ปัญหาการฉ้อโกง หรือ คอรัปชั่น เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ยังคงพบเจอในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่ภาครัฐในการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบเพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้อง ส่งผลถึงระบบเศรษฐกิจ บั่นทอนความน่าเชื่อถือของภาครัฐ รวมถึงกลายเป็นช่องว่างให้ชาวต่างชาติที่ไม่ประสงค์ดีเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมาย ก่ออาชญากรรม ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ต้องจับตามองและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
จังหวัดเชียงใหม่ตกเป็นเป้าหมายของอาชญากรรมข้ามชาติเพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ แต่ในพื้นที่อำเภอรอบนอกโดยเฉพาะ 5 อำเภอชายแดน ยังคงพบปัญหาความยากจน มีกลุ่มคนที่เกิดในประเทศไทยแต่ยังไม่ได้รับสัญชาติ หรือชนกลุ่มน้อยอยู่จำนวนมาก ทำให้เหล่าอาชญากร ใช้เป็นช่องทางในการดำเนินการสิ่งที่ผิดกฎหมาย จึงมักพบการจับกุมเกี่ยวการกระทำความผิดในการ “สวมบัตร-สวมสัญชาติ” ให้กับชาวต่างชาติเข้ามาทำสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทยอยู่บ่อยครั้ง
ในหลายครั้งก็ยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐของไทยไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งการได้รับผลประโยชน์ เป็นผู้จัดหา หรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับการกระทำดังกล่าว ที่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติหรือความเสียหายที่จะเกิดขึ้น นึกถึงเพียงแค่ผลประโยชน์ของตนเอง ช่วยเหลือต่างชาติที่เป็นเครือข่ายกลุ่มสแกมเมอร์และทุนสีเทา

อย่างกรณีล่าสุดที่สืบเนื่องจากการจับกุมขบวนการจัดทำรายการทางทะเบียนอันเป็นเท็จให้นายหมิงเฉิน ซัน สัญชาติจีนผู้ต้องหาในคดีครอบครองอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด ซึ่งนายหมิงเฉิน เป็นผู้ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ถูกจับกุมหลังเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนนำมาสู่การตรวจสอบได้ข้อมูลว่าบุคคลนี้เข้ามาใช้งานทะเบียนราษฎร เพื่อผลประโยชน์ในการอยู่อาศัยและการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มียังมีความเชื่อมโยงกับขบวนการสวมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้
ตัวของอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว ที่ถูกจับกุมล่าสุดใช้ช่องว่างลักษณะในพื้นที่ที่มีความยากจน และตรวจสอบได้ยาก จัดเตรียมเอกสารให้ทั้งหมด รวมถึงมีการให้เงินจำนวน 2,000 บาท ตอบแทนแก่เจ้าบ้านในการรับย้ายเข้าบ้านครั้งนี้ด้วย ซึ่งไม่เคยมาอยู่อาศัยในบ้านที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่เลย แต่ตั้งใจประสงค์จะมาสวมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์หรือคนไทย เพื่อผลประโยชน์ในการอยู่อาศัยและดำเนินธุรกิจในประเทศไทยให้สะดวกยิ่งขึ้น

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้วรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) และในฐานะหัวหน้าคณะชุดสืบสวนสอบสวนในคดีสำคัญระดับประเทศหลายคดี กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องของความมั่นคงของชาติ ต้องดำเนินการจับกุมคนพวกนี้ เพราะเป็นการบังคับใช้กฎหมายจากเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไปอำนวยความสะดวกช่วยเหลือกลุ่มคนที่ไม่หวังดีพวกนี้ให้มีสัญชาติ
“กลุ่มคนเหล่านี้พอเข้าสู่กระบวนการและได้บัตรได้สิทธิ์แล้วก็จะไปสร้างปัญหา สร้างความเดือดร้อนเป็นสแกมเมอร์มาหลอกหลอกลวงต้มตุ๋นพี่น้องคนไทย มาเอารัดเอาเปรียบคนไทย จึงต้องบังคับใช้กฎหมายให้เพิกถอนหรือดำเนินคดีกับกลุ่มคนพวกนี้ เพื่อหยุดยั้งการกระทำที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติของเรา”
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามการจับกุมในครั้งนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องดำเนินการอยู่อีก ทำให้ต่อจากนี้อีกหลายส่วนและทางการปกครองก็คงจะต้องไปดูว่าคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องหรือมาสวมบัตรตรงนี้มีใครบ้างและต้องนำสู่การเพิกถอนและเป็นเรื่องที่ต้องทำงานต่อไปทั้งการดำเนินคดีขยายผลและเฝ้าระวัง


ด้าน รัฐพล นราดิศรผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทางจังหวัดเชียงใหม่ไม่ได้นิ่งนอนใจ
ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจเป็นอย่างมากจากการที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐใช้อำนาจในทางที่ผิด แสวงหาประโยชน์และให้กลุ่มคนต่างชาติเข้ามาทำผิดกฎหมายในประเทศไทย

