สรุปดราม่า ‘มะปรางลองเบิ่ง’ กับรีสอร์ตนครพนม ปมเสียงแมวดังขอบุกตรวจห้องกลางดึก ก่อนเจ้าของออกมาขอโทษ

28 ต.ค. 2569 - 13:56

  • ‘มะปรางลองเบิ่ง’ ถูกเจ้าของรีสอร์ตขอตรวจห้องกลางดึกสองครั้งเพราะสงสัยว่าแอบนำแมวเข้าพัก แต่ไม่พบแมว

  • ฝ่ายรีสอร์ตยืนยันว่าได้ยินเสียงแมวจริง แต่ยอมรับว่าภาพจากกล้องวงจรปิดไม่ชัดเจน

  • ล่าสุดเจ้าของรีสอร์ตออกมากล่าวขอโทษพร้อมพิจารณาถอนแจ้งความ

สรุปดราม่า ‘มะปรางลองเบิ่ง’ กับรีสอร์ตนครพนม ปมเสียงแมวดังขอบุกตรวจห้องกลางดึก ก่อนเจ้าของออกมาขอโทษ

กลายเป็นดราม่าที่ได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ สำหรับกรณีของ ‘มะปรางลองเบิ่ง’ คอนเทนต์ครีเอเตอร์สาวที่ออกมาเล่าประสบการณ์เข้าพักที่ บ้านฮักรีสอร์ต จังหวัดนครพนม แต่กลับถูกเจ้าของที่พักขอตรวจห้องกลางดึกถึงสองครั้งเพราะสงสัยว่าแอบนำแมวเข้ามา ทั้งที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้พาสัตว์เลี้ยงมาด้วย ก่อนเรื่องราวจะบานปลายถึงการแจ้งความ และกลายเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายต้องออกมาชี้แจง

เรื่องเริ่มขึ้นในคืนวันที่ 24 ตุลาคม 2569 มะปรางและเพื่อนเดินทางไปทำงานที่จังหวัดนครพนมโดยจองห้องพักไว้สองคืน และทราบอยู่แล้วว่าที่พักมีกฎห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าพัก แต่หลังเข้าห้องได้ไม่นานเจ้าของรีสอร์ตกลับมาเคาะประตูเพื่อขอตรวจห้องเพราะอ้างว่าได้ยินเสียงแมวร้อง แม้มะปรางจะยอมให้ตรวจและไม่พบแมวแต่เจ้าของยังสงสัย ก่อนกลับมาขอตรวจอีกครั้งโดยอ้างว่ามีภาพจากกล้องวงจรปิดที่ดูคล้ายกับเธอกำลังอุ้มแมวเข้าห้องพัก

มะปรางจึงยอมให้ตรวจสอบเป็นครั้งที่ 2 พร้อมถ่ายคลิปเก็บไว้เป็นหลักฐาน รวมถึงเปิดรถยนต์ให้ตรวจดู แต่ก็ไม่พบแมวเช่นเดิม เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เธอและเพื่อนรู้สึกไม่สบายใจและไม่ปลอดภัยจึงตัดสินใจเก็บสัมภาระออกจากที่พักในช่วงเช้ามืดวันที่ 25 ตุลาคม ก่อนนำคลิปเหตุการณ์มาเผยแพร่ผ่าน TikTok จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ด้านเจ้าของรีสอร์ตออกมาชี้แจงว่า ที่พักมีกฎห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าพักเพราะเคยมีลูกค้าแอบนำสุนัขเข้ามาจนเกิดความเสียหาย ส่วนเหตุการณ์ครั้งนี้ยืนยันว่าได้ยินเสียงแมวจริง ประกอบกับเห็นภาพบางอย่างจากกล้องวงจรปิดจึงเกิดความสงสัย นอกจากนี้ยังอ้างว่าพบขนสัตว์ภายในห้องหลังลูกค้าออกไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางรีสอร์ตได้ออกมาขอโทษเรื่องช่วงเวลาและวิธีการตรวจสอบพร้อมคืนเงินค่าห้องพัก ก่อนเข้าแจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาเนื่องจากได้รับผลกระทบจากคลิปที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์

ต่อมาวันที่ 27 ตุลาคม 2569 มะปรางเดินทางมาออกรายการโหนกระแส พร้อมนำแมวทั้งสองตัว ชื่อ ‘ชาไทย’ และ ‘ชูก้า’ มาให้ดู โดยยืนยันว่าแมวทั้งสองตัวมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถแอบอุ้มซ่อนไว้ตามที่ถูกสงสัยได้ อีกทั้งยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่บ้านซึ่งแสดงให้เห็นว่าแมวอยู่บ้านในช่วงเกิดเหตุ ส่วนสิ่งของสีขาวที่เจ้าของรีสอร์ตสงสัยว่าเป็นแมวเธออธิบายว่าคือขวดน้ำ ขณะที่ขนแมวที่พบในห้องพักก็อาจเป็นขนที่ติดมากับเสื้อผ้าเพราะเธอเลี้ยงแมวอยู่แล้ว

ระหว่างรายการ ‘คุณเอ’ เจ้าของรีสอร์ต ได้โทรศัพท์เข้ามาชี้แจง โดยยังยืนยันว่าได้ยินเสียงแมวจริงแต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเสียงดังกล่าวมาจากห้องของมะปราง พร้อมยอมรับว่าภาพจากกล้องวงจรปิดไม่ชัดเจน และขนสัตว์ที่พบก็อาจติดมากับเสื้อผ้าตามที่มะปรางอธิบาย ขณะเดียวกันยังยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำให้ลูกค้าเดือดร้อน พร้อมกล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ส่วนประเด็นการแจ้งความเจ้าของรีสอร์ตเปิดเผยว่า หลังคลิปกลายเป็นกระแสธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งลูกค้าที่ลดลง การถูกโทรศัพท์ข่มขู่ และการถูกโจมตีบนโลกออนไลน์ แต่ไม่ได้กล่าวหาว่ามะปรางมีส่วนเกี่ยวข้องกับการข่มขู่เหล่านั้น ขณะที่มะปรางยืนยันว่า การเผยแพร่คลิปเป็นเพียงการปกป้องสิทธิของตัวเอง ไม่ได้ต้องการทำลายธุรกิจของใคร

ช่วงท้ายรายการ กรรชัย กำเนิดพลอย พยายามช่วยให้ทั้งสองฝ่ายหาทางยุติข้อพิพาท พร้อมแนะนำให้เจ้าของรีสอร์ตพิจารณาถอนแจ้งความเนื่องจากการตรวจห้องทั้งสองครั้งไม่พบแมวและหลักฐานจากกล้องวงจรปิดก็ไม่ชัดเจน โดยเจ้าของรีสอร์ตระบุว่าขณะนี้ไม่ได้เชื่อแล้วว่ามะปรางแอบนำแมวเข้าพัก พร้อมขอโทษอีกครั้ง และรับว่าจะนำเรื่องถอนแจ้งความไปพิจารณา

เรื่องราวที่เริ่มต้นจากเสียงแมวปริศนาจึงกลายเป็นข้อพิพาทที่ส่งผลกระทบต่อทั้งลูกค้าและเจ้าของที่พัก พร้อมทำให้เกิดคำถามว่าเจ้าของที่พักมีสิทธิตรวจสอบห้องพักของลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหน? เพราะแม้ที่พักจะมีกฎระเบียบที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามแต่ผู้เข้าพักก็ควรได้รับความเป็นส่วนตัวและความรู้สึกปลอดภัยเช่นเดียวกัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์