะที่ฝูงนกกำลังบินขึ้น กลายเป็นไฮไลท์อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องห้ามพลาดในแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งนี้

แต่ที่ผ่านมาประเด็นนี้เกิดข้อถกเถียงและข้อร้องเรียน ทั้งความกังวลเกี่ยวกับเชื้อโรคที่มาจากตัวนกพิราบ รวมถึงมีกลุ่มคนขายอาหารนกที่คอยเดินขายอาหารนก พร้อมบริการถ่ายรูปและเรียกเก็บค่าบริการจากนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่โดนเรียกเก็บ แม้จะมีป้ายห้ามขายและห้ามให้อาหารนกในจุดนี้ก็ตาม

Pigeon-problem-at-Thapae Gate-a-tourist-landmark-in-the-heart-of-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo03.jpg

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งนี้ พบว่ามีกลุ่มคนมาขายอาหารนกพิราบประมาณ 10-15 คน กระจายอยู่ภายบริเวณลานข่วงประตูท่าแพ เดินขายอาหารนกที่ใส่ในถุงพลาสติก และมีอุปกรณ์ในการไล่นก เช่น ไม้ – ขวดน้ำ พร้อมทั้งส่งเสียงดังให้นกบินขึ้นจากพื้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้กดชัตเตอร์ในจังหวะที่ฝูงนกบินขึ้น

จากการสังเกต กลุ่มคนขายอาหารนกเหล่านี้ เมื่อมีนักท่องเที่ยวเดินเข้าไปใกล้ จะเข้ามาทักทาย เสนอขายอาหารนกในราคาถุงละ 20 บาท พร้อมทั้งถ่ายรูปให้ในราคา 100 บาท จะได้ภาพนิ่ง 2 ถึง 3 ภาพ และคลิปวิดีโอสั้นอีก 1 คลิป

“แม้ว่านักท่องเที่ยวจะทักท้วง ชี้ไปที่ป้ายห้ามขาย และห้ามให้อาหารนก แต่คนขายอาหารนกก็พยายามตามตื๊อ บอกว่าไม่เป็นไรตำรวจไม่อยู่ ถ้าตำรวจมาพวกเขาจะวิ่งหนีเอง กระทั่งนักท่องเที่ยวต้องปฏิเสธเอง ทั้งการซื้ออาหารนกและถ่ายรูป บอกว่ากลัวจะถูกตำรวจจับ กลุ่มคนเหล่านนี้จึงยอมเดินจากไป”

Pigeon-problem-at-Thapae Gate-a-tourist-landmark-in-the-heart-of-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo04.jpg

พ.ต.ท.มกรา ศรีสกุลพิสุทธิ์ สารวัตสถานีท่องเที่ยว 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการท่องเที่ยว 2 เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัญหาคนขายอาหารนก ที่สร้างความรำคาญรบกวนนักท่องเที่ยวเป็นปัญหาที่พบมานาน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้บูรณาการในการแก้ไขปัญหา แต่เนื่องด้วยกฎหมายที่มาบังคับใช้เป็นเพียงโทษปรับ ซึ่งเมื่อคนขายอาหารนกพิจารณาดูแล้วโทษปรับก็ยังน้อยกว่ารายได้ที่พวกเขาได้รับมาอยู่ดี พวกเขาก็กลับมาอยู่ดี  ช่วงไฮซีซั่นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีมาร้องเรียน 10 ถึง 20 รายต่อเดือน ส่วนหน้าโลซีซั่นมีอยู่ประมาณ 3 ถึง 4 รายต่อเดือน

ก่อนหน้านี้ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ สภ. เมืองเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่จากเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ผลัดกันมาเฝ้าที่บริเวณนี้รวมถึงได้มีการเข้าไปพูดคุยสร้างความเข้าใจกับคนกลุ่มนี้แล้วแต่สุดท้ายคนขายอาหารนกเหล่านี้ก็ไม่ปฏิบัติตาม การทำงานของเจ้าหน้าที่ก็ยาก เหมือนกับแมวไล่จับหนู

Pigeon-problem-at-Thapae Gate-a-tourist-landmark-in-the-heart-of-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo01.jpg

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังจะมีการพิจารณาในการนำเอากล้อง AI หรือ กล้องอัจฉริยะที่ตำรวจท่องเที่ยวได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่พัฒนาระบบนี้ขึ้นมา ก่อนหน้านี้ได้นำไปติดตั้งที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้กล้องจับภาพบุคคลที่มีหมายจับทั้งในและต่างประเทศ เมื่อกล้องจับภาพได้ก็จะผ่านกระบวนการในการส่งข้อมูลให้กับทางเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมตัว ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 1 ถึง 2 นาที และที่ผ่านมาสามารถจับกุมบุคคลตามหมายจับได้แล้วกว่า 70 คน

“ดังนั้นก็คิดว่าการนำเอากล้องอัจฉริยะนี้ มาปรับใช้กับการแก้ไขปัญหาคนขายอาหารนกที่ลานข่วงประตูท่าแพ ก็น่าจะช่วยลดปัญหาลงไปได้ ซึ่งก็อาจจะทำให้การจับตาและปรับกลุ่มคนสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น บวกกับเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่ได้”

Pigeon-problem-at-Thapae Gate-a-tourist-landmark-in-the-heart-of-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo02.jpg

ขณะที่ นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือ ‘หมอหม่อง’ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปิดเผยว่า “หากถามว่า ถ้าประตูท่าแพไม่มีนกพิราบแล้วจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวน้อยลงหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าคงไม่ลดลง ไม่น่าเกี่ยว คงมีเพียงนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่อยากมาถ่ายรูปกับนกพิราบ ส่วนที่ว่าทำไมปัญหานี้ถึงแก้ไม่ได้สักทีเพราะยังมีคนให้อาหารนกอยู่ตลอดเวลา”

Pigeon-problem-at-Thapae Gate-a-tourist-landmark-in-the-heart-of-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo07.jpg

นพ.รังสฤษฎ์ กล่าวต่อว่า ข้อมูลทางการแพทย์ ในมูลของนกพิราบจะมีเชื้อราชื่อว่า “เชื้อคริปโตคอคคัส” สามารถติดเชื้อในคนได้โดยการสัมผัสมูลนกพิราบ หรือจากการหายใจและสูดดมเชื้อดังกล่าวเข้าไปในร่างกาย เป็นที่มาของการเกิดโรคต่างๆ เช่น ปอดติดเชื้อ หรือ เยื้อหุ้มสมองอักเสบได้ ซึ่งกลุ่มคนที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือคนผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือกินยากดภูมิ แต่คนที่ร่างกายแข็งแรงก็สามารถป่วยได้เช่นกัน

“สิ่งที่น่าห่วงของประเด็นดังกล่าวคือ นกพิราบที่มีจำนวนมากเกินไปก่อให้เกิดการเสียสมดุลย์ของธรรมชาติ สร้างปัญหาทางสิ่งแวดล้อมมูลสกปรกทำลายอาคารสถานที่และเป็นพาหะนำโรค”

Pigeon-problem-at-Thapae Gate-a-tourist-landmark-in-the-heart-of-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo05.jpg
Pigeon-problem-at-Thapae Gate-a-tourist-landmark-in-the-heart-of-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo06.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์