เสียงสะท้อนชาวเชียงใหม่ วอนรัฐผลักดัน ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ ให้สำเร็จ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นพิษภาคเหนือ

6 เม.ย. 2569 - 09:18

  • การผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ที่เคยมีการผลักดันก่อนหน้านี้ได้ตกไปเนื่องจากการยุบสภา และมีความพยายามผลักดันขึ้นมาอีก เพราะถือเป็นกฎหมายสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน ที่กำลังวิกฤตในพื้นที่ภาคเหนือ

  • แต่มีรายงานว่าการผลักดันกฎหมายนี้ถูก “เบรก” หรือ “เตะถ่วง” ในชั้นรัฐสภา โดยมีการอภิปรายคัดค้านจาก สส. บางกลุ่ม ทำให้กระบวนการยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร

  • ล่าสุดภาคประชาชน ในจังหวัดเชียงใหม่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาดให้สำเร็จโดยเร็ว เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นพิษในพื้นที่ภาคเหนือที่ต้องเผชิญอยู่ทุกปี

เสียงสะท้อนชาวเชียงใหม่ วอนรัฐผลักดัน ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ ให้สำเร็จ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นพิษภาคเหนือ

หนึ่งในความหวังของการแก้ปัญหาไฟป่าฝุ่นควันภาคเหนือคือกฎหมายที่จะเข้ามาบังคับใช้โดยเฉพาะ ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ที่ปัจจุบันยังคงค้างอยู่ในชั้นสมาชิกวุฒิสภา

ล่าสุด ในที่ประชุมสภา ได้มีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา จาก 4 พรรคการเมืองทั้ง พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ขึ้นมาหารือ เพื่อสะท้อนความเห็น และส่งข้อเสนอแนะ หวังช่วยบรรเทาสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชน ที่กำลังต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ย่ำแย่ ค่า PM 2.5 สูงขึ้นจนกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิต

แต่ ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายแสดงความกังวลต่อร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด โดยยก 8 เหตุผล ที่เห็นว่าไม่ควรเร่งรัดบังคับใช้ร่างกฎหมายอากาศสะอาด พร้อมระบุว่า ปัญหาอากาศสะอาดของไทย ไม่ได้เกิดจากการไม่มีกฎหมาย แต่เกิดจากการบังคับใช้ ยังไม่จริงจังเพียงพอ รวมถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างต่างๆ จึงควรทำให้กฎหมายที่มีอยู่ ทำงานได้จริง

โดยศุภชัย ยืนยันว่า ไม่ได้คัดค้านเรื่องหลักการของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว แต่ขอให้ร่วมกันทำกฎหมายที่ปกป้องประชาชนได้จริง

Chiang Mai-residents-urge-the-government-to-push-for-the-Clean Air-Act-SPACEBAR-Photo01.jpg

ต่อประเด็นเรื่องนี้ บัณรส บัวคลี่ ผู้ประสานงานเครือข่ายสภาลมหายใจภาคเหนือ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่เขาเลือก “จะหยุด-ตกไปเลย” แทนที่จะให้กฎหมายไปต่อโดยไปต่อรองปรับแก้ในชั้น สว.

“เหตุผลของการคัดค้านที่คุณศุภชัย ใจสมุทร สส. บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย อภิปรายมันก็พอฟังได้สำหรับคนไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่เพียงพออยู่ดีที่จะปัดตกกฎหมายไปเลย มันมีช่องให้ไปปรับแก้ในกระบวนการพิจารณาชั้น สว. กลับมา สส.อีกชั้น”

Chiang Mai-residents-urge-the-government-to-push-for-the-Clean Air-Act-SPACEBAR-Photo07.jpg

บัณรส กล่าวต่อว่า กฎหมายฉบับนี้ยำรวมร่างถึง 7 ร่างเข้าด้วยกัน โดยธำรงหลักการสำคัญๆ ของแต่ละฝ่ายเอาไว้ และมีร่างของภูมิใจไทยเป็น 1 ใน 7 ด้วย ร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดเพื่อประชาชน ของพรรคภูมิใจไทย เสนอเมื่อ 29 กันยายน 2566 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกุล พร้อม สส.สนับสนุนอีก 18 เสียง แต่ไม่มีชื่อ ศุภชัย ใจสมุทรอยู่ใน 18 เสียงดังกล่าว

