‘พ่อทิพย์’ สู่ ‘บัตรชมพู’ ปั้นตัวตน - สวมสิทธิไทย

19 ส.ค. 2569 - 19:00

  • จาก ‘พ่อทิพย์’ สู่การขยายผลเป็นเครือข่าย 

  • อะไรคือ ‘บัตรชมพู’

  • คำถามร่วมกัน 

‘พ่อทิพย์’ สู่ ‘บัตรชมพู’ ปั้นตัวตน - สวมสิทธิไทย

คำว่า ‘พ่อทิพย์’ อาจฟังคล้ายคำเรียกในภาษาสังคมออนไลน์ แต่ในทางคดี คำนี้กำลังถูกใช้เรียกพฤติการณ์ของ ‘ชายไทย’ ที่ถูกกล่าวหาว่ารับจ้างจดทะเบียนรับรองบุตรหรือแจ้งเกิดให้เด็กต่างชาติ ทั้งที่ไม่ได้เป็นบิดาที่แท้จริง 

ประเด็นจึงไม่ได้อยู่เพียงว่าใคร ‘รับจ้างเป็นพ่อ’ แต่กำลังขยายไปถึงคำถามที่สำคัญกว่า คือ ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเข้าสู่ระบบทะเบียนราษฎรได้อย่างไร และมีผู้ใดเกี่ยวข้องอยู่ในกระบวนการนั้นบ้าง เพราะทะเบียนราษฎรเป็นฐานข้อมูลสำคัญของรัฐในการยืนยันตัวบุคคล ตั้งแต่ข้อมูลการเกิด ความสัมพันธ์ทางครอบครัว ไปจนถึงสถานะและถิ่นที่อยู่ของบุคคล เดินหน้าสืบสวนขยายผลคดีในลักษณะที่เจ้าหน้าที่มองว่า อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตระบบทะเบียนและเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ 

จาก ‘พ่อทิพย์’ สู่การขยายผลเป็นเครือข่าย 

จากข้อมูลการปราบปรามที่เปิดเผยต่อสาธารณะ พบว่าในปี 2569 หน่วยงานราชการ - ความมั่นคง มีการดำเนินการมาแล้วอย่างน้อย 3 ปฏิบัติการ ได้แก่ ‘ทลายกุมารทิพย์ ,ย้อนเกล็ดมังกร’ และ ‘ถอดเกล็ดมังกร’ 

เริ่มจากปฏิบัติการ ‘ทลายกุมารทิพย์’ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย และมีการดำเนินการเพิกถอนรายการแจ้งเกิดที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นเท็จแล้วบางส่วน

ต่อมาในปฏิบัติการ ‘ย้อนเกล็ดมังกร’ เมื่อ 29 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 6 ราย ประกอบด้วยชาวจีน 2 ราย ชายไทยที่ถูกกล่าวหาว่ารับจ้างจดทะเบียนสมรสและรับรองบุตรอันเป็นเท็จ 3 ราย และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต 1 ราย ก่อนขยายผลและมีการออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 35 ราย เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 

จากนั้นจึงเข้าสู่ปฏิบัติการ ‘ถอดเกล็ดมังกร’ ซึ่งมุ่งตรวจสอบขบวนการที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเกี่ยวข้องกับการอำพรางการจดทะเบียนสมรสและการทุจริตระบบทะเบียนราษฎร เพื่อแจ้งเกิดให้บุตรได้รับสถานะทางทะเบียนโดยไม่ตรงกับข้อเท็จจริง 

ข้อมูล ณ วันที่ 9-11 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า ศาลอนุมัติหมายจับ 35 หมาย และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้แล้ว 32 ราย ทำให้เห็นว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้ถูกตรวจสอบในฐานะเหตุการณ์เฉพาะรายอีกต่อไป แต่กำลังถูกขยายผลไปยังบุคคลหลายกลุ่ม ตั้งแต่ชาวต่างชาติ ชายไทย ไปจนถึงเจ้าหน้าที่รัฐ 

อะไรคือ ‘บัตรชมพู’

