หลังเกิดกระแสตรวจสอบสุสานชาวยิวแห่งใหม่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีรายงานว่า พื้นที่ดังกล่าวรองรับการฝังศพได้ประมาณ 1,200 หลุม และมีผู้ได้รับการฝังแล้ว 3 ราย พร้อมเชื่อมโยงไปถึงการขยายเครือข่ายชาบัด (Chabad) ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และข้อกล่าวหาเรื่องชาวต่างชาติกว้านซื้อที่ดินในไทย อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบข้อมูลสาธารณะพบว่า “สุสานฉะเชิงเทรา” ไม่ใช่โครงการที่เพิ่งเกิดขึ้น
เว็บไซต์ Jewish Community of Thailand เผยแพร่ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 ว่า สุสานยิวเดิมบนถนนเจริญกรุงใกล้เต็ม จึงหาที่ดินใหม่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา วางเงินมัดจำ เปิดระดมทุน และระบุว่าได้รับใบอนุญาตที่จำเป็นสำหรับจัดตั้งสุสานแล้ว Jewish Community of Thailand—June 2021
บทความอีกชิ้นของผู้ดำเนินการ ระบุว่า ที่ดินถูกซื้อและ “registered as a burial place” ก่อนผ่านพิธีสถาปนาเขตสุสานตามหลักศาสนา และในวันที่เผยแพร่บทความมีการฝังผู้เสียชีวิตเป็นรายที่ 3 Jewish Community of Thailand
ข้อมูลเหล่านี้ยืนยันการมีอยู่และการใช้งานของสุสานได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ตอบคำถามสำคัญทางกฎหมาย ได้แก่ ที่ดินมีเนื้อที่กี่ไร่และมีกี่โฉนด ใครเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในเอกสารสิทธิ ซื้อเมื่อใด ราคาเท่าใด และรับเงินจากแหล่งใด ใบอนุญาตออกให้แก่บุคคล สมาคม มูลนิธิ หรือนิติบุคคลใด แบบผังระบุจำนวนหลุมไว้เท่าใด หน่วยงานใดตรวจสอบมาตรฐานสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
ทำไมศาสนายิวจึงต้อง “ฝัง” ไม่ใช่ “เผา”
การมีสุสานเฉพาะมิใช่สิ่งผิดปกติในตัวเอง แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับหลักศาสนายิว หรือ Halakha ซึ่งให้ความสำคัญกับการนำร่างกลับคืนสู่ดิน ซึ่งพิธีศพตามธรรมเนียมยิวมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
· พยายามฝังโดยเร็ว โดยทั่วไปภายใน 24 ชั่วโมง หากไม่ติดข้อจำกัดทางกฎหมาย การชันสูตร การเดินทาง หรือวันสะบาโต
· คณะดูแลศพ หรือ Chevra Kadisha เป็นผู้ชำระร่างตามพิธีที่เรียกว่า Tahara
· ห่อร่างด้วยผ้าขาวเรียบง่าย หรือ Tachrichim
· ใช้โลงไม้เรียบง่ายในประเทศที่กฎหมายกำหนดให้ใช้โลง
· หลีกเลี่ยงการดองศพ การผ่าชันสูตร และการนำอวัยวะออกโดยไม่จำเป็น แต่กฎหมายของประเทศที่เสียชีวิตย่อมมาก่อน
· ฝังร่างลงในดิน ไม่ใช้การเผาศพสำหรับผู้ปฏิบัติตามหลักศาสนาแบบดั้งเดิม
· ผู้ร่วมพิธีช่วยกันกลบดิน ถือเป็นการทำความดีครั้งสุดท้ายแก่ผู้ตาย
· หลังฝังมีช่วงไว้ทุกข์เข้มข้น 7 วัน เรียกว่า Shiva
