กว่า 7 ปี ที่โครงการวิจัยรถไฟฟ้ารางเบาคันต้นแบบดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมี ผศ.ดร.ไพวรรณ เกิดตรวจ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) วิทยาเขตขอนแก่น เป็นหัวหน้าโครงการ จากจุดเริ่มต้นงานวิจัยที่ต้องการพัฒนารถไฟฟ้ารางเบาเพื่อให้ภาคเอกชนนำไปต่อยอดผลิตใช้ในการคมนาคมในหัวเมืองใหญ่ เช่น ขอนแก่น เชียงใหม่ และภูเก็ต ได้มาตรฐานเทียบเท่ากับต่างประเทศ


“โครงการนี้ใช้เวลาค้นคว้าวิจัยมาตั้งแต่ปี 2563 ได้รับการสนับสนุนทุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน หรือ บพข. ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี รวมทั้งได้รับการสนับสนุนการก่อสร้างรางรถไฟฟ้าได้รับการอนุมัติงบประมาณจากสภามหาวิทยาลัยและภาคเอกชนในจังหวัดขอนแก่น ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบขนส่งรางเบาจนเกิดเป็นรูปธรรมในวันนี้”
“การทดสอบการเดินรถได้ทำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 แล้ว เป็นการทดสอบสมรรถนะการเดินรถ ตัวรถ ระบบรางทั้งทางตรง ทางโค้ง การจัดตั้งระบบเบรกและชุดล้อ รวมทั้งทดสอบประสิทธิภาพของส่วนประกอบที่ใช้ในระบบรางที่ถูกออกแบบดีไซน์ด้วยฝีมือคนไทย เช่น อุปกรณ์ยึดราง ยางรองราง และยางรองร่องรางรถไฟ เป็นต้น ศึกษาการใช้งานจริงร่วมกับถนนสาธารณะ เชื่อว่าผลการทดลองที่จะเกิดขึ้นจะนำไปสู่การพัฒนารถไฟฟ้าระบบรางของไทยเป็นอย่างมาก”
ผศ.ดร.ไพวรรณ กล่าวว่า สำหรับรถไฟฟ้ารางเบาคันต้นแบบสร้างโดยคนไทยมาตรฐานต่างประเทศ โดยนำจุดเด่นด้านระบบรางจาก 3 ประเทศ คือ เยอรมัน จีนและญี่ปุ่น 3 ประเทศนี้มีมาตรฐานระบบรางเป็นที่ยอมรับ มีเทคโนโลยีโดดเด่นระดับต้นๆ ของโลก
ที่ผ่านมานักวิจัยได้เดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับระบบราง ประเทศแรกที่ไปศึกษาคือเยอรมัน เพราะมีมาตรฐานของระบบราง หลังจากนั้นไปฝังตัวศึกษาระบบรางอยู่ที่บริษัท ฮิโรชิม่าอิเล็กทริกเรลเวย์ ประเทศญี่ปุ่น นาน 1 เดือน เพราะมีความโดดเด่นด้านการซ่อมบำรุงระบบราง โดยทำงานเหมือนพนักงานของบริษัท พร้อมกับศึกษาด้านการขนส่งมวลชนที่มีระบบรางเบาเชื่อมต่อการขนส่งกับรถไฟความเร็วสูง สำหรับจีนไปเรียนเรื่องเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง นำจุดเด่นด้านมาตรฐานระบบราง 3 ประเทศนี้ อ้างอิงนำมาสร้างเป็นรถไฟฟ้าระบบรางด้วยฝีมือคนไทย แบบมาตรฐานระดับสากล
“ทั้ง 3 ประเทศมีมาตรฐานโดดเด่นด้านระบบรางเป็นที่ยอมรับ ซึ่งทางนักวิจัยได้นำมาอ้างอิงนำมาสร้างเป็นรถไฟฟ้าระบบรางในแบบมาตรฐานที่เทียบเท่ากับต่างประเทศ ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริด ใช้แบตเตอรี่รับไฟจากไฟเหนือศีรษะ อนาคตจะพัฒนาไปเป็นไฮโดรเจน มีขนาด 3 ตู้โดยสาร บรรทุกคนได้ 120 คน ความเร็วที่สามารถขับเคลื่อนได้ที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การทดสอบใช้ความเร็วที่ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเนื่องจากความยาวของรางมีเพียง 450 เมตร จึงยังใช้ความเร็วเต็มที่ไม่ได้ ซึ่งการทดสอบครั้งล่าสุด ระบบรางคันต้นแบบมีความสมบูรณ์”

ผศ.ดร.ไพวรรณ กล่าวอีกว่า ก้าวต่อไปเตรียมแผนพัฒนาคุณภาพชิ้นส่วนของขบวนรถทั้งคันให้เข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ทางนักวิจัยเก็บข้อมูลชิ้นส่วนแต่ละชิ้น แต่ละโบกี้ ทดสอบปรับปรุงคุณภาพชิ้นส่วนขบวนรถไฟฟ้ารางเบา เพื่อเข้าสู่คำว่ามาตรฐานและความปลอดภัย เพื่อจะผลิตชิ้นส่วนขายทั้งในและต่างประเทศในอนาคต พร้อมผลักดันให้ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางของระบบราง สามารถผลิตรถไฟฟ้ารางเบาทั้งคันโดยใช้อะไหล่ ชิ้นส่วนที่ผลิตในขอนแก่น ลดการนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศ
“เป็นการพัฒนาต่อยอดซึ่งเป็นหนึ่งในแผนที่วางไว้แล้ว โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน ผู้ให้ทุนในการศึกษานี้ คาดหวังว่าผลงานวิจัยและนวัตกรรมนี้สามารถนำไปต่อยอดในการผลิตขายในประเทศได้ ซึ่งทางนักวิจัยเตรียมผลักดันให้เกิดขึ้นจริง”
“2 ประเด็นหลักที่ทางนักวิจัยได้ดำเนินการต่อเนื่อง คือการผลักดันให้ขอนแก่น เป็นแหล่งผลิตชิ้นส่วนทั้งคันของรถไฟฟ้ารางเบา ไปพร้อมกับแผนพัฒนาเส้นทางเดินรถซึ่งเป็นการดำเนินงานร่วมกันกับเทศบาลนครขอนแก่นในการเดินรถรอบบึงแก่นนคร ระยะทาง 4 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยในรายละเอียด หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะนำรถรางคันต้นแบบนี้ไปทดสอบการเดินรถรอบบึงแก่นนคร”
“ในอนาคตเมื่อการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางอีสานแล้วเสร็จ เชื่อว่าความต้องการใช้ระบบขนส่งรถไฟฟ้ารางเบาจะมีความชัดเจนขึ้น เพราะเหมาะสำหรับการส่งต่อผู้โดยสารจากอำเภอต่างๆ เข้ามายังสถานีรถไฟความเร็วสูง เชื่อว่าจะเป็นการพลิกโฉมด้านการคมนาคมของประเทศไทยเป็นอย่างมาก ที่สำคัญคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตดีขึ้น มลภาวะลดลง” ผศ.ดร.ไพวรรณ กล่าว






