“การแพทย์ฉุกเฉินขอนแก่น” ปรับแผนการทำงาน “คน-เงิน-สิ่งของ” เตรียมพร้อมรับมือวิกฤตพลังงาน!

9 มิ.ย. 2569 - 09:30

  • การแพทย์ฉุกเฉินขอนแก่น ยกระดับแผนบริหารความต่อเนื่อง ปรับแผนการทำงาน “คน-เงิน-สิ่งของ” เพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

  • ด้านสิ่งของ บริหารจัดการคลังเวชภัณฑ์และยาสำรองอย่างรัดกุม ประสานงานร่วมกับสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ เพื่อเปิดช่องทางพิเศษ ให้รถฉุกเฉินและรถกู้ชีพสามารถเข้าไปเติมน้ำมันเชื้อเพลิงได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสะดุดของการส่งต่อผู้ป่วย

  • ด้านคน-การเงิน ปรับรูปแบบการรักษาโดยนำระบบการแพทย์ทางไกลมาใช้มากขึ้น เพื่อลดความจำเป็นในการเดินทางมาโรงพยาบาล ปรับแผนการใช้จ่ายภายใน จัดสรรทรัพยากรทางการเงิน และเร่งกระบวนการเบิกจ่ายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาสภาพคล่องและประสิทธิภาพการให้บริการ

“การแพทย์ฉุกเฉินขอนแก่น” ปรับแผนการทำงาน “คน-เงิน-สิ่งของ” เตรียมพร้อมรับมือวิกฤตพลังงาน!

“ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นจนปรับแผนการทำงานแทบไม่ทันแล้ว แต่ยืนยันว่า อาสาสมัครมูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ พร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลังเท่าที่จะทำได้”

Khon-Kaen-Emergency-Medical-Services-adjusts-plans-to-cope-with-the-energy-crisis-SPACEBAR-Photo-V01.png

หนึ่งเสียงสะท้อนของจิตอาสา ‘ธนัช มณฑาทิพย์’ หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ มูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ จังหวัดขอนแก่น บอกเล่าถึงการเตรียมความพร้อมการวางแผนการทำงาน ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ดีดตัวสูงขึ้น จากเหตุการณ์สงครามตะวันออกกลาง

‘ธนัช’ เล่าว่า กว่า 10 ปีแล้วที่เข้ามาร่วมเป็นอาสาสมัครที่มูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถือเป็นมูลนิธิหลักในจังหวัดที่ให้การช่วยเหลือประชาชน แบ่งการทำงานออกเป็น 2 กรณี คือกรณีการเสียชีวิต มูลนิธิสว่างจะเป็นมูลนิธิเดียวที่เก็บร่างทั้งหมด ส่วนกรณีการเกิดอุบัติเหตุ จะแบ่งโซนกันตามพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละมูลนิธิ แต่ละหน่วยงาน มีรัศมีการทำงานครอบคลุมโดยรอบในจังหวัดขอนแก่น ในหนึ่งวันเฉลี่ยอย่างต่ำ 5 เคส รวมทั้งการให้บริการช่วยเหลือประชาชน เช่น จับสัตว์เลื้อยคลาน การพ่วงแบตเตอรี่และรถเสีย เป็นต้น โดยไม่ได้คิดค่าบริการ ส่วนค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำมันรถมูลนิธิสว่างดูแลรับผิดชอบ มีเจ้าหน้าที่ทำงานประจำ แบ่งเป็นชุดเวรเช้าและชุดเวรเย็น แต่ละชุดทำงาน 12 ชั่วโมง  

สำหรับรถที่ใช้ในการบริการทั้งหมด มีทั้งรถเก็บศพ รถตู้พยาบาล รถอุปกรณ์ตัดถ่าง สำหรับเหตุฉุกเฉิน ความรวดเร็วในการนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งรถยนต์เป็นเครื่องมือจำเป็นในการใช้งาน โดยรถทุกคันจะใช้น้ำมันดีเซล รถส่วนกลางของมูลนิธิจะเติมน้ำมันดีเซลทั้งหมด ขณะที่ ‘ธนัช’ ใช้รถส่วนตัวในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อมีสถานการณ์ข้อจำกัดของน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ต้องเติมน้ำมันเพิ่มขึ้นเท่าตัว

