เศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ หรือ คิงส์โรมัน เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงข้ามอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ยังคงมีการดำเนินการก่อสร้างตึก อาคารอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงมีการวางแผนที่จะทำโครงการขนาดใหญ่ในเชิงการท่องเที่ยว และการเกษตรอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าบรรยากาศภายในเมืองแห่งนี้จะไม่ได้คึกคักเหมือนกับเมื่อ 2-3 ปีก่อนหน้านี้ซึ่งหลายฝ่ายก็จับตามองว่าในอนาคตพื้นที่แห่งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป และจะเป็นเพื่อนบ้าน คู่ค้า ที่ดีกับไทยอยู่ไหม หรือจะกลายเป็นคู่แข่งกัน


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พบกานต์ อาวัชนาการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้วิเคราะห์ว่า ปัจจุบันนี้เศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำเงียบเหงา จากศูนย์กลางความคึกคัก สู่บรรยากาศที่เงียบลง พื้นที่ดอกงิ้วคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว เคยถูกคาดหวังให้เป็น “Growth Pole” ฝั่งลาว เชื่อมโยงการท่องเที่ยว การบริการ และเงินทุนจากภายนอกเข้าสู่ลุ่มน้ำโขงตอนบน แต่ภาพปัจจุบันสะท้อนการชะลอตัวอย่างชัดเจน ร้านค้าและกิจกรรมพาณิชย์โดยรอบจำนวนมากปิดตัวลง เหลือเพียงกาสิโนที่ยังดำเนินการอยู่เป็นหลัก ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของการพัฒนาแบบพึ่งพากิจกรรมเดี่ยว ซึ่งแม้จะดึงดูดเม็ดเงินจำนวนมากในระยะหนึ่ง แต่กลับสร้างการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยรอบได้จำกัด
ในส่วนของการท่องเที่ยวข้ามแดน ก็มีปริมาณที่ลดลง และมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป การเดินทางท่องเที่ยวจากอำเภอเชียงแสนข้ามไปยังคิงโรมันในปัจจุบันมีจำนวนไม่มากนัก เมื่อเทียบกับช่วงที่พื้นที่ฝั่งลาวกำลังได้รับความนิยมสูง เหตุผลไม่ได้จำกัดอยู่ที่มาตรการด้านการเดินทางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนรสนิยมของนักท่องเที่ยว และการรับรู้ต่อภาพลักษณ์ของพื้นที่
จากมุมมองเศรษฐศาสตร์ชายแดน สะท้อนว่าการเชื่อมต่อทางกายภาพเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอ หากขาดการเชื่อมต่อด้านกิจกรรมทางเศรษฐกิจและประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ แม้เชียงแสนและคิงส์โรมันจะอยู่ใกล้กันทางภูมิศาสตร์ แต่ระดับการพึ่งพาซึ่งกันและกันในเชิงเศรษฐกิจกลับมีจำกัด รายได้และการจ้างงานในเชียงแสนไม่ได้ผูกโยงกับกิจกรรมในคิงส์โรมันอย่างแน่นแฟ้น กิจกรรมจำนวนมากทำหน้าที่เป็น “ทางผ่านของมูลค่า” มากกว่าการสร้างมูลค่าเพิ่มที่ฝังอยู่ในพื้นที่ไทย กรณีนี้สะท้อนลักษณะคลาสสิกของเศรษฐกิจชายแดนแบบ enclave economy คือ มีการลงทุนขนาดใหญ่ แต่การกระจายผลประโยชน์สู่พื้นที่รอบข้างเกิดขึ้นน้อย
สำหรับเชียงแสน จุดเปลี่ยนสำคัญอาจไม่ใช่การรอการฟื้นตัวของคิงส์โรมัน หากแต่เป็นการตอกย้ำบทบาทของตนเองในฐานะเมืองชายแดนที่ใช้ทุนทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และชุมชน เป็นแกนหลักของการพัฒนา
ในมุมนี้ ชายแดนไม่ได้เป็นเพียง “ปลายทางของการข้ามแดน”แต่เป็นพื้นที่ที่ต้องเลือกอย่างรอบคอบว่าจะเชื่อมโยงกับอะไร และเชื่อมโยงเพื่อสร้างคุณค่าแบบใดให้กับพื้นที่ของตนเองในระยะยาว

“เศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ กับอำเภอเชียงแสนจังหวัดเชียงราย ก็ยังคงต้องเป็นคู่ค้า เมืองพี่เมืองน้องกันต่อไป เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นไทย ลาว หรือจีน แต่การที่ให้ทุกฝ่ายจะรับประโยชน์ที่เท่ากันก็ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากหากจะทำโครงการหรือความร่วมมืออะไรทุกฝ่ายต้องมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้เหล่านี้ก็ต้องมีการจับตามองเรื่องของอาชญากรรมข้ามชาติที่อาจจะไปแฝงตัวอยู่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจแห่งนี้ ซึ่งหากจะให้คนไปเที่ยวเพิ่มพื้นที่ตรงนี้ก็ต้องทำให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่อยากจะไปเยือนรู้สึกว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย” ผศ.ดร.พบกานต์ กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ณัฐกร วิทิตานนท์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มองว่า สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำความเข้าใจก็คือเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำในสายตาของนานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะอย่างสหรัฐอเมริกาค่อนข้างจะมีปัญหากับทางเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้เพราะเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจขบวนการค้ายาเสพติด เป็นแหล่งฟอกเงิน ในขณะที่รัฐบาลไทยก็ไม่ได้แสดงจุดยืนที่โน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่ง ยังมีการไปมาหาสู่กันอยู่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกับพื้นที่นี้ก็ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน
ในช่วงหลังมานี้พื้นที่แห่งนี้เงียบเหงา ซึ่งโดยปกติแล้วเมืองแห่งนี้จะเป็นเมืองราตรีจะมีสีสันในยามค่ำคืน ผู้คนจะออกมาท่องเที่ยวใช้ชีวิตในช่วงเวลากลางคืนอย่างคึกคัก แต่ปรากฏว่าปัจจุบันนี้คนมันหายไปมาก ซึ่งจุดนี้ตนคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับมาตรการและเฝ้าจับตามองของนานาประเทศเกี่ยวกับกรณีของสแกมเมอร์ ซึ่งพื้นที่นี้เป็นหนึ่งในจุดที่ถูกปักหมุดว่าเป็นพื้นที่ที่มีการตั้งของแก๊งหลอกลวงออนไลน์

ผศ.ดร.ณัฐกร กล่าวต่อว่าดังนั้นเมื่อกลายเป็นพื้นที่ที่ถูกเฝ้าระวัง ส่วนหนึ่งก็ไปเข้าหูถึงรัฐบาลจีน ซึ่งในช่วงสองปีที่ผ่านมาจะเห็นภาพของความร่วมมือจากรัฐบาลจีน และทางเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ จับกุมคนที่เชื่อว่าพัวพันกับเรื่องของแก๊งหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงธุรกิจพนันออนไลน์ที่ลักลอบตั้งอยู่ในพื้นที่ มีการจับกุมตัวและส่งกลับไปในประเทศจีน ก็ทำให้สถานการณ์การอยู่อาศัยการใช้ชีวิตในพื้นที่อาจจะยาก ซึ่งทางเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้เองก็ได้ออกมาตรการและประกาศว่าหากมีการพบเบาะแสเกี่ยวกับแก๊งหลอกลวงออนไลน์เหล่านี้ ที่ยังอยู่ภายในเขตก็จะมีรางวัลนำจับให้กับคนที่ชี้เบาะแส
“แสดงว่าตัวของเขตเศรษฐกิจพิเศษเองก็พยายามแสดงจุดยืนว่าไม่ได้สนับสนุนให้มีธุรกิจสีเทาหรือธุรกิจผิดกฎหมายหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้มันก็ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายของกลุ่มอาชญากรรมที่จะมองหาที่ทางใหม่ๆ ที่จะทำธุรกิจผิดกฎหมายต่อไป ดังนั้น คิงโรมันก็อาจจะไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับกลุ่มอาชญากรรมอีกต่อไป”
“ขณะเดียวกันเชียงใหม่ก็กลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมาย ที่กลุ่มแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติต้องการที่จะมาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่มีความพร้อมในทุกมิติ ที่สามารถรองรับกลุ่มธุรกิจสีเทาเหล่านี้ได้ ทั้งที่อยู่อาศัย ความสะดวกสบาย เพราะกลุ่มคนพวกนี้ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มีเงินติดความสบายความหรูหรา แต่พฤติกรรมก็อาจจะเปลี่ยนไปจากเดิมที่อยู่รวมกันจำนวนมากภายในตึกเดียว ก็ต้องมีการแยกย้ายกันอยู่คนละที่ แบ่งงานกันทำ กระจายอยู่ตามพื้นที่ที่ไม่ได้ถูกเพ่งเล็งได้ง่าย อาจจะอยู่ตามหมู่บ้านจัดสรรตามชานเมือง
ซึ่งที่ผ่านมาเราก็จะเห็นการจับกลุ่มหลายครั้งในลักษณะของคฤหาสน์หรือพูลวิลล่า ซึ่งข้อมูลในเชิงลึกที่ทราบมาคือกลุ่มคนเหล่านี้ก็มีการโยกย้ายมาจากทางเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ” ผศ.ดร.ณัฐกร กล่าว

