บรรยากาศการแห่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงของประชาชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งแต่ช่วง 08.00 น. ในวันนี้ (6 มีนาคม 2569) ยังคงหนาแน่นที่บริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้ง ปตท. และ PT เพื่อรอคิวนำรถยนต์ รถจักรยายนต์ และแกลลอนมาเติมน้ำมันเชื้อเพลิงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 แต่ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงปตท.สาขาแม่ฮ่องสอนได้นำรั้วมาปิด และขึ้นป้าย “ดีเซลหมด” จะเปิดให้บริการเวลา 17.00น. เช่นเดียวกับสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงPTอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ขึ้นป้ายแจ้งว่า “รถขนน้ำมันเสีย น้ำมันจะเข้าช่วงบ่าย” ทำให้ประชาชนต่างแตกตื่นมารอคิวเติมน้ำมันเชื้อเพลิงกันเป็นจำนวน


หฤทัย มโนชัย ผู้จัดการ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. บริษัทสุขุมเซอร์วิส จำกัด สาขาแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ยอมรับว่าน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะดีเซลได้หมดจริง ตั้งแต่เมื่อ เย็นวันที่ 5 มีนาคม 2569 เพราะประชาชนมีความต้องการมากกว่าปกติกว่า 4 เท่าตัว จากเดิมจะรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงจากคลังน้ำมันที่จังหวัดเชียงใหม่ วันละ 1 เที่ยว สามารถบรรจุได้ประมาณ 6,000-10,000 ลิตร แต่ประชาชนในพื้นที่ตื่นตระหนกจากการเกิดสงครามตะวันออกกลาง ทำให้แห่มาเติมน้ำมันเชื้อเพลิงต่อคิวเป็นเวลาหลายชั่วโมง และมีรถยนต์ รถจักรยานตร์ต่อคิวยาวเป็นกิโลเมตร
“สถานการณ์แบบนี้ติดต่อกันมาเป็นเวลา 3 วันแล้ว อยากทำความเข้าใจกับประชาชนว่า อย่ากังวลตื่นตระหนก เพราะน้ำมันเชื้อเพลิงยังมีเพียงพอไม่ได้ขาดแคลน เพียงแต่ตอนนี้จะต้องมีการบริหารจัดการในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีเที่ยวรถเพิ่มขึ้นวันละ 4 เที่ยว เพื่อลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทาง เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกล และเส้นทางเดินรถขึ้นเขาสูงชัน โดยคาดว่าเย็นวันนี้ (6 มีนาคม 2569) น้ำมันเชื้อเพลิงจะทยอยเข้ามาในพื้นที่ และให้บริการได้ตามปกติ แต่จะขอความร่วมมือไม่เติมน้ำมันในแกลลอน เพื่อกระจายน้ำมันเชื้อเพลิงให้ประชาชนอย่างทั่วถึง”



ด้าน ภาณุเดช ไชยสกุล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า สาเหตุที่น้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัดแม่ฮ่องสอนขาดแคลน เพราะประชาชนตื่นตระหนักจนเกิดความกังวลว่าจะไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงใช้ และนำยานพาหนะ รวมถึงแกลลอนมาทำการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะดีเซล ที่มีปริมาณการใช้มากกว่าปกติ ทำให้แต่ละสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงมีรถต่อคิวยาวเหยียดอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และมีผลกระทบเล็กน้อยต่อนักท่องเที่ยวที่ต้องการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ไม่มีให้เติม และยังต้องรอคิวยาว อีกทั้งปริมาณนักท่องเที่ยวช่วงนี้น้อย เพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น
“จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ห่างไกล และเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขาลงเขา ทำให้การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงมาขายในพื้นที่นั้นราคาแพงสุดในประเทศไทย เช่น น้ำมันดีเซล จะแพงว่าจังหวัดเชียงใหม่ ลิตรละ 60 สตางค์ และเพงกว่ากรุงเทพฯ ลิตรละ 1 บาท เมื่อมีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ประชาชนก็มีความไม่มั่นใจว่าจะมีน้ำมันเชื้อเพลิงใช้เพียงพอหรือไม่ จึงแห่มาเติมน้ำมันจนหมด โดยเฉพาะภาคเกษตรที่มีความจำเป็นในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ขณะนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน สั่งการให้สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเที่ยวขนส่ง จึงคาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ สถานการณ์น่าจะกลับสู่ภาวะปกติ”

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ (6 มี.ค.) ทางเจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องจากพบว่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขนส่งมาจากจังหวัดเชียงใหม่ มีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนที่มากกว่าปกติ และต้องหารือกับทางสถานีบริการน้ำมันให้เพิ่มเที่ยวการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และให้ทุกอย่างเป็นไปตามนโยบายของภาครัฐ เพื่อกระจายน้ำมันให้ประชาชนได้ใช้อย่างเพียงพอ และทั่วถึง