“ปกติเติม 500 บาท เข็มน้ำมันจะขึ้น 1 ช่อง มาวันนี้เติมน้ำมัน 1,000 บาท เข็มน้ำมันยังอยู่ที่เดิม ในช่วงแรกที่ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทำให้คิดไม่ทันว่าจะวางแผนการใช้งานรถในการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร หลังจากเกิดวิกฤตน้ำมันราคาแพงแล้ว มูลนิธิออกหนังสือขอความร่วมมือสถานีบริการน้ำมันอำนวยความสะดวกเติมน้ำมันให้รถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน รถพยาบาล เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจ รับ–ส่ง ผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ ช่วงแรกที่มีการต่อคิวเติมน้ำมันรถ พบว่ารถของอาสาสมัครจะมีปัญหา เพราะต้องต่อคิวในการเติมน้ำมันเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป หากเป็นรถของมูลนิธิเลย สามารถเติมได้ทันที เพราะได้ขอความร่วมมือไว้แล้ว”

‘ธนัช’ กล่าวว่า หลังจากเกิดปัญหาน้ำมันแพงติดตามข่าวมาตลอด ยอมรับว่าราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อการทำงาน โดยเฉพาะงานอาสาสมัคร เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็สูงตามขึ้นแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่ทันได้วางแผน ปรับการทำงานให้สอดรับกับสถานการณ์

“วันที่ไปต่อแถวเติมน้ำมันใกล้คิวเติม แต่ปรากฏว่าน้ำมันหมดไม่มีให้เติม ซึ่งส่งผลต่อการช่วยเหลือประชาชน  เพราะปริมาณน้ำมันที่มีอยู่อย่างจำกัด ในเคสที่อยู่ห่างไกลอาสาสมัครออกไปช่วยเหลือยากขึ้น ซึ่งหากยังมีปัญหาเรื่องน้ำมัน ก็อาจจะส่งผลในระยะยาว กระทั่งมีเหตุการณ์การต่อแถวเติมน้ำมัน เบื้องต้นทางมูลนิธิสว่าง ได้ขอความร่วมมือไปยังสถานีบริการนำมันให้เติมน้ำมันให้กับรถของอาสาสมัคร เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที”

Khon-Kaen-Emergency-Medical-Services-adjusts-plans-to-cope-with-the-energy-crisis-SPACEBAR-Photo03.png

ด้าน นพ.วีรศักดิ์ พงษ์พุทธา นายแพทย์เชี่ยวชาญ กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉินโรงพยาบาลขอนแก่น ในฐานะผู้บริหาร ยอมรับว่าหนักใจหากเกิดวิกฤตน้ำมัน เพราะจะส่งผลให้รถฉุกเฉินที่รับส่งผู้ป่วยไม่สามารถออกไปให้บริการได้ หากระยะยาวเกิดเหตุการณ์สภาวะน้ำมันขาดแคลนกลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน รพ.ขอนแก่น ได้วางแผนไว้ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยเฉพาะในระยะยาวอาจจะปรับแผนไปเช่าซื้อหรือเช่ารถพลังงานไฟฟ้า ปรับเป็นรถฉุกเฉินแทนการใช้รถน้ำมันด้วย

Khon-Kaen-Emergency-Medical-Services-adjusts-plans-to-cope-with-the-energy-crisis-SPACEBAR-Photo02.png

“ทุกครั้งเมื่อเกิดวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข ระบบการแพทย์ฉุกเฉินจะมีการปรับแผนการทำงานทั้ง “คน-เงิน-สิ่งของ” เพื่อให้เกิดประโยชน์และช่วยเหลือประชาชนได้สูงสุด ในทุกช่วงเทศกาลวางแผนรองรับด้านพลังงาน ในระยะสั้นได้จัดทำแผนที่ปั๊มน้ำมัน เพื่อให้รถฉุกเฉินมีน้ำมันเติมสามารถปฏิบัติหน้าที่ รับและส่งผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที ควบคู่กับการประสานเครือข่ายเปิดช่องพิเศษเติมน้ำมันสำหรับรถฉุกเฉิน รองรับการช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง”   

นพ.วีรศักดิ์ ยอมรับว่ากังวลต่อการช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน หรือ ‘อีเอ็มเอส’ (EMS) เน้นการช่วยเหลือประชาชนด้วยความรวดเร็ว ออกรับผู้ป่วยฉุกเฉิน และนำส่งผู้ป่วยไปรักษาโดยเร็วเพื่อรักษาชีวิต จากสถานการณ์การสู้รบในครั้งนี้เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขทั้งทางตรงและทางอ้อม