ขณะที่ วิโรจน์ ชายา ประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย กล่าวให้ข้อมูลว่า ระหว่างอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย กับเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ ในเชิงการท่องเที่ยว หากทำให้เป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันก็สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับการทำตลาดของเรา อย่างเช่นการที่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงรายแล้วพ่วงการท่องเที่ยวไปเที่ยวที่เขตเศรษฐกิจพิเศษด้วย ซึ่งมันก็อยู่ที่แนวคิดในการขายโปรแกรมท่องเที่ยว แต่ตอนนี้เงียบเหงามาก

วิโรจน์ กล่าวต่อว่า เมื่อก่อนนี้จะมีสีสันกว่านี้ หากดูการพัฒนาของทางเขตเศรษฐกิจพิเศษก็มีความพยายามที่จะปรับรูปแบบของเมืองให้เป็นการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น อย่างตลาดน้ำที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในเวลาค่ำคืน แต่ก็ยังไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เท่าที่ควร
"หากถามว่าการท่องเที่ยวเป็นคู่แข่งกับจังหวัดเชียงรายหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าไม่ได้เป็นคู่แข่งกัน เราก็พยายามที่จะขายการท่องเที่ยวเชื่อมโยง แต่ก็ขายไม่ค่อยได้เพราะว่าภาพลักษณ์ที่นักท่องเที่ยวทราบเกี่ยวกับพื้นที่แห่งนี้ค่อนข้างไปในทิศทางลบ ส่วนคนจีนที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษก็ไม่ค่อยจะได้ข้ามมาเที่ยวไทยเท่าไหร่ถือว่าข้ามมาน้อยมาก คนจีนในจังหวัดเชียงรายในปัจจุบันถือว่าน้อยมาก"
สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปเที่ยวในคิงส์โรมัน ส่วนใหญ่ก็จะไปกลับ ไม่ค่อยจะค้างคืน เนื่องจากในโรงแรมภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามารถสูบบุหรี่ภายในห้องพัก หรือในตัวโรงแรมได้ ซึ่งคนไทยจำนวนมากยังไม่ชอบบุหรี่เพราะเหม็นกลิ่นบุหรี่ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง แต่ปัจจัยสำคัญคือคนไทยยังมองว่าพื้นนี้ยังคงน่ากลัว
“ส่วนตัวคิดว่า การท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างอำเภอเชียงแสนกับเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำในอนาคต น่าจะเป็นการท่องเที่ยวแบบวันเดียวกลับ หรือนอนอาจจะนอนคืนเดียว และอาจจะไม่ได้มีการจับจ่ายใช้สอยมากนักคิดว่าน่าจะไปดูให้เป็นประสบการณ์ว่าลักษณะพื้นที่เป็นอย่างไร ทั้งนี้ตนก็คิดว่าพื้นที่นี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากใครอยากจะไปเที่ยวก็สามารถไปได้ก็ทำตามขั้นตอนของการผ่านแดนให้ถูกต้อง” วิโรจน์ กล่าว