“หลังจากนี้ก็ต้องมีการเพิ่มการตรวจสอบให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่เพียง 5 อำเภอชายแดน แต่จะต้องเป็นทั้ง 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดกรณีในลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นออก รวมถึงเร่งตรวจสอบความผิดปกติ หรือน่าสงสัย เช่น การที่บ้านหนึ่งหลังมีบุคคลย้ายเข้าออกบ่อยผิดปกติ หรือมีจำนวนคนในทะเบียนบ้านไม่สมเหตุสมผลกับพื้นที่ของบ้าน”
ขณะที่ รศ.ดร.เขตไท ลังการ์พินธุ์ นักกฎหมายและอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยพายัพ กล่าวแสดงความคิดเห็น ว่า ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ปัญหาเล็กน้อยเท่านั้น เพราะมันอาจจะส่งผลในระดับชาติเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรม การทำสิ่งผิดกฎหมาย การใช้ไทยเป็นฐานของอาชญากรรม หากไม่แก้ไขก็น่าเป็นห่วงว่าการก่ออาชญากรรมข้ามชาติอาจจะเพิ่มขึ้น ทำให้คนไทยสูญเสียประโยชน์ทั้งการถูกหลอกลวง และหากผู้ไม่หวังดีได้บัตรจากกระบวนการที่ผิดกฎหมายก็จะนำไปดำเนินการของกลุ่มทุนเทาได้ง่ายขึ้นมาก เรื่องของสัญชาติเป็นเรื่องที่มีมูลค่าสูงมากเป็นใบเบิกทางของกลุ่มคนร้ายไปสร้างความเดือดร้อนในระดับภูมิภาคได้
รศ.ดร.เขตไท กล่าวต่อว่า ต้องย้อนมาดูปัญหาที่ทำให้เกิดช่องว่าง แค่ในจังหวัดเชียงใหม่ก็มีหลายด้าน ทั้งความยากจน เงิน 2,000 บาท ที่ใช้เป็นค่าตอบแทนให้กับเจ้าบ้าน เพื่อนำชื่อของคนร้ายมาใส่ในทะเบียนบ้าน เจ้าบ้านก็ยอมเนื่องจากเห็นว่าเป็นเงินจำนวนที่มาก สะท้อนถึงความเป็นอยู่และความยากจนของคนในพื้นที่ หรืออาจจะถูกหลอกโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

“คนไร้สัญชาติในเชียงใหม่ยังมีจำนวนมากทำให้เป็นอีกหนึ่งช่องโหว่ กลุ่มคนเกิดในประเทศไทยแต่กลับยังไม่ได้สัญชาติไทย และกระบวนการก็ยุ่งยากยาวนาน ส่วนกลุ่มอาชญากรรมใช้เวลาเพียงไม่นานผ่านช่องทางที่ผิดกฎหมายโดยอาศัยเจ้าหน้าที่รัฐก็สามารถได้บัตรสัญชาติไทยมาแล้ว”
“ปัญหาคอร์รัปชั่นคือปัญหาใหญ่ที่สุด เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างไม่ใช่แค่พื้นที่ใดที่หนึ่ง มันเป็นทั้งระบบ ซึ่งมันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ที่ผ่านมาจะสามารถจับกุมและดำเนินคดีได้แค่ปลายแถวเท่านั้น ต้นทางยังไม่เห็นว่าจะมีการจับกุมได้ เชื่อได้ว่าต้องมีนายใหญ่เป็นคนสั่งการและหนุนหลัง เพียงแค่ระดับปลัดคงไม่สามารถดำเนินการได้ทั้งหมดหากไม่มีคนสนับสนุน” รศ.ดร.เขตไทกล่าว
รศ.ดร.เขตไท กล่าวอีกว่าในส่วนการแก้ไขปัญหาต้องแก้ไขระยะยาว โดยการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ซึ่งจะอาศัยเพียงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการปฏิรูปนโยบายด้วย เพราะที่ผ่านมาการคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นได้ง่าย เพราะใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่มากจนเกินไป
หลังจากนี้จะต้องมีการปรับปรุงและพัฒนา นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของคน เพิ่มความโปร่งใส รวมถึงตั้งศูนย์ที่มาดูแลเกี่ยวกับเรื่องการขอและให้สัญชาติ หรือมีการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยมากขึ้นเพื่ออุดช่องโหว่
อีกส่วนหนึ่ง ปปท. และ ป.ป.ช.ต้องเดินหน้าเชิงรุกมากยิ่งขึ้นในการคุ้มครองคนที่แจ้งเบาะแสหากคนที่ทราบเบาะแสแต่ไม่กล้าแจ้งก็ไม่ได้ช่วยอะไร ตอนนี้คนทราบเบาะแสจำนวนมากแต่ว่าไม่อยากจะพูดเพราะพูดไปก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นแถมยังอาจจะถูกตกเป็นเป้าของกลุ่มอาชญากรรมอีกด้วย

“การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในเรื่องนี้แม้ว่าจะเป็นการลงทุนที่สูง แต่หากจะแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นสิ่งนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะลงทุน ถ้าไม่แก้ไข ความเสียหายจะเกิดขึ้นจำนวนมหาศาลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์ของการสวมตัวนำไปสู่ปัญหาต่างๆ อีกมากมาย นับว่าเป็นเรื่องของภัยความมั่นคงระดับชาติ มาเบียดเบียนสิทธิคนไทยควรจะได้รับ”
“ต้องแยกให้ออกว่าใครคือผู้บริสุทธิ์ที่ควรจะได้รับสิทธิ์ แยกให้ออกว่ากลุ่มอาชญากรรมเป็นใครและมีเป้าหมายอะไร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของภาครัฐให้กับประชาชนด้วย” รศ.ดร.เขตไท กล่าว