“การจำกัดน้ำมันในระบบคือน้ำมันพร่องจากสต็อก และหาเติมได้ยากขึ้น เช่น ระบบ EMS ที่หน่วยปฏิบัติการแพทย์ต้องออกรับผู้ป่วยฉุกเฉิน หากรถปฏิบัติการไม่มีน้ำมันเติม ก็ไม่สามารถนำส่งได้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบสูงสุดคือ คนไข้ที่มีอาการหนัก”  

“ส่วนผลกระทบทางอ้อมอยู่ในห่วงโซ่พลังงาน เช่น ยาและเวชภัณฑ์ เนื่องจากบางกระบวนการผลิตต้องใช้น้ำมัน อัตราการผลิตเปลี่ยนไป อาจจะผลิตได้น้อยลง ทำให้พร่องจากสต็อกของโรงพยาบาล และราคาพลังงานที่สูงขึ้นทำให้ราคาเวชภัณฑ์ในท้องตลาดสูงขึ้นเช่นกัน แน่นอนว่าส่งผลต่องบประมาณในการจัดซื้อครุภัณฑ์ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างเป็นรายปี”

Khon-Kaen-Emergency-Medical-Services-adjusts-plans-to-cope-with-the-energy-crisis-SPACEBAR-Photo01-1.png

นพ.วีรศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับภาครัฐจะตั้งเบิกงบประมาณเป็นปี เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นระหว่างไตรมาศ ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันท่วงทีจะส่งผลให้ยาขาดสต็อก ส่วนเวชภัณฑ์อื่นที่ไม่ใช่ยา แต่กระบวนการการผลิตจะต้องใช้พลังงาน หรือมีส่วนผสมของปิโตรเคมี เช่น สายน้ำเกลือ หน้ากากออกซิเจน เหล่านี้ ล้วนจะส่งผลกระทบทั้งสิ้น เมื่ออัตราการผลิตลดลง จึงอาจจะทำให้ราคาสูงขึ้น

“เมื่อราคาเปลี่ยนในช่วงระหว่างปี การตอบสนองของภาครัฐไม่ทัน อาจจะส่งผลกระทบต่อสต็อกบ้าง ซึ่งไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ความไม่สงบจะยืดเยื้อหรือไม่ ส่วนหนึ่งยังกระทบต่อเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการแพทย์ กระทบกับเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาทำงานด้วย ซึ่งต้องวางแผนปรับกำลังคน ปรับการทำงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์”

“ส่วนปัญหาทางตรงที่กระทบต่อคนไข้ หน่วยปฏิบัติการแพทย์ ระบบการแพทย์ฉุกเฉินได้ปรับแผนการทำงาน คือเริ่มตั้งแต่การสื่อสารสาธารณะให้ประชาชนเข้าใจและยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วยอมรับว่า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินเองก็รับผลกระทบเช่นกัน ในส่วนของกระบวนการที่เอื้อต่อการบริการประชาชนจะต้องปรับ คัดกรองผู้ป่วยแบบเข้มข้นขึ้น ออกรับผู้ป่วยที่จำเป็นจริงๆ ในการใช้รถฉุกเฉินไปรับมาโรงพยาบาล”

“กระบวนการที่เข้มข้นคือ ผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มสีเขียว สีขาว สามารถเดินทางมาโรงพยาบาลเองได้ จะให้คำแนะนำทางโทรศัพท์ว่าให้เดินทางมาเอง ด้วยวิธีที่สามารถทำได้ ส่วนสีเหลืองและสีเขียว ที่มีความเร่งด่วนและรุนแรงมากกว่าจะใช้รถฉุกเฉินออกรับ ทั้งนี้ แต่ละเคสขึ้นกับดุลยพินิจ”

นพ.วีรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนระดับนโยบายสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ได้ทำแผนที่ว่าโรงพยาบาลขอนแก่นไปทำ เอ็มโอยูกับสถานีบริการน้ำมัน หรือพื้นที่ไหน ที่รถฉุกเฉินไปขอความร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ รวมทั้งรถฉุกเฉินของลูกข่ายที่อยู่ในโซนเดียวกับโรงพยาบาลขอนแก่น ที่ใช้บริการสถานีบริการนั้นๆ

รวมทั้งอัพเดทสถานการณ์น้ำมันว่ามีสถานีบริการใดมีน้ำมันสำรอง ที่ทางการแพทย์ฉุกเฉินจะไปขอความร่วมมือได้ พื้นที่ไหนที่โรงพยาบาลลงนามความร่วมมือไว้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ รวมทั้งสร้างความมั่นใจบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ว่ายังให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขได้ปกติ

Khon-Kaen-Emergency-Medical-Services-adjusts-plans-to-cope-with-the-energy-crisis-SPACEBAR-Photo04.png

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์