‘เชียงใหม่’เข้มเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝุ่น ประกาศเอาจริงห้ามเผาก่อนได้รับอนุญาต

9 ม.ค. 2569 - 02:45

  • เชียงใหม่เตรียมพร้อมมาตรการรับมือฤดูฝุ่น ประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกประเภทตั้งแต่ 1 ม.ค.– 31 พ.ค.2569 ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

  • ตั้งเป้าลดจุดความร้อนพื้นที่เผาไหม้ - จำนวนวันคุณภาพอากาศเกินมาตรฐานลงร้อยละ 25 จากค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง

  • นักวิชาการชี้ ‘ฝุ่น-ควัน’ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างไม่ใช่ความผิดของชาวบ้านเพียงฝ่ายเดียว แนะภาครัฐเปลี่ยนมาสื่อสารสร้างแรงจูงใจเชิงบวก เพื่อเปิดพื้นที่ความร่วมมือแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

‘เชียงใหม่’เข้มเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝุ่น ประกาศเอาจริงห้ามเผาก่อนได้รับอนุญาต

ในปี 2569 ทางจังหวัดเชียงใหม่ตั้งเป้าที่จะควบคุมการเผาและลดปัญหาฝุ่นควันไฟป่าให้ได้มากที่สุด ซึ่งในห้วงเดือนมกราคมของทุกปี ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ชาวเชียงใหม่จะต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือกับกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งในปีนี้ได้มีการออกประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกประเภท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2569 หากใครที่ไม่ปฏิบัติตามแอบเผาก็จะมีมาตรการลงโทษทางกฎหมายส่วนการเผาที่มีความจำจะต้องมีการลงทะเบียนเพื่อได้รับการอนุมัติจะได้เป็นการบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างถูกต้อง

Chiang Mai-is-tightening-controls-to-combat-air-pollution-announcing-a-ban-on-burning-without-permission-SPACEBAR-Photo04.jpg
Chiang Mai-is-tightening-controls-to-combat-air-pollution-announcing-a-ban-on-burning-without-permission-SPACEBAR-Photo13.jpg

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจภูธรเชียงดาว ได้รายงานมีการลักลอบเผาเศษใบไม้บริเวณไร่ถั่วลิสง จากการตรวจสอบพื้นที่ พบชาวบ้านยืนควบคุมการเผาบริเวณ จึงได้สอบถามและทราบว่าจุดไฟเผาจริง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา เผาในที่โล่งโดยฝ่าฝืนประกาศจังหวัดเชียงใหม่ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงดาวเพื่อดำเนินการต่อไป

Chiang Mai-is-tightening-controls-to-combat-air-pollution-announcing-a-ban-on-burning-without-permission-SPACEBAR-Photo11.jpg

รัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ (ผู้ว่าฯเชียงใหม่) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 แบบบูรณาการ มีการออกประกาศมาตรการห้ามเผาในที่โล่งทุกประเภท พร้อมจัดเตรียมกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ไว้แล้ว 15,783 คน จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ยุทโธปกรณ์ จัดทำแนวกันไฟกว่า 8,550 กิโลเมตร 

มีการส่งเสริมการไถกลบพื้นที่เกษตรไปแล้ว 235,712 ไร่ และยังอยู่ในระหว่างดำเนินการอีก 110,052 ไร่ และมีการควบคุมเฝ้าระวังแหล่งก่อมลพิษในเขตพื้นที่เมือง เตรียมการดูแลด้านสาธารณสุขในทุกระดับ จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นในแต่ละพื้นที่ โดยได้นำแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุมมลพิษมาใช้ ซึ่งเป็นแผนในปี 2569-2571 มาปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ประจำปี 2569

ในส่วนของเป้าหมายตัวชี้วัดลดลงร้อยละ 25 จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี คือ มีจุดความร้อนเกิดขึ้นไม่เกิน 6,379 จุด , พื้นที่เผาไหม้ไม่เกิน 622,296 ไร่ , วันที่ค่าคุณภาพอากาศเกินมาตรฐานไม่เกิน 64 วัน และ มีผู้ป่วยทางเดินหายใจเข้าพบแพทย์ไม่เกิน 14,238 ครั้ง

Chiang Mai-is-tightening-controls-to-combat-air-pollution-announcing-a-ban-on-burning-without-permission-SPACEBAR-Photo05.jpg
Chiang Mai-is-tightening-controls-to-combat-air-pollution-announcing-a-ban-on-burning-without-permission-SPACEBAR-Photo06.jpg