‘บัตรชมพู’ บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ที่ออกโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อใช้เป็นเอกสารยืนยันตัวตนทางกฎหมายสำหรับคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อาศัยและทำงานอยู่ในประเทศไทยชั่วคราว ซึ่งไม่ใช่บัตรประชาชนไทย และการมีบัตรดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าผู้ถือมีสัญชาติไทย 

ในกรณีที่บุคคลมีคุณสมบัติและเอกสารถูกต้อง การจัดทำบัตรก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางทะเบียนตามกฎหมาย ซึ่งสังคมกำลังร่วมกันตั้งคำถามถึง การเข้าสู่ระบบเพื่อให้ได้รับบัตรนั้นดำเนินการถูกต้องหรือเปล่า 

หากมีการใช้ข้อมูลเท็จ เอกสารที่ไม่ถูกต้อง หรือแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลและที่อยู่อาศัยอันไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ปัญหาก็จะเปลี่ยนจากเรื่องการจัดทำบัตรตามปกติ ไปสู่เรื่องการทุจริตหรือใช้ระบบทะเบียนโดยมิชอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี 

ดินแดง ‘กวาดบ้านกลางกรุง’ 

18 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ ‘กวาดบ้านกลางกรุง’ เข้าตรวจค้น 7 จุดในพื้นที่ดินแดง เพื่อตรวจสอบขบวนการที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการออกบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ ‘บัตรชมพูเลข 7’ ให้กับบุตรของคนเมียนมาโดยมิชอบ 

ข้อมูลจากการตรวจสอบพบว่า จากแฟลตดินแดงกว่า 5,700 ห้อง มี 44 ห้องที่พบการแจ้งย้ายบุคคลเข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก รวมแล้วกว่า 1,300 คน โดยส่วนใหญ่เป็นบุคคลต่างด้าว และพบว่าการแจ้งย้ายเข้าจำนวนมากเกิดขึ้นในช่วงปี 2567 

เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดหนังสือเดินทาง ใบรับรองการทำงาน รวมถึงเอกสารประจำตัวของบุคคลต่างด้าวอีกหลายรายการ เพื่อนำไปตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแจ้งย้ายเข้าและการจัดทำบัตรโดยมิชอบหรือไม่ 

ปฏิบัติการครั้งนี้นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 7 ราย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รัฐ 3 ราย เจ้าบ้านและนายหน้า 3 ราย และผู้ร่วมขบวนการอีก 1 ราย ตามข้อมูลที่เจ้าหน้าที่เปิดเผย 

ตัวเลขการแจ้งย้ายบุคคลจำนวนมากในห้องพักเพียงบางส่วนของแฟลต จึงกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่เจ้าหน้าที่ต้องขยายผลว่าเกิดจากการพักอาศัยจริง การดำเนินการทางทะเบียนที่ผิดปกติ หรือมีการนำข้อมูลไปใช้ประกอบการจัดทำเอกสารโดยมิชอบหรือไม่ 

คำถามร่วมกัน 

ปรากฏการณ์ ‘พ่อทิพย์’ และ 'การสวมสิทธิบัตรชมพู' จึงสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการแสวงหาประโยชน์จาก ‘สิทธิ’ และ ‘สถานะทางทะเบียน’ ตั้งแต่การอ้างความเป็นบิดาเพื่อให้เกิดข้อมูลทางทะเบียน ไปจนถึงการแจ้งย้ายบุคคลและการจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยโดยมิชอบ เป็น ช่องโหว่ของระบบทะเบียน การแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ และความเป็นไปได้ของความเชื่อมโยงกับ ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ต้องขยายผลให้ชัดเจน  

ท้ายที่สุด โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องรายใดรายหนึ่ง แต่คือการตรวจสอบตั้งแต่ผู้แจ้ง ผู้รับรอง นายหน้า ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นต้นทางของข้อมูล ใครได้รับประโยชน์ และระบบส่วนใดมีช่องโหว่

เพราะความน่าเชื่อถือของทะเบียนราษฎรจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อข้อมูลที่เข้าสู่ระบบ ถูกต้อง ตรวจสอบได้ และไม่มีใครสามารถใช้ช่องว่างของระบบเพื่อสร้างสถานะที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง… 

info-16.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์