คดีโกงสอบท้องถิ่นถึงตัว ‘อดีตอธิบดี สถ.’ ปฏิเสธรวด 6 ข้อหา

6 ส.ค. 2569 - 18:20

  • ‘อดีตอธิบดี สถ.’ รับทราบ 6 ข้อกล่าวหา ‘คดีโกงสอบ’ ก่อนปฏิเสธรวด-เตรียมสู้คดี

  • ตำรวจเตรียมส่งสำนวนถึง ป.ป.ช. พร้อมประสาน ปปง. ตรวจเส้นเงิน

คดีโกงสอบท้องถิ่นถึงตัว ‘อดีตอธิบดี สถ.’ ปฏิเสธรวด 6 ข้อหา

คดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เมื่อการสอบสวนขยับถึงระดับอดีตผู้บริหารสูงสุดของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

อีกด้านหนึ่ง ภาครัฐเริ่มเดินหน้ารื้อผลสอบและคืนลำดับผู้สอบผ่านตามคะแนนจริง นับเป็นการเดินเกมคู่ขนานทั้งทางคดีอาญาและทางปกครอง เพื่อคลี่คลายปมทุจริตครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนระบบราชการไทย

‘ธีรุตม์’ รับทราบข้อกล่าวหา ปฏิเสธทุกข้อหา

พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม ใช้เวลาสอบปากคำ ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) นานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาในคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น

คณะพนักงานสอบสวนระบุว่า การดำเนินคดีครั้งนี้มีที่มาจากคำให้การของ เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประกอบกับพยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมได้ ซึ่งชี้ว่าอดีตอธิบดี สถ. มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนการจัดสอบ

เบื้องต้น ธีรุตม์ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้คดี โดยอ้างว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามเงื่อนไข TOR และปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เท่านั้น ขณะที่พนักงานสอบสวนระบุว่า การให้การเป็นสิทธิของผู้ต้องหา

สำหรับผู้ต้องหาอีก 7 คน มีกำหนดเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 10 ส.ค. ก่อนที่ตำรวจจะรวบรวมคำให้การทั้งหมดส่งสำนวนให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายในวันที่ 12 ส.ค.

ประสาน ปปง. ตรวจเส้นทางการเงิน

พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.2 บก.ป.) เปิดเผยว่า คดีนี้มีผู้ต้องหารวม 13 คน แบ่งเป็นข้าราชการท้องถิ่น 11 คน ซึ่งทำหน้าที่แก้ไขกระดาษคำตอบภายในบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี และอีก 2 คน คือ ธีรุตม์ และเรืองเดช

สำหรับธีรุตม์และเรืองเดช ถูกแจ้งข้อกล่าวหารวม 6 ข้อหา ได้แก่ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานรับรองข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ, ร่วมกันเอาไปเสียหรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ

ส่วนข้าราชการท้องถิ่นอีก 11 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

ปัจจุบันมีผู้ต้องหาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 6 คน เหลืออีก 7 คนที่จะเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 10 ส.ค. โดยตำรวจคาดว่าจะสามารถส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ภายในวันที่ 12 ส.ค. พร้อมกันนี้ยังได้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถูกกล่าวหา เพื่อพิจารณาประเด็นความร่ำรวยผิดปกติควบคู่กันไป

นอกจากนี้ กรณีที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเคยเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ มศว และเรืองเดช ในความผิดเกี่ยวกับการจัดทำและรับรองเอกสารอันเป็นเท็จนั้น พนักงานสอบสวนระบุว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวเนื่องกับคดีเดิม จึงรวบรวมไว้ในสำนวนเดียวกัน

‘มหาดไทย’ ลุยรื้อผลสอบ เดินหน้าถอนสิทธิผู้แก้คะแนน

ด้าน นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ยืนยันว่า ผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนสอบทั้ง 5,925 ราย จะถูกดำเนินการทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะได้รับการบรรจุแล้ว อยู่ระหว่างขึ้นบัญชี หรือมีการแก้ไขคะแนนเพิ่มเติมภายหลัง

พร้อมกันนี้ กระบวนการแก้ไขผลสอบได้เริ่มเดินหน้าอย่างเป็นทางการ หลังคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เห็นชอบผลตรวจสอบและให้ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านตามคะแนนจริง ก่อนที่คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) จะรับทราบผลและส่งต่อให้คณะกรรมการระดับจังหวัด รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ดำเนินการถอนบัญชีเดิมและประกาศลำดับผู้มีสิทธิบรรจุใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย

การรับทราบข้อกล่าวหาของอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้คดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นขยับจากการเอาผิดผู้ปฏิบัติ ไปสู่การตรวจสอบผู้มีอำนาจในกระบวนการจัดสอบ

จากนี้ต้องจับตาการส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. การตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้อง และการทยอยเพิกถอนสิทธิผู้มีชื่อแก้ไขคะแนน ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ว่าการสะสางคดีครั้งนี้จะไปได้สุดทางเพียงใด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์