หลักศาสนายิว ยังให้ความสำคัญกับการฝังในสุสานยิว หรืออย่างน้อยในพื้นที่ที่จัดแยกไว้สำหรับชุมชนยิว จึงทำให้ชุมชนยิวในประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นิยมเผาศพต้องจัดหาพื้นที่เฉพาะ Chabad: Basic Laws of a Jewish Funeral, The Basics of the Jewish Funeral
อย่างไรก็ดี คำว่า “ชาวยิว” ไม่ได้เท่ากับ “ชาวอิสราเอล” เพราะชาวยิวอาจถือสัญชาติไทย สหรัฐฯ ออสเตรเลีย หรือประเทศอื่น ส่วนพลเมืองอิสราเอลก็ไม่ได้เป็นชาวยิวทุกคน การตรวจสอบจึงควรจำแนกศาสนา สัญชาติ และสถานะนิติบุคคลออกจากกัน
จากสุสานเจริญกรุง…ถึงฉะเชิงเทรา
ก่อนมีสุสานยิวแยกเฉพาะ ชาวยิวบางส่วนเคยได้รับการฝังในสุสานโปรเตสแตนต์กรุงเทพฯ บนถนนเจริญกรุง ซึ่งก่อตั้งจากพระราชทานที่ดินในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อปี 2396 ตามข้อมูลประวัติสุสานระบุว่า ก่อนประมาณปี 1997 ชุมชนยิวยังไม่มีพื้นที่ฝังศพแยกต่างหากในกรุงเทพฯ ก่อนจะมีสุสานยิวตั้งอยู่ในที่ดินติดกัน ขณะที่สมาคมชาวยิวแห่งประเทศไทยระบุว่า สุสานแห่งแรกได้รับการสถาปนาจากความร่วมมือและเงินบริจาคของสมาชิกชุมชน Jewish Association of Thailand
โดยผู้ดำเนินการระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวใช้มานานกว่า 30 ปีและใกล้เต็ม จึงเริ่มรณรงค์หาเงินสำหรับสุสานใหม่ ก่อนเลือกฉะเชิงเทราซึ่งอยู่ห่างกรุงเทพฯ ประมาณ 60–90 นาที และมีต้นทุนที่ดินต่ำกว่าในเมืองหลวง
จุดนี้หลายสื่อระบุว่า เพิ่งมีการ “เข้าไปซื้อที่ดินเพื่อตั้งสุสาน” แต่ทางกลุ่มผู้ดำเนินการชาวยิว อ้างว่า โครงการสุสานใหม่ มีที่มาจากข้อจำกัดของสุสานเดิม และดำเนินมาตั้งแต่ปี 2564 แต่เหตุผลทางศาสนาไม่ได้ทำให้โครงการรอดพ้นจากการตรวจสอบ เพราะที่ดินและการดำเนินการสุสานยังต้องเป็นไปตามกฎหมายไทย เช่นเดียวกับสุสานของศาสนาอื่นๆ
มีที่ดินอย่างเดียวไม่พอ…ต้องมีใบอนุญาตสุสานด้วย
การจัดตั้งสุสานอยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. 2528 รวมถึงกฎกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น และกฎหมายสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง โดยหลักต้องแยกอย่างน้อย 2 ขั้นตอน
1. ขออนุญาตจัดตั้งสุสานและฌาปนสถาน
2. ขออนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสุสานและฌาปนสถาน
สถานที่ต้องผ่านหลักเกณฑ์ด้านที่ตั้ง ผังบริเวณ การระบายน้ำ สุขาภิบาล และผลกระทบต่อชุมชน ตัวอย่างหลักเกณฑ์สำหรับพื้นที่ฝังหรือเก็บศพถาวร ได้แก่
· ห่างจากถนนหรือทางสาธารณะตามระยะที่กำหนด
· ห่างจากแม่น้ำ คลอง และแหล่งน้ำสาธารณะ
· มีมาตรการป้องกันกลิ่น น้ำเสีย และสิ่งปฏิกูลรั่วไหล
· ไม่ก่อเหตุรำคาญหรืออันตรายต่อสุขภาพ
· จัดทำทะเบียนรับศพและบันทึกการฝัง
· ต่ออายุใบอนุญาตดำเนินการตามกฎหมาย
กฎกระทรวงกำหนดรายละเอียดบางประเภทให้สถานที่ห่างจากถนนสาธารณะอย่างน้อย 50 เมตร และห่างจากทางน้ำหรือแหล่งน้ำสาธารณะตามระยะที่กำหนด ซึ่งอาจแตกต่างตามลักษณะกิจการและมาตรการป้องกัน จึงต้องตรวจแบบผังของสุสานนี้โดยเฉพาะ ไม่ควรนำตัวเลขหนึ่งไปใช้กับทุกกรณี คู่มือขออนุญาตจัดตั้งสุสานและฌาปนสถาน
