รู้จัก ‘ไวรัสฮันตา’ คืออะไร? แพร่เชื้ออย่างไร? ทำไมคร่าชีวิตคนบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร

5 พ.ค. 2569 - 15:12

  • ‘ไวรัสฮันตา’ คืออะไร? แพร่เชื้อได้อย่างไร? ทำไมคร่าชีวิตคนบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร

  • กับความเสี่ยงในประเทศไทย พร้อมเปิดวิธีป้องกันและข้อควรระวังในการทำความสะอาด

รู้จัก ‘ไวรัสฮันตา’ คืออะไร? แพร่เชื้ออย่างไร? ทำไมคร่าชีวิตคนบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร

จากสถานการณ์ล่าสุดที่พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ฮันตา หรือกลุ่มอาการไวรัสฮันตา (Hantavirus Syndrome) เพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ รวมถึงรายงานข่าวกรณีเรือสำราญในมหาสมุทรแอตแลนติกที่พบผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย ซึ่งต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ ทำให้ผู้คนเริ่มให้ความสนใจถึงอันตรายและวิธีการรับมือกับเชื้อโรคที่มากับหนูอย่างใกล้ชิด

การระบาดต้องสงสัยของ ‘ไวรัสฮันตา’ บนเรือสำราญ MV Hondius กลางแอตแลนติก กลายเป็นเคสสาธารณสุขข้ามพรมแดนที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ต้องลงมาคุมเอง

องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า กำลังตรวจสอบด้านสาธารณสุขต่อเหตุฉุกเฉินบนเรือสำราญ MV Hondius กลางมหาสมุทรแอตแลนติก หลังพบเหตุระบาดที่คาดว่าเป็น ‘ฮันตาไวรัส’ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย และผู้ป่วยอีกอย่างน้อย 3 ราย

โดย WHO ยืนยันข้อมูล มีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันผลในห้องปฏิบัติการแล้ว 1 ราย และผู้ต้องสงสัยอีก 5 รายในหมู่ผู้โดยสารและลูกเรือ ซึ่งในจำนวนนี้มี 1 รายอาการวิกฤต นอนรักษาในห้องไอซียูของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในแอฟริกาใต้

ขณะเดียวกัน WHO ระบุว่ากำลังดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด ทั้งการตรวจทางห้องแล็ปเพิ่มเติม การสอบสวนทางระบาดวิทยา และการถอดรหัสพันธุกรรมของไวรัส เพื่อระบุสายพันธุ์และเส้นทางการแพร่เชื้ออย่างชัดเจน

สำหรับการแพร่ระบาดที่พบบนเรือสำราญ MV Hondius ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางจากอาร์เจนตินามุ่งหน้าไปยังเคปเวิร์ด ในทวีปแอฟริกา มีผู้โดยสารประมาณ 150–170 คน โดยสรุปข้อมูลสำคัญได้ดังนี้

ยอดผู้เสียชีวิตยืนยันแล้ว 3 ราย ผู้ติดเชื้อยืนยันผลเป็นบวกแล้ว 1 ราย และมีผู้ต้องสงสัยรอผลการตรวจสอบอีก 5 ราย

ขณะเดียวกันมีรายงานเคสวิกฤตไวรัสฮันตาระบาด โดยชาวอังกฤษ 1 ราย อาการสาหัสและกำลังรักษาตัวอยู่ในหออภิบาลผู้ป่วยหนัก (ICU)

WHO ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสาธารณสุขของสหประชาชาติระบุว่า กำลังประเมินความเสี่ยงด้านสาธารณสุขอย่างครบถ้วน และประสานงานกับประเทศสมาชิกรวมถึงผู้ดำเนินการเรือ เพื่อให้การอพยพผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาในโรงพยาบาลบนฝั่งเป็นไปอย่างปลอดภัยมากที่สุด

WHO ยังระบุถึงความกังวลเรื่องการแพร่เชื้อ แม้ปกติจะติดจากหนูสู่คน แต่ในเคสที่พบได้ยาก ไวรัสนี้สามารถ “แพร่กระจายระหว่างคนสู่คนได้” ซึ่งจะนำไปสู่โรคทางเดินหายใจขั้นรุนแรง และนั่นคือสิ่งที่ทางการกำลังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดอย่างบนเรือสำราญ

จากข้อมูลของ WHO การติดเชื้อฮันตาไวรัสในมนุษย์มักเกี่ยวข้องกับการสัมผัสปัสสาวะ อุจจาระ หรือสารคัดหลั่งอื่นๆ ของสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อ แม้ในบางกรณีที่พบไม่บ่อยจะมีรายงานการแพร่จากคนสู่คนได้ โดยเชื้อสามารถก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจหรือไตอย่างรุนแรง และมีอัตราการเสียชีวิตสูงในบางสายพันธุ์

สถานการณ์บนเรือสำราญกลางทะเลเปิดจึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในฐานะ “เคสทดสอบ” ความพร้อมของกลไกตอบสนองฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ทั้งในมิติการสื่อสารความเสี่ยง การประสานงานหลายประเทศ และการดูแลผู้โดยสารจำนวนมากในพื้นที่จำกัดอย่างเรือสำราญ

