เชียงใหม่ตั้งเป้าสู่ “Wellness City” ชูธรรมชาติฟื้นฟูร่างกาย ตอบรับกระแสท่องเที่ยวรักสุขภาพที่เติบโตต่อเนื่องในระดับโลก

27 มิ.ย. 2569 - 09:08

  • เชียงใหม่เดินหน้ายกระดับสู่ “Wellness City” ชูจุดแข็งด้านธรรมชาติ ภูมิปัญญาล้านนา และศูนย์บริการการแพทย์ครบวงจร

  • ตอบรับเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกที่นักท่องเที่ยวมองหาการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจแบบองค์รวม

  • ขณะที่นักวิชาการมองเชียงใหม่มีต้นทุนพร้อม ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และการแพทย์ สามารถต่อยอดสู่เมืองสุขภาพระดับนานาชาติได้

เชียงใหม่ตั้งเป้าสู่ “Wellness City” ชูธรรมชาติฟื้นฟูร่างกาย ตอบรับกระแสท่องเที่ยวรักสุขภาพที่เติบโตต่อเนื่องในระดับโลก

กระแสการรักสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ประชาชนหลากหลายช่วงวัยหันมาสนใจเข้าร่วมกิจกรรมนี้มากขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นผลดีกับสุขภาพกายแล้วยังส่งผลต่อสุขภาพใจที่ได้ออกมาผ่อนคลายจากความเครียด รวมถึงถ่ายคลิปทำคอนเทนต์ลงในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นการนำเสนออีกมุมหนึ่งให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ได้รับรู้ว่าเชียงใหม่เป็นอีกหนึ่งแห่งที่มีสถานที่และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามให้ได้ออกกำลังกาย ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี

สำหรับบรรยากาศภายในตัวเมืองเชียงใหม่ในตอนนี้ถือว่ามีสถานที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มาออกกำลังกายทั้งในช่วงเช้าและช่วงเย็นเพิ่มมากขึ้น จากการที่ภาครัฐและภาคเอกชนเล็งเห็นถึงความสำคัญของกระแสการรักสุขภาพของคนในพื้นที่และผู้มาเยือน ทำให้มีการพัฒนาและปรับปรุงสถานที่ให้มีความเหมาะสมเพิ่มมากขึ้น

Chiang Mai-is-moving-towards-becoming-a-Wellness-City-embracing-the-health-and-wellness-tourism-trend-SPACEBAR-Photo07.jpg

โดยจะเห็นว่าในช่วงเช้าและช่วงเย็นจะมีผู้คนพากัน มาออกกำลังกายตามสวนสาธารณะกันเป็นจำนวนมากมีทั้งการเดิน วิ่ง เล่นเครื่องเล่นที่มีจัดเตรียมเอาไว้ให้ และที่กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากคือการเต้นแอโรบิค ที่มีผู้คนหลากหลายช่วงวัยมาร่วมทำกิจกรรมไปพร้อมกัน ซึ่งมีกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานมาร่วมกิจกรรมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากออกกำลังกายแล้วยังได้มีการถ่ายรูปหรือว่าคลิปวิดีโอนำไปลงในสื่อสังคมออนไลน์ของตนเอง ทำให้คนที่พบเห็นอยากจะทดลองทำตาม

Chiang Mai-is-moving-towards-becoming-a-Wellness-City-embracing-the-health-and-wellness-tourism-trend-SPACEBAR-Photo05.jpg

ศศิธร วงโยโพ ชาวเชียงใหม่ กล่าวว่า เดิมทีส่วนตัวไม่ค่อยชอบออกกำลังกาย แต่อยากมีสุขภาพและรูปร่างที่ดี ประกอบกับเห็นคอนเทนต์ในสังคมออนไลน์ที่ดูน่าสนุก และอยากจะลองทำบ้าง จึงหันมาสนใจการออกกำลังมากขึ้น รวมทั้งการเลือกทานอาหารสุขภาพ พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้มีสุขภาพดี

“ส่วนใหญ่จะเป็นการเต้นตามคลิปในยูทูป เล่นฮูลาฮูป มีรวมกลุ่มกันไปเล่นกีฬากลางแจ้งบ้าง แต่ไม่ได้กำหนดจำนวนครั้งที่ชัดเจน ส่วนที่ชอบมากคือการเดินป่า เพราะสนุกดีแถมยังได้ออกกำลังกายด้วย”

ศศิธร กล่าวด้วยว่า จากการที่ช่วงนี้กระแสออกกำลังกายกำลังมาแรง ทำให้รู้สึกอยากออกกำลังกายมากขึ้น โดยเฉพาะการวิ่ง เพราะเห็นผู้คนแชร์เทรนการแต่งตัว “เพซวิ่ง” หรือ Running Pace(คือ หน่วยวัดความเร็วในการวิ่งที่บอกว่าคุณใช้เวลาไปกี่นาทีในการวิ่งระยะทาง 1 กิโลเมตร (นาที/กม.)) ระยะทาง ที่คนส่วนใหญ่แชร์ลงสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้รู้สึกอยากลองทำตามและอยากพัฒนาตัวเอง รวมถึงการเดินป่าที่ฮิตมากๆ ในตอนนี้ นับเป็นการออกกำลังกายที่ได้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจ

ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่จะผลักดันเป็นเมืองสุขภาพ จะมีข้อดีข้อเสียอย่างไรนั้น ศศิธร มองว่าเป็นแนวคิดที่ดีเพราะจะช่วยกระตุ้นให้คนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น มีพื้นที่ออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ทำให้การออกกำลังกายรักษาสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัว และยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งวัยเด็กและผู้สูงอายุ เหมือนการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ของจังหวัดด้านการท่องเที่ยวและสุขภาพอีกด้วย

“แต่หากจะผลักดันอาจจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เนื่องจากต้องพัฒนาสถานที่ให้พร้อมใช้งาน เพราะคนบางกลุ่มอาจจะยังเข้าไม่ถึง เนื่องด้วยระยะทางที่ไกล และสถานที่ในการออกกำลังการน้อย อีกเรื่องที่สำคัญคือเรื่องฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้เราไม่สามารถออกกำลังกายกลางแจ้งได้อย่างเต็มที่” ศศิธร กล่าว

Chiang Mai-is-moving-towards-becoming-a-Wellness-City-embracing-the-health-and-wellness-tourism-trend-SPACEBAR-Photo01.jpg

ขณะที่ กมลวรรธ สุจริต นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า หากถามว่าเชียงใหม่สามารถผลักดันเป็นเมืองสุขภาพได้หรือไม่ คำตอบคือ "ได้" และมีต้นทุนเดิมเหนือกว่าหลายจังหวัด เชียงใหม่มีข้อได้เปรียบที่เมืองสุขภาพทั่วโลกจำนวนมากพยายามสร้างขึ้นมาใหม่ แต่เชียงใหม่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ

กมลวรรธ กล่าวต่อว่า ต้นทุนด้านธรรมชาติเชียงใหม่มีภูเขาและป่าไม้ล้อมรอบเมือง อากาศเย็นกว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ พื้นที่ธรรมชาติที่เข้าถึงง่ายเส้นทางเดินป่าและวิ่งเทรลจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับแนวโน้ม “Wellness Tourism” มีทุนทางวัฒนธรรมด้านสุขภาพเชียงใหม่มีภูมิปัญญาโบราณด้านสุขภาพที่ถูกถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น เช่น การนวดไทย สมุนไพรล้านนา อาหารพื้นเมืองสุขภาพที่ส่วนผสมมาจากสมุนไพร

“ในขณะที่หลายประเทศกำลังพยายามสร้าง Wellness Culture ขึ้นใหม่ เชียงใหม่มีวัฒนธรรมเหล่านี้ฝังอยู่ในชีวิตประจำวัน รวมถึงทุนด้านการแพทย์เชียงใหม่เป็น Medical Hub ของภาคเหนือมีสถาบันสำคัญ เช่น คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลเอกชนที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติการมีฐานบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากถือเป็นจุดแข็งที่จังหวัดท่องเที่ยวหลายแห่งไม่มี” 

กมลวรรธ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีทุนด้านชุมชนชาวต่างชาติมีผู้เกษียณอายุจากยุโรป เอเชีย อย่างญี่ปุ่น เกาหลี จีน รวมถึงกลุ่มDigital Nomads และ Long Stay Visitors จำนวนมากคนกลุ่มนี้คือ “ลูกค้าเมืองสุขภาพ” โดยตรง เพราะพวกเขาไม่ได้มองหาการท่องเที่ยวระยะสั้น แต่ต้องการคุณภาพชีวิตระยะยาว

“ส่วนสิ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญหากพูดอย่างตรงไปตรงมา PM2.5 คือศัตรูหมายเลข 1 เพราะเมืองสุขภาพไม่สามารถมีภาพจำเรื่องฝุ่นพิษได้ในมุม City Branding จะทำให้แบรนด์เมืองเกิดความขัดแย้งในตัวเอง ปัจจุบันภาพจำของเชียงใหม่ในสายตาต่างชาติยังคงเป็นเมืองน่าอยู่ที่มีฝุ่นพิษ ซึ่ง PM2.5 มีพลังทำลายแบรนด์เมืองสูงมาก”

ทั้งนี้การสื่อสารว่าเชียงใหม่เป็นเมืองรักษาโรคอาจจะดูเป็นแหล่งรวมของโรค ดังนั้นอาจจะต้องเปลี่ยนมุมมองการสื่อสารเป็น “เมืองแห่งการฟื้นฟูชีวิต” เพราะนักท่องเที่ยวสุขภาพยุคใหม่ไม่ได้มองหาการรักษาแต่กำลังมองหาสถานที่ลดความเครียดฟื้นฟูสมดุลชีวิต ชะลอวัย พัฒนาสุขภาพจิต”

