คดีที่สะเทือนแวดวงการการเมืองท้องถิ่นเมืองนนท์เดินหน้าสู่กระบวนการยุติธรรม หลัง ‘พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ’ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิตจากเหตุยิง ขณะที่ ‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ อดีต สส.นนทบุรี ถูกฝากขังและไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว ท่ามกลางคำถามถึงแรงจูงใจ ความสัมพันธ์ และข้อเท็จจริงเบื้องหลังเหตุการณ์ที่ยังต้องรอการพิสูจน์
ศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ฉลอง เรี่ยวแรง อายุ 71 ปี อดีต สส.นนทบุรี 3 สมัย ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เสียชีวิต หลังพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ระหว่างวันที่ 11-22 สิงหาคม 2569 ก่อนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวไปควบคุมที่เรือนจำกลางนนทบุรี
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 โดยฉลองถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.อ.ธงชัย หลายนัดจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วน ‘ยอด’ คนขับรถของ พ.ต.อ.ธงชัย ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ก่อนตำรวจเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์
ตำรวจแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 91, 288, 371 และ 376 รวมถึงพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธ พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72 และ 72 ทวิ
ท้ายคำร้องฝากขัง พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ มีอัตราโทษสูง หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้อง
ศาลชี้คดีร้ายแรง-อัตราโทษสูง ไม่ให้ปล่อยชั่วคราว
หลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขัง ญาติของฉลองได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการสอบสวน
อย่างไรก็ตาม ศาลจังหวัดนนทบุรีพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรงและอุกอาจ ประกอบกับคดีมีอัตราโทษสูง และพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เกรงว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือก่อเหตุประการอื่น
ศาลจึงมีคำสั่ง ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง และออกหมายขัง ก่อนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวฉลองไปควบคุมที่เรือนจำกลางนนทบุรี
ผลชันสูตรพบกระสุนทำลายหลอดเลือดใหญ่ที่ลำคอ
ขณะเดียวกัน ผลการชันสูตรเบื้องต้นของ พ.ต.อ.ธงชัย จากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พบว่ามีบาดแผลจากกระสุนปืน โดยมีทั้งกระสุนที่ฝังอยู่ภายในร่างกายและกระสุนที่ทะลุออก
พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา เปิดเผยว่า บาดแผลสำคัญอยู่บริเวณลำคอ โดยกระสุนทำให้หลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เสียชีวิต
ส่วนจำนวนกระสุนที่เข้าสู่ร่างกาย รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับวิถีกระสุน จุดเข้า-ออก และข้อมูลทางนิติเวชที่เกี่ยวข้อง ยังไม่เปิดเผยในขณะนี้ โดยได้ประสานข้อมูลกับพนักงานสอบสวนแล้ว และจะส่งผลตรวจเบื้องต้นไปใช้ประกอบการดำเนินคดี
สำหรับการชันสูตร ครอบครัวไม่ได้ร้องขอให้ตรวจพิสูจน์เพิ่มเติม โดยดำเนินการตามขั้นตอนปกติเช่นเดียวกับผู้เสียชีวิตรายอื่น และขณะนี้การชันสูตรเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมส่งมอบร่างให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา
พล.ต.ต.วิรุฬห์ ระบุด้วยว่า บาดแผลบริเวณหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ลำคอมีความเป็นไปได้ที่จะสอดคล้องกับกรณีที่โรงพยาบาลต้องระดมเลือดเพื่อช่วยเหลือ เนื่องจากหลอดเลือดบริเวณดังกล่าวมีเลือดไหลเวียนในปริมาณมาก จึงสามารถทำให้เสียเลือดได้มากในเวลาอันรวดเร็ว
ส่วนพฤติกรรมการก่อเหตุ ระยะยิง และวิถีกระสุน ยังต้องนำผลตรวจทางนิติเวชไปประกอบกับการสืบสวนสอบสวนของตำรวจต่อไป
ครอบครัวรับร่าง ยืนยัน “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว”
ครอบครัวของ พ.ต.อ.ธงชัย เดินทางมารับร่างที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า โดยครอบครัวได้นำชุดปกติขาวมาสวมให้กับร่าง เพื่อเป็นการให้เกียรติและไว้อาลัย ก่อนเตรียมนำไปประกอบพิธีทางศาสนา
พรรษพร เย็นประเสริฐ อายุ 37 ปี บุตรสาวของ พ.ต.อ.ธงชัย กล่าวว่า ครอบครัวยืนยันว่า “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว” และเชื่อว่าชาวนนทบุรีรู้ดีว่าบิดาเป็นคนอย่างไร โดยตลอดชีวิตการทำงาน บิดามีแต่ให้และช่วยเหลือประชาชนชาวนนทบุรีมาโดยตลอด
พรรษพรกล่าวว่า หากบิดาไม่มีผลงานและไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ก็คงไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายก อบจ. มาแล้วหลายสมัย โดยก่อนเข้ามาทำงานการเมือง บิดามีความพร้อมทั้งด้านหน้าที่การงานและฐานะ แต่ตัดสินใจเสียสละเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนชาวนนทบุรี
ส่วนประเด็นความสัมพันธ์หรือความสนิทสนมกับบุคคลต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี รวมถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันหรือไม่นั้น พรรษพรระบุว่า ขอให้เป็นเรื่องของคดี และให้ตำรวจเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมขอให้ตำรวจเป็นผู้ให้คำตอบในประเด็นดังกล่าว
