สะเทือนวงการการ์ด One Piece/Pokemon หลังร้านแจ้งความ ปมโอนเงินแล้วไม่ได้สินค้า

9 ก.ย. 2569 - 14:55

  • 29 ล้านที่ร้านโอนให้ผู้จัดหาแต่สุดท้ายไม่ได้สินค้า

  • ทำไมการ์ด One Piece และ Pokemon ถึงมีมูลค่าสูงขนาดนี้?

  • เมื่อการ์ดเกมไม่ใช่แค่งานอดิเรกแต่เป็นตลาดเงินก้อนโต

สะเทือนวงการการ์ด One Piece/Pokemon หลังร้านแจ้งความ ปมโอนเงินแล้วไม่ได้สินค้า

วงการการ์ดเกมกำลังกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามองมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นเพียงงานอดิเรกของนักเล่นและนักสะสม ปัจจุบัน Trading Card Game หรือ TCG มีทั้งตลาดการ์ดแบบซองและกล่อง การแข่งขัน การสะสม การซื้อขายการ์ดเดี่ยว ไปจนถึงตลาดสินค้ามือสองและการเก็งกำไร ทำให้การซื้อขายบางรายการมีมูลค่าตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักล้านบาท

ท่ามกลางตลาดที่กำลังคึกคัก ล่าสุดเกิดประเด็นร้อนในวงการการ์ดไทย หลังร้านค้าแห่งหนึ่งออกมาชี้แจงกรณีเปิดรับพรีออเดอร์การ์ด One Piece และ Pokemon จากลูกค้า ก่อนโอนเงินรวมกว่า 29,117,300 บาท ให้บุคคลที่ร้านระบุว่าคือ “นาย ก.” ซึ่งอ้างว่าสามารถจัดหาและนำเข้าสินค้าได้แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงกันไว้

จากพรีออเดอร์สู่เงินกว่า 29 ล้านบาท

ตามข้อมูลที่ร้านเปิดเผย ทางร้านได้เปิดรับพรีออเดอร์การ์ด Pokemon และ One Piece โดยเก็บเงินจากลูกค้าล่วงหน้า ก่อนโอนเงินจำนวนรวม 29,117,300 บาทให้กับ “นาย ก.” เพื่อจัดหาสินค้า

หนึ่งในออเดอร์ที่ถูกระบุถึงคือการ์ด One Piece ชุด OP17 จำนวน 860 คาร์ตัน อย่างไรก็ตามเมื่อถึงกำหนดส่งมอบสินค้าทางร้านระบุว่ายังไม่ได้รับสินค้าและถูกคู่กรณีบ่ายเบี่ยงมาอย่างต่อเนื่อง จนภายหลังทางร้านตรวจสอบและเชื่อว่าตนเองอาจตกเป็นผู้เสียหายจากการถูกหลอกให้โอนเงิน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ทางร้านได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางแม่นาง เพื่อดำเนินคดีกับนาย ก. แล้ว โดยขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทางร้านยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาและกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเต็มความสามารถ พร้อมขออภัยลูกค้าสำหรับความล่าช้าที่เกิดขึ้น และระบุว่าจะรีบแจ้งความคืบหน้าให้ทราบหากมีข้อมูลเพิ่มเติม

ทำไมการ์ดเกมถึงมีเงินหมุนเวียนระดับนี้?

สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการอาจเกิดคำถามว่า การ์ดเกมจำนวนหนึ่งสามารถมีมูลค่าถึงหลักสิบล้านบาทได้อย่างไร?

