ชื่อ ‘ล้ำค่า’ เป็นคำภาษาไทยที่ไม่ได้สะกดยาก แต่กลับกลายเป็นปัญหาในการทำบัตรประชาชน หลังคุณแม่รายหนึ่งโพสต์เล่าว่า พาลูกชายวัย 7 ขวบไปทำบัตรประชาชนครั้งแรก แต่ชื่อกลับพิมพ์ผิด โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่าตั้งชื่อลูกยากเกินไป จนระบบไม่สามารถพิมพ์ได้อย่างถูกต้อง

จากภาพจะเห็นว่า ชื่อที่ถูกต้องคือ ‘ล้ำค่า’ แต่บนบัตรกลับปรากฏเป็น ‘ลำ้ค่า’ ซึ่งเกิดจากการเรียงลำดับสระอำและไม้โทไม่ถูกต้อง ทั้งที่คำดังกล่าวสามารถพิมพ์ด้วยแป้นพิมพ์ภาษาไทยได้ตามปกติ

ต่อมาคุณแม่ได้ชี้แจงว่า ปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่ใบเกิด เนื่องจากตัวอักษรและวรรณยุกต์ทับซ้อนกันจนมองไม่ออกว่าชื่อสะกดผิดมาตั้งแต่แรก กระทั่งพาลูกไปทำบัตรประชาชนที่อำเภอแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้มอบบัตรที่มีชื่อผิดให้กลับมาใช้งาน โดยไม่ได้แก้ไขหรือออกบัตรใหม่ จนคุณแม่ต้องโพสต์สอบถามวิธีแก้ไขผ่านโซเชียลมีเดีย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ปลัดอำเภอผู้ทำหน้าที่ผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลชื่อผิดตั้งแต่การแจ้งเกิดที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอแก้งคร้อ ก่อนถูกส่งต่อเข้าสู่ระบบทะเบียนราษฎรและนำมาใช้ทำบัตรประชาชน
ทั้งนี้อำเภอภูเขียวได้แก้ไขชื่อในระบบทะเบียนราษฎรและฐานข้อมูลทะเบียนกลาง พร้อมออกบัตรประชาชนใบใหม่ให้ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว โดยคุณแม่ได้โพสต์ขอบคุณนายอำเภอภูเขียว ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ทุกคน รวมถึงผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ที่ช่วยประสานงาน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาโจมตีเจ้าหน้าที่ เพียงต้องการแบ่งปันประสบการณ์เป็นอุทาหรณ์แก่ผู้ปกครองคนอื่น
แม้ปัญหาจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่เหตุการณ์นี้ยังชวนตั้งคำถามถึงทักษะและมาตรฐานการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะข้อมูลสำคัญอย่างชื่อบุคคล ไม่ควรถูกบันทึกผิดและส่งต่อจากเอกสารหนึ่งไปยังอีกเอกสารหนึ่งโดยไม่มีการตรวจพบ
ที่สำคัญ ระเบียบกรมการปกครองว่าด้วยการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2554 ข้อ 64 กำหนดให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลบนบัตรกับคำขอและหลักฐานก่อนส่งมอบ หากพบข้อมูลผิดต้องดำเนินการออกบัตรใหม่ให้ถูกต้อง จึงเกิดคำถามว่า เมื่อผู้ปกครองพบปัญหา เหตุใดจึงไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่วันที่ทำบัตรครั้งแรก
แน่นอนว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้กับทุกอาชีพ แต่เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานทะเบียนควรมีทักษะในการตรวจสอบข้อมูล รวมถึงสามารถอธิบายสาเหตุและแนะนำแนวทางแก้ไขให้ประชาชนได้อย่างชัดเจน หากไม่สามารถดำเนินการได้เอง ก็ควรมีระบบส่งต่อปัญหาไปยังผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนต้องหาทางออกด้วยตัวเอง
ท้ายที่สุด เรื่องของเด็กชาย ‘ล้ำค่า’ อาจเป็นเพียงความผิดพลาดของตัวอักษรไม่กี่ตัว แต่กลับสะท้อนคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า หน่วยงานราชการมีมาตรฐานการฝึกอบรม ตรวจสอบ และประเมินทักษะเจ้าหน้าที่ดีเพียงพอแล้วหรือยัง?
เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่เพียงเจ้าหน้าที่ที่ทำงานตามขั้นตอน แต่คือเจ้าหน้าที่ที่สามารถตรวจพบปัญหา แก้ไขข้อผิดพลาด และรับผิดชอบต่อเอกสารสำคัญที่ประชาชนต้องใช้ตลอดชีวิต




