น้ำมันราคาพุ่ง! ประมงพาณิชย์ภูเก็ตอ่วม แบกภาระหนัก หวั่นสะเทือนห่วงโซ่อาหารทะเล

30 มี.ค. 2569 - 08:16

  • สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปรับขึ้นถึง 6 บาทต่อหน่วย กำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคธุรกิจในจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะกลุ่มประมงพาณิชย์และขนส่งที่แบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

  • ผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มหยุดกิจการแล้ว แพปลาในภูเก็ตทยอยหยุดเรือ เนื่องจากราคาน้ำมันเขียวพุ่งสูงจนไม่คุ้มทุน โดยต้นทุนน้ำมันถือเป็นสัดส่วนสูงที่สุดของต้นทุนทั้งหมด การหยุดออกเรือเสี่ยงกระทบต่อปริมาณสัตว์น้ำและห่วงโซ่อาหารในตลาด

  • การขนส่งในภูเก็ตขยับสูงขึ้น จากราคาพลังงานที่เร่งปรับขึ้นผู้ประกอบการขนส่งสัตว์น้ำและสินค้าเริ่มปรับราคาสินค้าขึ้นตามต้นทุนการเดินทาง

น้ำมันราคาพุ่ง! ประมงพาณิชย์ภูเก็ตอ่วม แบกภาระหนัก หวั่นสะเทือนห่วงโซ่อาหารทะเล

วรรณษา อรุณฉาย ผู้ประกอบการขนส่งสัตว์น้ำจากองค์การสะพานปลาไปยังห้องเย็นในพื้นที่ภาคใต้ เปิดเผยว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันล่าสุดลิตรละ 6 บาท ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นทันที โดยรถกระบะที่บรรทุกปลาได้ประมาณ 2,000 กิโลกรัม จากเดิมมีค่าใช้จ่ายเที่ยวละประมาณ 7,000 บาท เพิ่มเป็น 8,000 บาท ขณะที่รถบรรทุก 6 ล้อ จากเดิม 14,000 บาท เพิ่มเป็น 16,000 บาท

Phuket-fishermen-are-reeling-from-high-fuel-prices-fearing-a-disruption-SPACEBAR-Photo01.jpg
Phuket-fishermen-are-reeling-from-high-fuel-prices-fearing-a-disruption-SPACEBAR-Photo02.jpg
Phuket-fishermen-are-reeling-from-high-fuel-prices-fearing-a-disruption-SPACEBAR-Photo11.jpg

ทั้งนี้ การลงทุนต่อเที่ยวเฉลี่ยอยู่ที่ราว 100,000 บาท แต่มีกำไรสุทธิเหลือเพียง 1,000–2,000 บาทเท่านั้น อีกทั้งยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากความเสียหายของสินค้า และภาระค่าแรงพนักงานที่ยังคงต้องจ่ายต่อเนื่อง

Phuket-fishermen-are-reeling-from-high-fuel-prices-fearing-a-disruption-SPACEBAR-Photo07.jpg
Phuket-fishermen-are-reeling-from-high-fuel-prices-fearing-a-disruption-SPACEBAR-Photo08.jpg

วรรณษา กล่าวเพิ่มเติมว่า ค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 1,000 บาทต่อเที่ยว โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งไปยังจังหวัดปลายทาง เช่น หาดใหญ่ ระนอง และปัตตานี ขณะที่ราคาสัตว์น้ำไม่สามารถปรับขึ้นตามต้นทุนได้ ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้อง “ประคองตัว” เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ แต่ยอมรับว่าสถานการณ์ครั้งนี้ค่อนข้างหนัก และยังไม่สามารถประเมินได้ว่าราคาน้ำมันจะปรับเพิ่มขึ้นอีกมากเพียงใด

Phuket-fishermen-are-reeling-from-high-fuel-prices-fearing-a-disruption-SPACEBAR-Photo05.jpg
Phuket-fishermen-are-reeling-from-high-fuel-prices-fearing-a-disruption-SPACEBAR-Photo06.jpg
Phuket-fishermen-are-reeling-from-high-fuel-prices-fearing-a-disruption-SPACEBAR-Photo09.jpg

ด้าน ธณวรรณ ไทรทอง ผู้ประกอบการแพปลาภายในท่าเรือองค์การสะพานปลาภูเก็ต กล่าวว่า ภาคประมงได้รับผลกระทบจากทั้งราคาน้ำมันเขียวสำหรับเรือประมง และน้ำมันดีเซลสำหรับรถขนส่ง โดยน้ำมันเขียวปรับเพิ่มจากลิตรละประมาณ 20 บาท เป็น 32 บาท และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่น้ำมันดีเซลจากเดิมประมาณ 31 บาท ปรับเพิ่มเกือบแตะ 40 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน ปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้กลับลดลง และไม่สามารถปรับราคาขายได้ตามต้นทุน ทำให้รายได้ไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

Phuket-fishermen-are-reeling-from-high-fuel-prices-fearing-a-disruption-SPACEBAR-Photo04-1.jpg
Phuket-fishermen-are-reeling-from-high-fuel-prices-fearing-a-disruption-SPACEBAR-Photo10.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเรือประมงที่ยังคงออกทำการประมง ส่วนใหญ่ยังใช้น้ำมันสำรองจากรอบก่อนหน้า แต่ในรอบจัดสรรถัดไปยังไม่สามารถประเมินได้ว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอีกเพียงใด หรือจะมีปริมาณเพียงพอหรือไม่

Phuket-fishermen-are-reeling-from-high-fuel-prices-fearing-a-disruption-SPACEBAR-Photo03-2.jpg

ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีความเป็นไปได้ที่เรือประมงบางส่วนอาจต้องหยุดออกเรือ เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ ขณะที่มีรายงานว่าแพปลาบางแห่งในพื้นที่ได้หยุดดำเนินกิจการแล้ว

ผู้ประกอบการจึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งพิจารณามาตรการช่วยเหลือด้านราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น และรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลในระยะยาว

Phuket-fishermen-are-reeling-from-high-fuel-prices-fearing-a-disruption-SPACEBAR-Photo12.jpg
Phuket-fishermen-are-reeling-from-high-fuel-prices-fearing-a-disruption-SPACEBAR-Photo13.jpg
Phuket-fishermen-are-reeling-from-high-fuel-prices-fearing-a-disruption-SPACEBAR-Photo14.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์