“การได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวในบ้านเกิด มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง”...นี่คือความต้องการในชีวิตของชาวบ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่าม ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรม การติดตั้ง “โซลาร์เซลล์เพื่อการเกษตร” ณ บ้านโคกล่าม-บ้านแสงอร่าม ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี นับเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่สะท้อนการประยุกต์ใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนเกษตรกรอย่างยั่งยืน
จากพื้นที่ที่เคยเผชิญวิกฤตขาดแคลนน้ำจนแรงงานพลัดถิ่นสู่เมืองใหญ่ การบูรณาการร่วมกันระหว่างชุมชน หน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และภาคเอกชนอย่าง บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ในการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาขยายผลการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

น้อมนำศาสตร์พระราชา พลิกฟื้นพื้นที่แห้งแล้ง
ภาพจำในอดีต หลังฤดูทำนา ชาวบ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่ามจำนวนไม่น้อยต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เพื่อนำรายได้กลับมาจุนเจือครอบครัว เนื่องจากพื้นที่แห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรจนไม่สามารถสร้างอาชีพและรายได้ได้ตลอดทั้งปี

นายเศวต จันทร์หอม อดีตผู้ใหญ่บ้านแสงอร่าม ย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านว่า “หมู่บ้านต้องเผชิญปัญหาความแห้งแล้งอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านไม่มีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเพาะปลูก จึงร่วมกันถวายฎีกาผ่านสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยคล้าย เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่”

“แม้ว่าหมู่บ้านจะมีอ่างเก็บน้ำแล้ว แต่ในช่วงแรกชาวบ้านยังไม่สามารถใช้น้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้หลังฤดูเก็บเกี่ยว คนในหมู่บ้านจำนวนมากยังต้องเดินทางออกไปหางานทำต่างถิ่น จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาพัฒนาอ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ตั้งแต่การวางระบบกระจายน้ำ การจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ การกำหนดกติกา และการจัดการทรัพยากรร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม”
“นอกจากการพัฒนาเรื่องน้ำแล้ว มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ยังได้น้อมนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ ส่งเสริมให้เกษตรกรเปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวไปสู่เกษตรผสมผสานและเกษตรอินทรีย์ โดยเฉพาะการปลูกพืชในโรงเรือนที่ให้ผลผลิตคุณภาพดีและมีมูลค่าสูง จนพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกผักบ้านโคกล่าม-แสงอร่าม ที่สามารถผลิตผักปลอดภัยส่งจำหน่ายทั้งในตลาดท้องถิ่นและห้างค้าปลีกสมัยใหม่”

GULF หนุนพลังโซลาร์เซลล์ ต่อยอดสร้างรายได้ชุมชน
เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและการเกษตรให้คนในชุมชนพึ่งพาตนเองได้ GULF ได้เข้ามาขยายผลและต่อยอด ผ่านการสนับสนุนโรงเรือนปลูกผักปลอดภัยจำนวน 10 โรงเรือน พร้อมติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ หอถังสูง ระบบท่อส่งน้ำ และระบบกระจายน้ำเข้าสู่แปลงเพาะปลูก รวมถึงพื้นที่สาธารณประโยชน์โดยรอบ เพื่อให้คนในชุมชนสามารถปลูกผัก ปลูกไม้ผล ไม้เศรษฐกิจ พัฒนาสู่ “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน สร้างงาน สร้างรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
อดีตผู้ใหญ่บ้านแสงอร่ามสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ว่า “การสนับสนุนของ GULF ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีหรือระบบน้ำเท่านั้น แต่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างแท้จริง เกษตรกร โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ไม่ต้องตักน้ำหรือหาบน้ำมารดพืชผักเหมือนในอดีต ขณะเดียวกันยังสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ เพราะปัจจุบันการปลูกผักในโรงเรือนแต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 45 วัน สามารถสร้างรายได้เฉลี่ย 4,000-5,000 บาทต่อโรงเรือน และปลูกได้ถึง 8 รอบต่อปี ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มเติมกว่า 32,000 บาทต่อปีต่อโรงเรือน หลายครอบครัวเริ่มกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเกิดอีกครั้ง”
คนคืนถิ่น ครอบครัวพร้อมหน้า รายได้มั่นคง
โอกาสทางการเกษตรยุคใหม่ที่ใช้พลังงานสะอาดเข้ามาช่วยบริหารจัดการ ไม่เพียงแต่เพิ่มตัวเลขรายได้ แต่ยังดึงดูดแรงงานที่เคยอพยพย้ายถิ่นให้หันหลังให้เมืองใหญ่กลับคืนสู่ภูมิลำเนา

