กรมอุตุนิยมวิทยา (11 ก.ย.2569) พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง ในขณะที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลง
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้
ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนแล้ว ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน อ่าวไทยตอนบน และภาคตะวันออกเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 11-13 ก.ย.2569 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อน และคาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 13-14 ก.ย.2569 ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ไว้ด้วย

สทนช.เตือน 23 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม-น้ำป่าหลาก-ดินถล่ม 11-13 ก.ย.
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง 23 จังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ช่วงวันที่ 11-13 กันยายน จากปริมาณฝนที่เพิ่มมากขึ้นและตกหนักถึงหนักมาก โดยติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตกและภาคใต้ เข้าสู่ความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันตกและภาคใต้
ทั้งนี้ จากการประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก และพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่า มีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองเพิ่มเติม ในช่วงวันที่ 11-13 ก.ย.ดังนี้
ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน (อ.เมืองแม่ฮ่องสอน) จ.เชียงราย (อ.แม่ลาว เมืองเชียงราย ป่าแดด เวียงชัย แม่สาย และเทิง) จ.สุโขทัย (อ.ศรีสัชนาลัย) จ.เพชรบูรณ์ (อ.ศรีเทพ วิเชียรบุรี และน้ำหนาว)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย (อ.ภูกระดึง ท่าลี่ และภูหลวง) จ.ขอนแก่น (อ.ภูผาม่าน น้ำพอง เวียงเก่า และสีชมพู) จ.ชัยภูมิ (อ.เทพสถิต เมืองชัยภูมิ และบำเหน็จณรงค์) จ.ร้อยเอ็ด (อ.สุวรรณภูมิ) จ.อุบลราชธานี (อ.นาจะหลวย)
ภาคกลาง จ.ลพบุรี (อ.ลำสนธิ) ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี (อ.ศรีราชา) ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี (อ.สวนผึ้ง) จ.ประจวบคีรีขันธ์ (อ.สามร้อยยอด และบางสะพานน้อย)
ภาคใต้ จ.ชุมพร (อ.เมืองชุมพร หลังสวน และทุ่งตะโก) จ.ระนอง (อ.กะเปอร์) จ.สุราษฎร์ธานี (อ.บ้านนาสาร และเกาะพะงัน) จ.นครศรีธรรมราช (อ.พิปูน หัวไทร และฉวาง) จ.ภูเก็ต (อ.ถลาง และเมืองภูเก็ต) จ.พัทลุง (อ.ศรีบรรพต) จ.ตรัง (อ.กันตัง เมืองตรัง ห้วยยอด และนาโยง) จ.สงขลา (อ.ระโนด) จ.สตูล (อ.เมืองสตูล ท่าแพ และละงู) จ.นราธิวาส (อ.สุคิริน และแว้ง)
ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลากและเตรียมความพร้อมรับมือ รวมถึงประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เพื่อให้สามารถอพยพได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์