ข้อมูลจากสำนักข่าว ETtoday อ้างอิงการรายงานของ นิวยอร์ก ไทมส์ (The New York Times) ได้สรุปข้อควรรู้สำคัญเกี่ยวกับไวรัสฮันตา เพื่อให้ประชาชนได้ทำความเข้าใจและเฝ้าระวังอย่างถูกต้อง เนื่องจากเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงแม้ว่าจะพบได้ไม่บ่อยนักก็ตาม

ไวรัสฮันตา คืออะไร? แพร่เชื้อได้อย่างไร

‘ไวรัสฮันตา’ คืออะไร ทำไมคร่าชีวิตคนบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร ไวรัสฮันตา เป็นไวรัสกลุ่มอาร์เอ็นเอ (RNA Virus) ในตระกูลบันยาไวรัส ซึ่งปกติอาศัยอยู่ในสัตว์ฟันแทะโดยไม่ทำให้สัตว์ป่วย แต่เมื่อข้ามมาสู่คนจะก่อให้เกิดโรคที่รุนแรง 2 ลักษณะ คือ

·     โรคไข้เลือดออกร่วมกับภาวะไตวาย (HFRS): มักพบในแถบเอเชียและรัสเซีย

·     โรคทางเดินหายใจรุนแรง (HPS): มีอาการไข้และปอดบวมน้ำอย่างเฉียบพลัน เสียชีวิตได้รวดเร็ว มักพบในทวีปอเมริกา

‘ไวรัสฮันตา’ ติดต่อจากมูลหนูสู่ลมหายใจ

ไวรัสฮันตาระบาด มนุษย์สามารถรับเชื้อได้ 2 วิธีหลักๆ คือ

-       การสูดดม (หลัก) หายใจเอาละอองสารคัดหลั่ง (ปัสสาวะ, น้ำลาย, มูลหนู) ที่ฟุ้งกระจายในอากาศเข้าไป

-       การสัมผัสและการกิน เชื้อเข้าทางบาดแผล เยื่อบุตา หรือปนเปื้อนในอาหารและน้ำ

ส่วน การถูกกัด ติดต่อผ่านน้ำลายหนูโดยตรง (พบได้น้อยกว่า)

การระบาดในอดีตมักเกิดขึ้นในพื้นที่ชนบทหรือฟาร์ม แต่กรณีล่าสุดบนเรือสำราญแสดงให้เห็นว่า พื้นที่ปิดที่มีระบบระบายอากาศร่วมกันอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงหากมีการปนเปื้อน

ไวรัสฮันตาระบาด ไวรัสนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1993 ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งในตอนแรกแพทย์เข้าใจผิดว่าเป็น "กาฬโรค" เนื่องจากผู้ป่วยเสียชีวิตเร็วมาก จนกระทั่ง CDC ตรวจพบว่าเป็นไวรัสชนิดใหม่

อาการของโรคที่ต้องสังเกต

ระยะฟักตัวของไวรัสฮันทาจะอยู่ที่ประมาณ 1 ถึง 8 สัปดาห์ โดยอาการในระยะแรกจะคล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ ซึ่งผู้ป่วยควรสังเกตสัญญาณเตือนดังนี้

·      มีไข้และหนาวสั่น

·      ปวดเมื่อยตามร่างกายและปวดศีรษะ

·      เมื่ออาการรุนแรงขึ้นจะเริ่มมีปัญหาทางระบบทางเดินหายใจ

·      เกิดอาการหายใจไม่อิ่มหรือหายใจลำบากเฉียบพลัน

·      ในรายที่รุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจและปอดล้มเหลว

ความเสี่ยงในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง แต่ผลการวิจัยพบว่าหนูในไทย (ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด) มีแอนติบอดี้ต่อเชื้อไวรัสฮันตาอยู่ประมาณ 2.3-3.0% ซึ่งหมายความว่าเชื้อมีอยู่ในธรรมชาติรอบตัวเรา แต่อาจเป็นสายพันธุ์ที่ไม่รุนแรง หรือทำให้เกิดการติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ

เหตุการณ์บนเรือสำราญกลางมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นสัญญาณเตือนให้ทั่วโลกยกระดับการควบคุมสัตว์พาหะในพาหนะสาธารณะและอาคารปิด โดยการป้องกันที่ดีที่สุดคือ “การจัดการสุขอนามัย” ไม่ให้หนูเข้ามาในที่อยู่อาศัย

วิธีป้องกันและข้อควรระวังในการทำความสะอาด

ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำที่สำคัญว่า ในการทำความสะอาดพื้นที่ที่สงสัยว่ามีการปนเปื้อนจากหนู “ห้ามใช้ไม้กวาดหรือเครื่องดูดฝุ่น” อย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในมูลหนูฟุ้งกระจายขึ้นไปในอากาศจนเสี่ยงต่อการสูดดมเข้าสู่ร่างกาย

ขั้นตอนการทำความสะอาดที่ปลอดภัยมีดังนี้

·      สวมหน้ากากอนามัยและถุงมือให้มิดชิด

·      ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาวที่เจือจางแล้วลงบนพื้นที่ปนเปื้อน

·      ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อฆ่าเชื้อ

·      ใช้กระดาษชำระแบบเปียกเช็ดทำความสะอาด

·      นำอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ใช้แล้วทิ้งลงในถังขยะที่ปิดมิดชิดทันที

ข้อมูลอ้างอิง : สำนักข่าว Ettoday

                   : imctnews รายงาน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์