เปิดโฉนดไม่ได้…หากยังไม่มีเลขแปลง
หัวใจของข้อกล่าวหาเรื่อง “ทุนต่างชาติ” ไม่ใช่ว่าผู้ใช้สุสานนับถือศาสนาใด แต่คือใครมีกรรมสิทธิ์และใครเป็นผู้ควบคุมผลประโยชน์ที่แท้จริง จากข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบได้ในขณะนี้ ยังไม่พบการเปิดเผย
· เลขที่โฉนด
· เนื้อที่อย่างเป็นทางการ
· ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์
· ราคาซื้อขาย
· สำเนาสัญญาซื้อขาย
· รายละเอียดเงินบริจาคแยกตามประเทศ
· เลขที่ใบอนุญาตและชื่อผู้รับใบอนุญาต
ด้วยเหตุนี้ จึงยังไม่สามารถยืนยันชัดเจนได้ว่า ที่ดินเป็นของมูลนิธิ Chabad สมาคมชาวยิว บริษัท หรือบุคคลใดได้อย่างรับผิดชอบ เว็บไซต์ชุมชนยิวยืนยันเพียงว่า มีการระดมเงินบริจาค วางเงินมัดจำ ซื้อที่ดินและขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ฝังศพ แต่ถ้อยคำของผู้ดำเนินการไม่สามารถแทนสำเนาโฉนดและใบอนุญาตของราชการได้
คนต่างด้าวซื้อที่ดินไทยได้หรือไม่
โดยหลัก คนต่างด้าวไม่สามารถถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทย เว้นแต่เข้าเงื่อนไขเฉพาะตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายพิเศษ เช่น
· ได้รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมภายใต้ข้อจำกัด
· ลงทุนอย่างน้อย 40 ล้านบาท และได้รับอนุญาตให้ซื้อที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1 ไร่ตามมาตรา 96 ทวิ
· ได้รับสิทธิตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุนหรือกฎหมายเฉพาะ
· ถือสิทธิการเช่า สิทธิเหนือพื้นดิน หรือสิทธิอื่นที่ไม่ใช่กรรมสิทธิ์
เงื่อนไขลงทุน 40 ล้านบาทเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1 ไร่ ไม่ใช่ช่องทางทั่วไปสำหรับซื้อที่ดินทำสุสานหรือประกอบธุรกิจ คู่มือที่ดินสำหรับคนต่างด้าว—กรมที่ดิน หากผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นนิติบุคคลไทย ต้องตรวจว่าเป็นนิติบุคคลไทยจริงหรือใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ การถือหุ้นแทนหรือ “นอมินี” เป็นความผิด แต่การมีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการต่างชาติไม่ได้ทำให้บริษัทผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาสัดส่วนหุ้น การชำระค่าหุ้น อำนาจควบคุม แหล่งเงิน และการประกอบธุรกิจจริง
หนึ่งสุสานยังไม่เท่ากับ “กว้านซื้อหลายจังหวัด” การพิสูจน์ว่ามีการกว้านซื้อที่ดินต้องแสดงให้เห็นอย่างน้อยว่า มีที่ดินหลายแปลงหรือหลายโครงการ ผู้ซื้อหรือผู้รับผลประโยชน์เป็นเครือข่ายเดียวกัน เงินทุนมาจากแหล่งที่เชื่อมโยงกัน มีการควบคุมกิจการหรือที่ดินโดยบุคคลเดียวกัน หากกล่าวหานอมินี ต้องมีพฤติการณ์ถือหุ้นแทนหรือรับเงินจากต่างชาติ