คำตอบคือ ตลาด TCG ในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงการซื้อซองการ์ดเพื่อเปิดเล่นเท่านั้น แต่ประกอบด้วยหลายชั้นตั้งแต่ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ร้านค้า นักเล่น นักสะสม ไปจนถึงตลาดซื้อขายการ์ดเดี่ยวและสินค้าซีล

แพลตฟอร์มซื้อขายการ์ดอย่าง TCGplayer ใช้ยอดมูลค่าการซื้อขายรวมหรือ GMV ของทั้งการ์ดเดี่ยวและสินค้าซีลในการจัดอันดับเกมที่ได้รับความนิยม และข้อมูลไตรมาส 2 ปี 2026 พบว่า Pokemon เป็นเกมการ์ดที่มียอดซื้อขายสูงสุดเป็นอันดับ 2 ขณะที่ One Piece Card Game อยู่ในอันดับ 3 รองจาก Magic: The Gathering โดย One Piece อยู่เหนือ Yu-Gi-Oh! เป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน

Pokemon ผลิตการ์ดไปแล้วกว่า 75,000 ล้านใบ

หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดคือ Pokemon Trading Card Game ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 1996 และเติบโตจนกลายเป็นหนึ่งใน TCG ที่มีฐานผู้เล่นและนักสะสมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ข้อมูลจาก The Pokémon Company ระบุว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2025 มีการผลิตการ์ด Pokemon TCG ไปแล้ว มากกว่า 75,000 ล้านใบ วางจำหน่ายใน 16 ภาษา และมากกว่า 90 ประเทศและภูมิภาค ทั่วโลก

แต่ตัวเลขการผลิตจำนวนมหาศาลไม่ได้หมายความว่าการ์ดทุกใบมีมูลค่าสูงเท่ากัน เพราะเสน่ห์สำคัญของ Pokemon TCG อยู่ที่ ความแตกต่างของการ์ดแต่ละใบ ทั้งด้านภาพประกอบ ความหายาก และการนำไปใช้แข่งขัน

The Pokémon Company เองอธิบายว่า Pokemon TCG มีทั้งองค์ประกอบของการต่อสู้และการสะสม โดยการ์ด Pokemon ตัวเดียวกันอาจมีภาพประกอบหลายรูปแบบ รวมถึงการ์ดพิเศษและการ์ดฟอยล์ ทำให้การสะสมกลายเป็นส่วนสำคัญของเกมด้วย

ตลาดจึงไม่ได้มีแค่คนที่ซื้อการ์ดเพื่อ “เล่น” แต่ยังมีคนที่ซื้อเพื่อ “สะสม” และซื้อขายการ์ดเดี่ยวตามความต้องการของตลาด

ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านตลาด TCGplayer เช่นกัน โดยในไตรมาส 2 ปี 2026 การ์ด Mega Charizard X ex ใบหนึ่งมี Market Price อยู่ที่ 826.41 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณหลักหมื่นบาทต่อใบ ขณะที่การ์ด Pokemon อีกหลายใบติดอันดับการ์ดที่มียอดซื้อขายสูงสุดของไตรมาส

One Piece โตเร็วแม้เพิ่งเปิดตลาดการ์ดได้ไม่กี่ปี

ถ้า Pokemon คือเจ้าตลาดที่มีประวัติยาวนานกว่า 20 ปี One Piece Card Game คือหนึ่งในตัวอย่างของ TCG รุ่นใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

Bandai เปิดตัว One Piece Card Game ในปี 2022 และระบุว่าจนถึงปี 2025 มีการออกการ์ดมาแล้วประมาณ 1,800 แบบ พร้อมวางจำหน่ายในหลายภาษา ได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ จีนตัวย่อ เกาหลี และฝรั่งเศส รวมถึงเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในปัจจัยที่ Bandai มองว่าอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ One Piece Card Game คือการที่การ์ดไม่ได้มีเพียงคุณค่าในฐานะเกม แต่ยังมี “ความน่าสะสม” ควบคู่ไปกับความสามารถในการเล่น ทำให้เข้าถึงทั้งกลุ่มนักเล่นและนักสะสม

และตัวเลขจากตลาดซื้อขายก็สะท้อนภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน

ในไตรมาส 4 ปี 2025 One Piece Card Game ขยับขึ้นมาเป็น TCG ที่มียอดซื้อขายรวมสูงเป็นอันดับ 3 บน TCGplayer แซง Yu-Gi-Oh! ขึ้นมาอยู่ในอันดับดังกล่าว ขณะที่ในไตรมาส 2 ปี 2026 ก็ยังรักษาอันดับ 3 เอาไว้ได้

ยิ่งไปกว่านั้น สินค้าซีลของ One Piece บางชุดมีราคาตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น TCGplayer ระบุว่า Booster Box Case ของชุด Carrying on His Will (OP-13) มี Market Price เพิ่มจากประมาณ 2,700 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงปลายปี 2025 ไปเกือบ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นปี 2026 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการสินค้า One Piece บางชุดสามารถผลักดันราคาตลาดขึ้นได้อย่างมาก

แล้ว 860 คาร์ตันที่หายไปคือเยอะแค่ไหน?

