น่านประกาศเขตภัยพิบัติ อ.ปัว 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน น้ำป่าหลากท่วม-ดินสไลด์

19 ส.ค. 2569 - 14:55

  • อ.ปัว อ่วม!! น้ำป่าไหลหลากกระทบ 12 ตำบล รวม 107 หมู่บ้าน ประกาศเขตภัยพิบัติ

  • ฝนตกหนักและฝนสะสมเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วม–ดินสไลด์

  • รัฐเร่งช่วยเปิดพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน เพื่อให้หน่วยงานเข้าช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

น่านประกาศเขตภัยพิบัติ อ.ปัว 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน น้ำป่าหลากท่วม-ดินสไลด์

จังหวัดน่านประกาศเขตภัยพิบัติ อ.ปัว เตือนฝนหนักถึงหนักมาก–ฝนสะสม ดันน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม เร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

วันนี้ (19 ส.ค. 2569)  จังหวัดน่านประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่ "อำเภอปัว" หลังเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ส่งผลให้มีฝนตกสะสมและเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมถึงดินโคลนถล่มและดินสไลด์

นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงนามประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย–น้ำป่าไหลหลาก) ในพื้นที่ "อำเภอปัว" เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเร่งด่วน

ครอบคลุม 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

พื้นที่ได้รับผลกระทบครอบคลุม 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน ได้แก่

  • ตำบลเจดีย์ชัย 9 หมู่บ้าน
  • ตำบลแงง 7 หมู่บ้าน
  • ตำบลศิลาเพชร 10 หมู่บ้าน
  • ตำบลภูคา 14 หมู่บ้าน
  • ตำบลปัว 8 หมู่บ้าน
  • ตำบลศิลาแลง 8 หมู่บ้าน
  • ตำบลสถาน 13 หมู่บ้าน
  • ตำบลไชยวัฒนา 8 หมู่บ้าน
  • ตำบลวรนคร 8 หมู่บ้าน
  • ตำบลอวน 11 หมู่บ้าน
  • ตำบลสกาด 4 หมู่บ้าน
  • ตำบลป่ากลาง 7 หมู่บ้าน

จังหวัดน่านระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อ ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน บ้านเรือน พื้นที่การเกษตร ประมง ปศุสัตว์ และสิ่งสาธารณประโยชน์ ขณะที่สถานการณ์ภัยพิบัติยังไม่ยุติ จึงมีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ประกาศน่าน.jpg

การประกาศพื้นที่ภัยพิบัติครั้งนี้อาศัยอำนาจตามข้อ 20 วรรคท้าย ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 เพื่อเปิดทางให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยการให้ความช่วยเหลือต้องไม่เกิน 3 เดือนนับแต่วันที่เกิดภัย

S__113131526_0.jpg

สถานการณ์ครั้งนี้สะท้อนความเสี่ยงจาก ฝนตกหนักและฝนสะสมในพื้นที่ภูเขาภาคเหนือ ซึ่งสามารถกระตุ้นให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มได้ในเวลาอันรวดเร็ว ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงจึงควรติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และใช้ข้อมูลจากหน่วยงานรัฐเป็นหลักในการประเมินสถานการณ์และตัดสินใจด้านความปลอดภัย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์