แต่หลักฐานที่เปิดเผยเกี่ยวกับสุสานฉะเชิงเทรา ขณะนี้พิสูจน์ได้เพียงการจัดหาที่ดินหนึ่งพื้นที่เพื่อใช้เป็นสุสาน ไม่ได้พิสูจน์ว่าที่ดินของโรงแรม ร้านอาหาร ศูนย์ศาสนา หรืออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต สมุย พะงัน และปายมีเจ้าของหรือแหล่งเงินเดียวกัน
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เคยเผยแพร่คำชี้แจงจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมที่ดินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ว่า ในเวลานั้นไม่พบรายงานว่าชาวอิสราเอลหรือองค์กรอย่าง Chabad กว้านซื้อที่ดินอย่างผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงดังกล่าวเป็นผลตรวจ ณ เวลานั้น ไม่ได้ปิดทางการตรวจสอบธุรกรรมใหม่หรือรายบริษัท
ตัวเลข 4.2 แสนคน คือ “ยอดเดินทางเข้า” ไม่ใช่ผู้ตั้งถิ่นฐาน ซึ่งพบว่า มาจากการขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยวอิสราเอลเป็นบริบทที่ควรจับตา โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่า ปี 2568 มีชาวอิสราเอลเดินทางเข้าทางสนามบินหลัก 5 แห่ง 420,202 ครั้ง และเดินทางออก 405,712 ครั้งตัวเลขนี้เป็นยอดเข้าออกสะสมตลอดปี ไม่ใช่จำนวนคนที่ย้ายถิ่นฐานอยู่ในไทยพร้อมกัน
ระหว่างวันที่ 1 มกราคม–11 มีนาคม 2569 มีชาวอิสราเอลเดินทางเข้าไทย 84,238 คน และออกแล้ว 80,171 คน ขณะที่เดือนมีนาคมมีผู้พำนักอยู่ในไทยประมาณ 30,000–31,892 คน รวมทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ถือวีซ่าระยะยาว ไม่ใช่ 425,000 คน
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินว่า นักท่องเที่ยวอิสราเอลมีวันพำนักเฉลี่ยประมาณ 18.5 วัน และค่าใช้จ่ายประมาณ 83,000 บาทต่อคนต่อทริป สะท้อนว่าเป็นตลาดพำนักนานและมีกำลังซื้อ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานการย้ายถิ่นถาวร
ส่วนจำนวนชาวยิวที่พำนักในไทยไม่มีสถิติทางการชุดเดียว องค์กร World Jewish Congress ประเมิน “ชุมชนหลัก” ไว้ราว 200 คน ขณะที่แรบไบในไทยให้ตัวเลขกว้างกว่า 5,000–7,000 คนเมื่อนับผู้พำนักชั่วคราว ดิจิทัลโนแมด ผู้เกษียณและผู้ย้ายมาอยู่ระยะหนึ่ง
ข้อมูลที่ตรวจสอบเบื้องต้นได้ชี้ว่า สุสานยิวฉะเชิงเทรา มาจากข้ออ้างว่า จากความจำเป็นตามหลักศาสนาและข้อจำกัดของสุสานเจริญกรุง ซึ่งโครงการดำเนินมาตั้งแต่ปี 2564 ไม่ใช่การซื้อที่ดินที่เพิ่งเกิดขึ้นในปี 2569
ขณะเดียวกันยังมีข้อมูลสำคัญที่ไม่ถูกเปิดเผย โดยเฉพาะโฉนด ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ขนาดพื้นที่ เลขที่ใบอนุญาต แบบผัง 1,200 หลุม และเส้นทางเงินบริจาค ซึ่งต้องรอหน่วยงานรัฐเปิดเผยเอกสารเหล่านี้ เพื่อยืนยันว่าโครงการนี้ได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่ดิน กฎหมายสุสาน ผังเมืองและมาตรฐานสาธารณสุขครบถ้วนแล้วหรือไม่