ตรงนี้เป็นอีกคำที่คนทั่วไปอาจไม่คุ้นเคย ในตลาดการ์ดเกมร้านค้าไม่ได้ซื้อสินค้าในระดับ “ซองเดียว” หรือ “กล่องเดียว” เท่านั้น แต่สามารถสั่งสินค้าเป็นล็อตใหญ่ในรูปแบบสินค้าซีล เช่น Booster Box และ Case หรือคาร์ตัน ซึ่งเป็นหน่วยบรรจุสินค้าจำนวนมากสำหรับการกระจายสินค้า

ดังนั้น เมื่อพูดถึงออเดอร์ระดับ 860 คาร์ตัน จึงเป็นการสั่งซื้อสินค้าในระดับธุรกิจ ไม่ใช่การซื้อการ์ดสำหรับผู้เล่นทั่วไปเพียงไม่กี่คน

นี่จึงช่วยอธิบายว่าเหตุใดเงินที่เกี่ยวข้องกับการพรีออเดอร์สินค้าการ์ดเกมในระดับร้านค้าจึงสามารถขยับขึ้นไปถึงหลักล้านหรือหลักสิบล้านบาทได้

และยิ่งสินค้าเป็นชุดใหม่ที่ได้รับความสนใจจากผู้เล่นและนักสะสมร้านค้าก็จำเป็นต้องบริหารทั้งเงินทุน สต๊อก และความต้องการของลูกค้าไปพร้อมกัน

“จ๋าย วงไททศมิตร” โพสต์เตือน หลังตั้งข้อสังเกตเงินหมุนเวียนหลักร้อยล้าน

ภายหลังร้านออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว “จ๋าย วงไททศมิตร” ได้แชร์โพสต์พร้อมระบุข้อความว่า

“30 ล้านเจ้าเดียว มีเจ้าอื่นๆ อีก เงินหมุนเงินเป็นร้อยๆ ล้าน คุณตำรวจจจจจจจจจจ คุณสัมพากร คุณกรมศุลกากร อยู่ไหน”

นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้ตนพยายามโพสต์เตือนเกี่ยวกับกรณีลักษณะดังกล่าวหลายครั้ง พร้อมแนะนำให้ผู้ที่อาจได้รับความเสียหายรวมตัวกันแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับ “นาย ก.” ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยังต้องรอการตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายก่อนจะสรุปความรับผิดทางกฎหมาย

แต่ในอีกมุมหนึ่งเหตุการณ์นี้กำลังทำให้เห็นภาพของตลาดการ์ดเกมยุคใหม่ได้อย่างชัดเจนว่า การ์ดหนึ่งใบอาจไม่ได้มีมูลค่าเพียงกระดาษที่อยู่ในซองอีกต่อไป เพราะเบื้องหลังการ์ดหนึ่งชุดมีทั้งผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ร้านค้า นักเล่น นักสะสม และตลาดซื้อขายที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบ และเมื่อความนิยมเพิ่มขึ้นเงินที่ไหลเวียนอยู่ในระบบก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่เพียงว่า “เงิน 29 ล้านบาทหายไปไหน?” แต่อาจรวมถึงคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า ตลาดการ์ดเกมที่กำลังโตอย่างรวดเร็วจะต้องมีระบบจัดการความเสี่ยงและการตรวจสอบที่รัดกุมแค่ไหน เมื่อเงินในตลาดไม่ได้อยู่แค่หลักพันหรือหลักหมื่นอีกต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์