“คำอภิปรายของคุณศุภชัย ว่าไทยเรามีกฎหมายมากมาย ไม่ได้เกิดจากการไม่มีกฎหมาย แต่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ยังไม่จริงจังเพียงพอ เพราะฉะนั้น รัฐบาลภูมิใจไทย ต้องแสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ว่า จะปรับใช้กฎหมายที่มีอยู่ แก้ไขวิกฤตนี้อย่างไร เพราะของจริงอากาศแล้งหนักจะมาปี 2570”

“ดังนั้นรากปรัชญาของกฎหมายอากาศสะอาดที่ กมธ. วางไว้ คือให้มันเป็นกลไกกลางเพื่อบูรณาการอำนาจตามกฎหมายเดิมฉบับต่างๆ เพื่อให้อำนาจเดิมนั้นทำงานเพิ่มเติม มีเป้าหมายเพิ่มเติม คือ เพื่ออากาศสะอาดผนวกเข้าไปด้วย”

Chiang Mai-residents-urge-the-government-to-push-for-the-Clean Air-Act-SPACEBAR-Photo08.jpg

บัณรส กล่าวอีกว่า ก็พอมองเห็นรากปรัชญาของการพยายามแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบราชการแบบแท่งใครแท่งมัน แนวคิดของร่างกฎหมายอากาศสะอาด จึงเป็นกฎหมายที่ปฏิรูปวิธีคิดแบบเดิมๆ เป็นแพลตฟอร์มของกระบวนการแน่นอน มันแปลกไปจากที่นักการเมือง หรือราชการแบบเดิมๆ คุ้นเคยกัน

“ส่วนเรื่ององค์กรมากเกินก็เห็นด้วยกับคุณศุภชัย แต่สามารถปรับลด ต่อรองใหม่ได้ในกระบวนการนิติบัญญัติ เข้าใจดีว่า การจะแก้ปัญหาวิกฤตใหญ่โตขนาดนี้ได้ต้องบาลานซ์ และต่อรองกับกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ มากมาย โดยการจะแก้ปัญหานี้ได้ต้องยกระดับการผลิตและรื้อปรับโครงสร้างเกือบทั้งประเทศไทย แน่นอนที่สุด มีกลุ่มผลประโยชน์มากมายตั้งแต่เจ้าสัวพันล้าน บรรษัทข้ามชาติ ลงมาถึง คนเล็กคนน้อยในชายขอบ อยู่ในเวที”

“ในเมื่อไม่คิดว่ากฎหมายจะเป็นเครื่องมือ คิดว่าร่างเดิมที่ภูมิใจไทยเคยเสนอก็ใช้ไม่ได้ ร่างอื่นก็ใช้ไม่ได้ จะเอาแต่กฎหมายเดิมที่มีอยู่ ส่วนตัวคิดว่า หากจะใช้กฎหมายที่มีอยู่มันต้องอาศัยพลังอำนาจนำที่สูงมาก สำหรับการบูรณาการและยกเครื่องการผลิตหลายวงพร้อมๆ กัน ปรับแก้ปัญหาเรื้อรังเชิ่งโครงสร้างของระบบราชการแบบแท่ง เอาง่ายที่สุด ตอนนี้กระทรวงมหาดไทย กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังมองเห็นเนื้อปัญหาและวิธีการไม่ตรงกันเลย” บัณรส กล่าว

Chiang Mai-residents-urge-the-government-to-push-for-the-Clean Air-Act-SPACEBAR-Photo02.jpg

ด้าน ผศ.ณัฐกร วิทิตานนท์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ค้างอยู่ในชั้น สว.หลังจากมีการประกาศยุบสภา ซึ่งตามหลักผู้ที่จะเป็นคนเคาะจะให้ไปต่อ หรือไม่ไปต่อ ก็ต้องอยู่ที่รัฐบาลใหม่เป็นคนพิจารณา ซึ่งก็มีกระแสเรียกร้องจากพรรคฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาล ให้นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีดันกฎหมายอากาศสะอาดต่อ

จากกรณีที่ ส.ส.จากพรรคภูมิใจไทย อภิปรายเบรก พ.ร.บ. อากาศสะอาด ส่วนตัวมองว่าเป็นการเปิดฟรีให้กับ สส.ในการอภิปราย หากฟังตลอดทั้งวันก็จะเห็นว่า สส.จากพรรคภูมิใจไทยมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพราะถือเป็นการพูดในนามตนเองไม่ใช่ในนามพรรค แต่เหตุผลที่ยกมา ก็จะเป็นเหตุผลเดียวกับ สว.ที่มีคำถามถึงตัวร่างกฎหมายนี้ ที่ตัวร่างนี้ไปลดทอนอำนาจส่วนกลาง ในเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการ

“และอีกส่วนหนึ่งก็ไปสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนใหญ่ ที่ออกมากังวลต่อร่างกฎหมาย เพราะเป็นการสร้างภาระต้นทุนทางเศรษฐกิจ ซึ่งบทลงโทษรุนแรง และอาจกลายเป็นผู้ร้ายในกฎหมายอากาศสะอาดใหม่ ที่เข้าไปสะท้อนในชั้น สว.เพื่อให้พิจารณาอย่างรอบด้าน ซึ่งสอดคล้องกับที่นายศุภชัย ใจสมุทร อภิปรายในสภา”

Chiang Mai-residents-urge-the-government-to-push-for-the-Clean Air-Act-SPACEBAR-Photo03.jpg

ขณะที่ แสงเดือน สนิทธา ชาวเชียงใหม่ที่ต้องใช้ชีวิตกลางแจ้ง กล่าวว่า อากาศช่วงนี้ถือว่าเลวร้ายขั้นสุด แต่ตอนนั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เพราะมีอาชีพค้าขายที่ตลาดวโรรส อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นั่งขายของตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 5โมงเย็นทุกวัน แม้จะกังวลกับฝุ่นควัน ที่จะส่งผลกระทบกับสุขภาพตัวเองโดยตรง แต่ก็หยุดขายไม่ได้ เพราะจ่ายค่าเช่าที่ไปแล้ว หยุดขายก็ขาดรายได้

Chiang Mai-residents-urge-the-government-to-push-for-the-Clean Air-Act-SPACEBAR-Photo06-1.jpg

แสงเดือน กล่าวต่อว่า ช่วงที่มีฝุ่นควันมากก็ต้องดูแลตัวเองด้วยการสวมหน้ากากป้องกันและดื่มน้ำบ่อยๆ ส่วนตัวเริ่มมีอาการแสบตาบ้างแล้ว ขณะที่แม่ค้าบางคนมีอาการไอและเลือดกำเดาไหล ส่วนปัญหาการเผาป่ายอมรับว่าคงแก้ได้ยากและส่งกำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานอย่างหนักในการเข้าดับไฟป่าในพื้นที่ยากลำบาก อยากให้ผ่านพ้นช่วงฤดูเผาป่าไปเร็วๆ

“เห็นข่าว เกี่ยวกับเรื่อง การเบรกกฎหมาย ที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาฝุ่นควัน อย่างร่าง  พ.ร.บ. อากาศสะอาด ส่วนตัวก็รู้สึกไม่สบายใจเพราะอาจจะทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้สักที และคนที่เบรกนั้นก็มาจากพรรคการเมือง ที่เป็นรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ทำให้หวั่นใจและท้อใจ หากไม่สามารถเดินต่อได้”

“จึงอยากวอนให้รัฐบาลเห็นใจคนทางพื้นที่ภาคเหนือที่ประสบปัญหามลพิษอย่างหนักหน่วงทุกปี ปีละไม่ต่ำกว่า 3 เดือน”

Chiang Mai-residents-urge-the-government-to-push-for-the-Clean Air-Act-SPACEBAR-Photo04.jpg
Chiang Mai-residents-urge-the-government-to-push-for-the-Clean Air-Act-SPACEBAR-Photo05.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์