ส่วนกรณีที่ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า หากอีกฝ่ายต้องการเดินทางมาแสดงความเสียใจต่อศพจะสามารถทำได้หรือไม่ ครอบครัวไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว
สำหรับกำหนดการบำเพ็ญกุศลและพระราชทานเพลิงศพ พ.ต.อ.ธงชัย จะจัดขึ้นที่วัดสะพานสูง อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ระหว่างวันที่ 11-19 สิงหาคม 2569 โดยวันที่ 11 สิงหาคม เวลา 15.00 น. มีพิธีรดน้ำศพ และเวลา 19.00 น. สวดพระอภิธรรมศพ ส่วนวันที่ 19 สิงหาคม เวลา 17.00 น. จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ
สูบบุหรี่ในโรงพัก โดนปรับ 5 พัน
อีกประเด็นที่มีการวิพาษ์วิจารณ์คือภาพ ฉลองสูบบุหรี่ภายในสถานีตำรวจ ขณะถูกควบคุมตัว ซึ่งนำไปสู่การเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคเกือบ 10 คน เดินทางมายัง สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อดำเนินคดีกับฉลองจากกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า การสูบบุหรี่ภายในสถานีตำรวจเข้าข่ายความผิด เนื่องจากสถานีตำรวจถือเป็นสถานที่ราชการและเป็นเขตปลอดบุหรี่
เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปรียบเทียบปรับฉลองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางกลับ โดยความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
ตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้สถานที่สาธารณะ สถานที่ทำงาน และสถานที่ราชการ รวมถึงสถานีตำรวจ เป็นเขตปลอดบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นห้องประชุม ห้องสืบสวน หรือบริเวณพื้นที่โดยรอบอาคาร
ขณะที่ผู้ดำเนินการ เจ้าของ หรือผู้ดูแลสถานที่ หากปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการประชาสัมพันธ์ ไม่ห้ามปราม หรือยินยอมให้มีการสูบบุหรี่ในพื้นที่รับผิดชอบ มีโทษปรับไม่เกิน 3,000 บาท
ผบ.ตร.สั่งสอบภาพไม่ใส่กุญแจมือ-สูบบุหรี่
นอกจากประเด็นการสูบบุหรี่แล้ว ภาพการควบคุมตัวฉลองยังถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสม หลังปรากฏว่าไม่ได้ถูกใส่กุญแจมือระหว่างเข้าสอบปากคำ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์กำชับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ทั้งเรื่องการแถลงข่าว การใช้เครื่องพันธนาการ รวมถึงกรณีการสูบบุหรี่ระหว่างควบคุมตัวผู้ต้องหา
ผบ.ตร.กล่าวว่า น้อมรับข้อสั่งการและจะนำไปปฏิบัติ พร้อมสั่งการให้ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประสิทธิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และคาดว่าจะทราบผลโดยเร็ว
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า ระเบียบเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมาหลายยุคสมัย ตั้งแต่สมัย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต ผบ.ตร. และแม้ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จะเป็นรุ่นพี่ ก็ยืนยันว่าไม่รู้สึกกระอักกระอ่วน เพราะทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบ
หากพบว่าการปฏิบัติหน้าที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ก็ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ
‘สุชาติ’ เผยรู้จักทั้งคู่ ชี้ปมอาจลึกกว่าการเมือง
ด้าน สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า โดยส่วนตัวรู้จักทั้งฉลองและ พ.ต.อ.ธงชัย พร้อมแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนายก อบจ.นนทบุรี
สุชาติกล่าวว่า ฉลองเป็นนักการเมืองรุ่นพี่ที่เคยทำงานร่วมกัน และรู้จักกันมายาวนานตั้งแต่ตนเป็น สส. เมื่อปี 2554 โดยรับทราบว่าทั้งสองคนมีความสนิทสนมกันมายาวนาน แม้จะมีความเข้าใจไม่ตรงกันในหลายเรื่อง รวมถึงเคยแข่งขันกันทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม สุชาติระบุว่า ไม่ทราบว่ามีเรื่องใดที่หนักหน่วงอยู่ในใจมากกว่านั้นหรือไม่ และไม่ต้องการก้าวล่วงรายละเอียดของคดี โดยเฉพาะเรื่องหนี้สิน ซึ่งยืนยันว่าไม่เคยรับรู้มาก่อน
เมื่อถามถึงปัญหาในอดีต สุชาติกล่าวว่า ในทางการเมืองบางตำแหน่งมีเพียงตำแหน่งเดียว จึงอาจเกิดความต้องการหรือการแข่งขันกันได้ แต่เชื่อว่าเมื่อการเลือกตั้งจบลง เรื่องทางการเมืองก็ควรจบลงด้วย เพราะทั้งสองคนรู้จักกันมาก่อน
ส่วนปัญหาที่นำไปสู่เหตุการณ์ครั้งนี้ อาจเป็นเรื่องส่วนตัวที่คนภายนอกไม่สามารถรับรู้ได้
สุชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า ทั้งสองคนทำงานการเมืองมานานกว่า 30 ปี จึงรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมองว่า “เรื่องแบบนี้จริง ๆ ไม่ควรเกิดขึ้น”
จากเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เสียชีวิต คดีเดินหน้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มรูปแบบ โดยฉลองถูกฝากขังและไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ขณะที่ผลชันสูตรได้ยืนยันเบื้องต้นถึงบาดแผลสำคัญที่บริเวณลำคอ ซึ่งทำให้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน ประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้ต้องหากับผู้เสียชีวิต รวมถึงความขัดแย้งหรือแรงจูงใจที่นำไปสู่เหตุการณ์ ยังคงต้องรอการตรวจสอบจากพนักงานสอบสวน โดยผลทางนิติเวชและพยานหลักฐานต่าง ๆ จะเป็นส่วนสำคัญในการคลี่คลายข้อเท็จจริงของคดี