นางสาวยุพา แก้วเกิด เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการเล่าด้วยรอยยิ้มว่า “ก่อนหน้านี้มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ทั้งทำไร่อ้อย ขุดมัน และทำนา ได้ค่าแรงวันละประมาณ 300 บาท ต้องทำงานหนักและรายได้ไม่แน่นอน เมื่อทราบข่าวว่าชุมชนได้รับการสนับสนุนโรงเรือนเกษตรจาก GULF จึงตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการ และรู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรปลูกผักในโรงเรือน”
“พอมีระบบสูบน้ำโซลาร์เซลล์ เราไม่ต้องเสียเวลาไปตักหรือหิ้วน้ำเหมือนเมื่อก่อน น้ำไหลแรง ใช้งานสะดวกมาก ตอนเช้ารดน้ำผักเสร็จก็สามารถพาลูกไปโรงเรียนและไปรับจ้างงานอื่นต่อได้ พอช่วงเย็นกลับมาดูแลแปลงผัก รดน้ำ พรวนดิน และใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้จัดสรรเวลาได้ดีขึ้น และผักที่ปลูกในโรงเรือนมีคุณภาพดี กรอบ อร่อย และปลอดสารเคมี ราคาจำหน่ายจึงสูงกว่าผักทั่วไปในตลาด อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน เพราะมีผักปลอดภัยไว้บริโภคในครอบครัว และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ได้อยู่บ้าน ได้ดูแลพ่อแม่และลูก มีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินเหมือนที่ผ่านมา คุณภาพชีวิตดีขึ้นมาก และมีความสุขกับทุกวันที่ได้ทำงานอยู่บ้าน”

ด้าน นางสาวภรทิพย์ พานิสุด อดีตสาวโรงงานที่ตัดสินใจหันหลังให้ชีวิตคนเมือง เปิดเผยว่า “เป็นเวลากว่า 5 ปีที่เคยไปทำงานโรงงานผลิตน้ำดื่มในกรุงเทพฯ ก่อนตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านหลังคุณพ่อเสียชีวิต เพื่อดูแลคุณแม่และลูก ในช่วงแรกต้องรับจ้างทั่วไป ทั้งทำนา ตัดอ้อย และขุดมัน รายได้วันละ 300-450 บาท และบางวันไม่มีงานให้ทำ เมื่อได้รับโอกาสให้เป็นหนึ่งในเกษตรกรปลูกผักในโรงเรือนที่ GULF เข้ามาสนับสนุน ตรงนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต”
“หลังจากปลูกผักในโรงเรือนมาหลายเดือน ชีวิตดีขึ้นมาก ระบบน้ำช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น ผักได้รับน้ำเพียงพอ ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้น รายได้จากเดิมเพียงไม่กี่ร้อยบาทต่อรอบ ปัจจุบันเพิ่มเป็นมากกว่าหนึ่งพันบาทต่อรอบ แต่สิ่งที่มีคุณค่ามากกว่ารายได้ คือการได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา ได้เห็นหน้าแม่ เห็นหน้าลูก ได้อยู่ดูแลกัน ความรู้สึกนี้มีค่ามาก สมัยทำงานกรุงเทพฯ แม้จะมีเงินเดือนประจำ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายมากมาย วันนี้เราเป็นนายของตัวเอง มีรายได้ มีเงินออม และมีความสบายใจมากกว่าเดิม”

ขณะที่ นายบุญโฮม พันพรม เกษตรกรที่เคยเดินทางไปทำงานต่างประเทศนานกว่า 10 ปี ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ว่า “ผมเคยเดินทางไปทำงานต่างประเทศนานกว่า 10 ปี ก่อนกลับมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมในบ้านเกิด เดิมทีทำไร่ ทำสวน และทำนาตามฤดูกาล แม้จะพออยู่ได้ แต่ก็อยากมีรายได้เสริมที่มั่นคง การที่ GULF เข้ามาสนับสนุนระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ หอถังสูง และระบบกระจายน้ำเข้าสู่แปลงผัก ช่วยลดภาระแรงงานและเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวอย่างชัดเจน”
“ไม่กี่เดือนหลังเริ่มปลูกผัก ก็สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นหลายพันบาทต่อเดือน พร้อมทั้งยังมีเวลาดูแลครอบครัวและทำการเกษตรด้านอื่นควบคู่กันไป ทุกวันนี้มีรายได้เข้ามาแบบ ‘สะดวกจ่าย สะดวกออม’ มีเวลาให้ครอบครัว และมีความสุขกับการใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้น”

พลังงานสะอาด ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
เรื่องราวของชาวบ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่าม ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เป็นตัวอย่างเชิงประจักษ์ของการผสานพลังงานหมุนเวียนเข้ากับการพัฒนาท้องถิ่น
...จากผืนดินที่เคยแห้งแล้ง วันนี้ได้กลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาส
...จากชุมชนที่เคยสูญเสียแรงงานสู่เมืองใหญ่ วันนี้หลายครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง
...และจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปลี่ยนเป็นพลังน้ำเพื่อการเกษตร กำลังส่งต่อเป็นพลังแห่งความหวัง สร้างรอยยิ้ม สร้างรายได้ที่มั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน





