ทุกเช้าที่นาฬิกาครบ 24 ชั่วโมงเรานับว่าผ่านไปอีกหนึ่งวัน จนทำให้รู้สึกว่า ‘หนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง’ เป็นกฎตายตัวของโลก แต่ในความเป็นจริงระยะเวลาที่โลกใช้หมุนรอบตัวเองไม่ได้คงที่ตลอดประวัติศาสตร์ และกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ โดยหนึ่งในตัวการสำคัญที่สุดอยู่ห่างออกไปจากเราประมาณ 384,000 กิโลเมตร นั่นคือ ดวงจันทร์
ข้อมูลจากการวัดระยะทางระหว่างโลกกับดวงจันทร์ด้วย Lunar Laser Ranging ซึ่งใช้การยิงเลเซอร์ไปยังแผ่นสะท้อนแสงที่ถูกนำไปติดตั้งบนดวงจันทร์ตั้งแต่ยุคภารกิจ Apollo ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของระยะทางได้อย่างแม่นยำ และพบว่า ดวงจันทร์กำลังถอยห่างจากโลกเฉลี่ยประมาณ 3.8 เซนติเมตรต่อปี
สาเหตุไม่ได้เกิดจากดวงจันทร์กำลัง ‘หนี’ แรงโน้มถ่วงของโลก แต่เป็นผลจากปฏิสัมพันธ์ทางแรงโน้มถ่วงที่ดำเนินมานานหลายพันล้านปี โดยเฉพาะ แรงน้ำขึ้นน้ำลง หรือ Tidal Force เมื่อแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ดึงมหาสมุทรบนโลกให้เกิดส่วนโป่งของน้ำ การหมุนของโลกจะพาส่วนโป่งนี้เคลื่อนไปข้างหน้าตำแหน่งของดวงจันทร์เล็กน้อย ทำให้เกิดการถ่ายโอนโมเมนตัมระหว่างโลกกับดวงจันทร์
ผลที่เกิดขึ้นมีสองด้านพร้อมกันคือ โลกสูญเสียพลังงานในการหมุนและค่อยๆ หมุนช้าลง ขณะที่ดวงจันทร์ได้รับโมเมนตัมเพิ่มเข้าสู่วงโคจรและค่อย ๆ เคลื่อนออกห่างจากโลก NASA เปรียบกระบวนการนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการระยะยาวของระบบโลก–ดวงจันทร์ ซึ่งยังคงเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน
เมื่อโลกหมุนช้าลงระยะเวลาของหนึ่งวันก็ยาวขึ้นตามไปด้วย NASA ระบุว่า ผลระยะยาวจากกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับน้ำขึ้นน้ำลงสามารถทำให้ ความยาวของวันเพิ่มขึ้นในระดับประมาณไม่กี่มิลลิวินาทีต่อศตวรรษ โดยค่าที่คำนวณจากผลของแรงไทดัลอยู่ที่ประมาณ 2.3 มิลลิวินาทีต่อศตวรรษ อย่างไรก็ตามการหมุนของโลกไม่ได้เปลี่ยนด้วยอัตราคงที่ เพราะยังได้รับผลจากบรรยากาศ มหาสมุทร การเคลื่อนไหวภายในโลก การเปลี่ยนแปลงของน้ำแข็งและระดับน้ำทะเลด้วย
เมื่อนำแนวโน้มระยะยาวเหล่านี้ไปประมาณต่อในอนาคตจึงมีการประเมินกันว่า อีกประมาณ 200 ล้านปี หนึ่งวันบนโลกอาจยาวขึ้นจนแตะระดับประมาณ 25 ชั่วโมง แต่ตัวเลขนี้ไม่ควรถูกมองเป็นการนับถอยหลังแบบแม่นยำ เพราะอัตราการถอยห่างของดวงจันทร์และการชะลอตัวของโลกสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงเวลาทางธรณีวิทยา NASA เองระบุว่าการหมุนของโลกไม่ได้ช้าลงด้วยอัตราสม่ำเสมอ และการถอยห่างของดวงจันทร์ก็มีแนวโน้มช้าลงในอนาคต
หลักฐานจากอดีตยืนยันว่า หนึ่งวันบนโลกไม่ได้มี 24 ชั่วโมงมาตั้งแต่แรก งานศึกษาของ University of Wisconsin–Madison พบว่าเมื่อประมาณ 1.4 พันล้านปีก่อน หนึ่งวันมีความยาวเพียงเล็กน้อยกว่า 18 ชั่วโมง เนื่องจากในเวลานั้นดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากกว่าในปัจจุบัน ขณะที่งานวิจัยใน Science Advances ปี 2024 ซึ่งรวบรวมหลักฐานทางธรณีวิทยาย้อนหลัง 650 ล้านปี ประเมินว่าเมื่อ 650 ล้านปีก่อน หนึ่งวันของโลกยาวประมาณ 20.94 ชั่วโมง และดวงจันทร์ก็อยู่ใกล้โลกกว่าปัจจุบันเช่นกัน
นั่นหมายความว่าหากย้อนกลับไปไกลพอสิ่งมีชีวิตในอดีตเคยอยู่บนโลกที่มี วันสั้นกว่า แต่จำนวนวันต่อปีมากกว่า และในอนาคตทิศทางตรงกันข้ามก็อาจเกิดขึ้น คือโลกหมุนช้าลง วันหนึ่งยาวขึ้น และจำนวนวันที่นับได้ภายในหนึ่งปีลดลง แม้ระยะเวลาที่โลกใช้โคจรรอบดวงอาทิตย์จะไม่ได้เพิ่มเป็น 25 ชั่วโมงตามไปด้วย
ดังนั้นข่าวที่ว่า ‘โลกอาจมี 25 ชั่วโมงต่อวัน’ จึงมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ แต่ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ยุคนี้ต้องเตรียมเปลี่ยนนาฬิกาหรือเพิ่มตารางทำงานอีกหนึ่งชั่วโมง เพราะเรากำลังพูดถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับ หลายร้อยล้านปี สิ่งที่เรื่องนี้บอกเราได้ชัดกว่าคือแม้แต่สิ่งที่ดูแน่นอนที่สุดอย่างความยาวของ ‘หนึ่งวัน’ ก็ยังเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับวิวัฒนาการของโลกและดวงจันทร์ตลอดเวลา