“หากผู้ใดมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต้องเผาจะต้องแจ้งขออนุญาตบริหารจัดการเชื้อเพลิงผ่านระบบ FireD หรือ Burn Ckeck  ซึ่งขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้เตรียมความพร้อมในการรับมือแล้ว ทั้งกำลังพล งบประมาณ และระบบในการบริหารจัดการ เพื่อรับมือกับปัญหาฝุ่นควันและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด” ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ กล่าว

Chiang Mai-is-tightening-controls-to-combat-air-pollution-announcing-a-ban-on-burning-without-permission-SPACEBAR-Photo07.jpg
Chiang Mai-is-tightening-controls-to-combat-air-pollution-announcing-a-ban-on-burning-without-permission-SPACEBAR-Photo10.jpg

ด้าน รศ.ชูโชค อายุพงศ์ ผอ.ศูนย์วิจัยด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า สภาพอากาศในตอนนี้ของจังหวัดเชียงใหม่ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งต้องติดตามกันหลังจากนี้ ว่าจะเป็นอย่างไร โดยหากคาดการณ์ก็น่าจะคล้ายกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามก็ต้องติดตามปริมาณน้ำฝนและความแห้งแล้งอีกครั้งหนึ่ง

“อีกส่วนหนึ่งก็ต้องจับตามองฝั่งของประเทศเพื่อนบ้านว่าจะมีการเผามากน้อยขนาดไหนในปีนี้ เช่นประเทศเมียนมาที่ในปีที่ผ่านมานั้นมีการเผาจำนวนมาก และทำให้เกิดฝุ่นควันข้ามแดนลอยมายังประเทศไทยรวมถึงจังหวัดเชียงใหม่”

สำหรับในช่วงมาตรการห้ามเผาจะมีปัญหาเรื่องของไฟแห่งความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่นั้น ส่วนตัวมองว่า การกลั่นแกล้งโดยการแอบเผา จงใจเผา ที่มีสาเหตุจากความขัดแย้งนั้น อาจจะไม่ได้เกิดจากมาตรการห้ามเผาทั้งหมด อาจจะเป็นความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ที่มีมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น เคยมีกรณีที่เจ้าหน้าที่ห้ามไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปหาของป่าชาวบ้านก็ไม่พอใจเกิดเป็นความขัดแย้งขึ้น

Chiang Mai-is-tightening-controls-to-combat-air-pollution-announcing-a-ban-on-burning-without-permission-SPACEBAR-Photo V01.jpg
Chiang Mai-is-tightening-controls-to-combat-air-pollution-announcing-a-ban-on-burning-without-permission-SPACEBAR-Photo01.jpg

รศ.ชูโชค กล่าวต่อว่า อีกส่วนหนึ่งที่คาดว่าจะสามารถช่วยลดปัญหาไฟป่าได้เป็นอย่างดีในอนาคต ก็คือการบริหารจัดการเชื้อเพลิง เนื่องจากในพื้นที่ป่าหากไม่มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงใบไม้กิ่งไม้จะสะสมอยู่ในป่าจำนวนมาก ทำให้เมื่อเกิดไฟไหม้จะมีความรุนแรงและควบคุมยาก จึงมีความจำเป็นต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิง หนึ่งในแนวคิด คือจะทยอยเอาเชื้อเพลิงที่อยู่ในป่าออกมาด้านนอกและนำมาแปรรูปทำให้เกิดประโยชน์ต่อไป

“อาจจะเป็นไบโอชาร์ หรือถ่านชีวภาพ ที่เป็นถ่านที่ผลิตจากวัสดุชีวมวล เช่น เศษไม้ ใบไม้ วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพราะมันจะคุ้มค่า แต่การรับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรนั้นก็ต้องมีการอำนวยความสะดวกจากทางภาครัฐด้วย โดยการนำเอาเครื่องมือและจุดรับซื้อเข้าไปหาชาวบ้าน สิ่งนี้จะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดอีกหนึ่งรูปแบบ เปลี่ยนเชื้อเพลิงของป่าให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าสามารถนำไปใช้ต่อได้แถมไม่มีมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมเพราะว่ากระบวนการทำถ่านตัวนี้จะเป็นการเผาในระบบปิดคาดว่าในปีนี้จังหวัดเชียงใหม่จะมีการนำเอานวัตกรรมตัวนี้มาใช้มากยิ่งขึ้นซึ่งจะดำเนินการเมื่อใดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

Chiang Mai-is-tightening-controls-to-combat-air-pollution-announcing-a-ban-on-burning-without-permission-SPACEBAR-Photo V02.jpg

ด้าน อาจารย์กมลวรรธ สุจริต ภาควิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กล่าวว่า ในอนาคตแนวการสื่อสารของภาครัฐอาจจะต้องปรับเปลี่ยนหลีกเลี่ยงภาษาขู่ ลงโทษ หรือโยนความผิดให้เกษตรกร หาตัวผู้ร้าย ล่าแม่มด เปลี่ยนเป็นการสื่อสารเชิงศีลธรรมใช้กรอบ “รัฐบาลเข้าใจข้อจำกัดของชาวบ้าน เราจึงต้องช่วยกันทำให้ได้ ไม่ใช่แค่สั่งห้าม”

“ต้องสื่อสารให้ชัดว่าชาวบ้าน เกษตรกร ไม่ใช่ผู้ร้าย แต่เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากระบบการผลิต ปัญหาฝุ่นควันเป็น “ปัญหาโครงสร้าง” ไม่ใช่ความล้มเหลวส่วนบุคคล เพื่อลดแรงต้านเปิดพื้นที่ให้ประชาชนให้ความร่วมมือมากขึ้น”

“หากบอกประชาชนว่า “ไม่ควรเผา” ต้องบอกพร้อมกันว่า “แล้วจะให้เขาทำอย่างไรแทน” เช่น มีจุดรับซื้อ/รับกำจัดเศษวัสดุใกล้บ้าน ควรใช้ “แรงจูงใจเชิงบวก” มากกว่าการลงโทษ ในภาวะวิกฤตสิ่งที่ได้ผลคือ รางวัลเล็กแต่แน่นอน ไม่ใช่บทลงโทษใหญ่แต่ไกลตัว แนวทางสื่อสารต้องชี้ชัดให้เห็นว่า “ไม่เผา = ได้อะไร” เช่นค่าชดเชย ส่วนลดปุ๋ย/เมล็ดพันธุ์  สิทธิ์เข้าถึงโครงการรัฐ รวมถึงการเล่าเรื่อง “ชุมชนต้นแบบ” มากกว่าประกาศโทษแบบหว่านแหทั่วประเทศ”

อ.กมลวรรธ กล่าวอีกว่า ควรเพิ่มเสียงจากผู้นำชุมชน เกษตรกรจริงที่เลิกเผาได้ ผู้นำศาสนาในพื้นที่ เพราะคนเราจะเชื่อคนที่ชีวิตเหมือนเขามากกว่าคนที่ อำนาจสูงกว่าเขา ต้องเพิ่มการสื่อสารแบบแบ่งระยะเวลา ไม่ใช่ประกาศครั้งเดียว ควรมี 3 ระยะชัดเจน คือ 1. ระยะเข้าใจ – อธิบายสถานการณ์ฝุ่น ผลกระทบต่อเด็ก คนแก่ เกษตรกรเอง 2. ระยะช่วยเหลือ – สื่อสารว่ารัฐช่วยอะไร ทำอย่างไร ติดต่อที่ไหน และ 3. ระยะร่วมรับผิดชอบ แล้วจึงค่อยพูดเรื่องกติกา/การควบคุม การสื่อสารแบบข้ามขั้นไปสู่ “สั่งห้าม” ทันที จะสร้างแรงต้านสูงจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ทั้งนี้ไม่ควรสร้างภาพจินตนาการของความสำเร็จซึ่งมักจะเห็นจากนักการเมือง เช่น “ปัญหาจะจบเร็ว”“ปีนี้เอาอยู่แน่นอน” แต่ควรสื่อสารที่สะท้อนภาพความเป็นจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วง เช่นขณะนี้ “รัฐบาลยังแก้ไม่ครบ แต่กำลังดำเนินการสิ่งใดอยู่เพื่อให้ปัญหาลดลง” ความซื่อสัตย์ทางการสื่อสารช่วยรักษาความเชื่อถือได้ดีกว่าคำสวยหรู 

Chiang Mai-is-tightening-controls-to-combat-air-pollution-announcing-a-ban-on-burning-without-permission-SPACEBAR-Photo02.jpg
Chiang Mai-is-tightening-controls-to-combat-air-pollution-announcing-a-ban-on-burning-without-permission-SPACEBAR-Photo12.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์