กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ หลัง กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ เจ้าของร้านเจลาโต้ชื่อดังออกมาให้ความเห็นว่า "การกินเจลาโต้ต้องห้ามเคี้ยว" พร้อมอธิบายว่าควรปล่อยให้เจลาโต้ละลายบนลิ้นเพื่อสัมผัสรสชาติอย่างเต็มที่ คำแนะนำดังกล่าวทำให้ชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยถกเถียงกันเพราะหลายคนยอมรับว่าตลอดชีวิตก็กินแบบเคี้ยวมาตลอด
คำถามคือแล้วมี ‘วิธีกินที่ถูกต้อง’ เพียงแบบเดียวจริงหรือไม่
หากมองในมุมของศาสตร์การทำเจลาโต้ สิ่งที่แตกต่างจากไอศกรีมทั่วไปคือเจลาโต้มีปริมาณไขมันนมต่ำกว่า มีอากาศผสมน้อยกว่าหรือที่เรียกว่า Overrun ต่ำ ทำให้เนื้อแน่น รสชาติเข้มข้น และเสิร์ฟที่อุณหภูมิอุ่นกว่าไอศกรีมทั่วไปเล็กน้อย โดยปกติอยู่ที่ประมาณ -10 ถึง -13 องศาเซลเซียส จึงละลายในปากได้ง่ายกว่า
ด้วยเหตุนี้ผู้ผลิตและเชฟเจลาโต้หลายคนจึงแนะนำว่า ไม่ควรกัดคำใหญ่หรือรีบกลืนทันที แต่ควรปล่อยให้เจลาโต้สัมผัสลิ้นสักครู่แล้วใช้ลิ้นกดหรือเคลื่อนเนื้อเจลาโต้ในปากเพื่อให้กลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัสค่อยๆ กระจายออกมา เพราะการรับรสไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ปลายลิ้นแต่ยังเกี่ยวข้องกับกลิ่นที่ลอยขึ้นสู่โพรงจมูกขณะรับประทานด้วย
อย่างไรก็ตามหากถามว่า ‘ห้ามเคี้ยว’ จริงหรือไม่ คำตอบคือ ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือข้อกำหนดสากลที่ระบุว่าการเคี้ยวเจลาโต้เป็นเรื่องผิด ตรงกันข้ามหลายสถาบันสอนทำเจลาโต้ในอิตาลีรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารมองว่าการเคี้ยวเบาๆ หรือใช้ลิ้นกดให้เนื้อเจลาโต้แตกตัวเป็นวิธีที่ช่วยให้รับรู้ทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสได้ดีเช่นกัน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงจริงๆ คือ การกัดเจลาโต้ที่ยังแข็งมากด้วยแรงกัดทันที เพราะอาจทำให้เสียวฟันหรือรู้สึกไม่สบายช่องปากโดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเสียวฟัน ฟันร้าว หรือเหงือกร่น
สุดท้ายแล้วการกินเจลาโต้จึงอาจไม่มีคำว่า ‘ถูก’ หรือ ‘ผิด’ แบบตายตัว หากมองในเชิงศิลปะการชิมหลายคนอาจเลือกปล่อยให้ละลายบนลิ้นเพื่อดื่มด่ำกับรสชาติ แต่หากเคี้ยวเบาๆ เพื่อสัมผัสเนื้ออันเป็นเอกลักษณ์ของเจลาโต้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นวิธีที่ผิดแต่อย่างใด เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือการได้ลิ้มรสขนมในแบบที่เหมาะกับตัวเองและเข้าใจเจตนาของผู้สร้างสรรค์เจลาโต้แต่ละสูตรมากกว่าจะยึดติดกับกฎเพียงข้อเดียว