Chiang Mai-is-moving-towards-becoming-a-Wellness-City-embracing-the-health-and-wellness-tourism-trend-SPACEBAR-Photo06-1.jpg

กมลวรรธ กล่าวว่า การสื่อสารสามารถสร้างเรื่องเล่าถึงที่มารากเหง้าภูมิปัญญาแทนการขายบริการแยกส่วน บริการสุขภาพต่างๆ ควรเชื่อมเป็นประสบการณ์เดียวแบบแพ็คเกจ ซึ่งจะเป็นการกระจายรายได้ให้ทั่วถึง เช่น 7 วันแห่งการฟื้นฟูสุขภาพที่เชียงใหม่ ประกอบด้วยกิจกรรมพักผ่อนในแหล่งธรรมชาติ กินอาหารสุขภาพล้านนานวดไทย/สปา/แช่น้ำพุร้อน ตรวจสุขภาพ สมาธิและโยคะ ร่วมกิจกรรมกับชุมชน นักท่องเที่ยวจะซื้อประสบการณ์มากกว่าซื้อบริการ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนจาก Medical Tourism เป็น Wellness Tourism เพราะคู่แข่งด้าน Medical Tourism มีจำนวนมาก

ด้านภาครัฐจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจังผ่านนโยบายชาติเช่น ประกาศเขตยุทธศาสตร์ Wellness Zone โดยสนับสนุน สปา ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ ศูนย์ผู้สูงอายุ รวมแพคเกจบริการต่างๆ สร้างให้เป็น Chiang Mai Wellness Pass ให้นักท่องเที่ยวซื้อเป็นแพ็คเกจเดียว เพิ่มพื้นที่สีเขียวระดับเมือง

“เมืองสุขภาพไม่ใช่เมืองที่มีโรงพยาบาลเยอะ แต่คือเมืองที่ทำให้คนป่วยน้อยลง จึงควรเพิ่มทางเดิน ทางจักรยาน สวนสาธารณะ จัดการ PM 2.5 เป็นวาระแห่งเมืองสุขภาพ หากรัฐต้องการใช้ Wellness เป็นยุทธศาสตร์จริงงบประมาณเรื่องฝุ่นควรถูกมองเป็นงบพัฒนาเศรษฐกิจไม่ใช่เพียงงบสิ่งแวดล้อม เพราะฝุ่นกำลังทำลายมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลเชียงใหม่ควรวางตำแหน่งใหม่เป็น"Chiang Mai : Asia's Wellness Valley" เพื่อสร้างแบรนด์ระดับโลก”

Chiang Mai-is-moving-towards-becoming-a-Wellness-City-embracing-the-health-and-wellness-tourism-trend-SPACEBAR-Photo08.jpg

กมลวรรธ กล่าวด้วยว่า เชียงใหม่มีศักยภาพในการเป็นเมืองสุขภาพเพราะมีองค์ประกอบครบทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม การแพทย์ และชุมชนต่างชาติ แต่ความสำเร็จจะไม่เกิดจากการสร้างโรงพยาบาลเพิ่ม หรือเปิดสปาเพิ่มเท่านั้น หากแต่ต้องเปลี่ยนมุมมองจาก “การท่องเที่ยวเพื่อรักษาโรค” ไปสู่ “การออกแบบเมืองเพื่อสร้างสุขภาวะ”

“ความท้าทายที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การตลาด แต่คือการแก้ปัญหา PM 2.5 การเพิ่มพื้นที่สาธารณะสีเขียว และการออกแบบเมืองให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี หากเชียงใหม่ทำได้ เมืองแห่งนี้มีศักยภาพก้าวขึ้นเป็น Wellness Capital ของอาเซียน และแข่งขันได้กับเมืองสุขภาพชั้นนำของโลกในอีก 10–15 ปีข้างหน้า”

Chiang Mai-is-moving-towards-becoming-a-Wellness-City-embracing-the-health-and-wellness-tourism-trend-SPACEBAR-Photo02.jpg

ด้าน วัชรายุทธ์ กัววงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่มีจุดแข็งในฐานะเมืองแห่งการพักผ่อนและการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ โดยหากไม่อยู่ในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นควัน คุณภาพอากาศของเชียงใหม่ถือว่าเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการท่องเที่ยวและการพักผ่อน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจะได้รับทั้งความสุขจากการท่องเที่ยวและคุณภาพชีวิตที่ดีกลับไปพร้อมกัน

ปัจจุบันกระแสการดูแลสุขภาพเป็นเทรนด์ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก ซึ่งทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ได้ร่วมกันผลักดันอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆ ที่สะท้อนแนวคิดด้านสุขภาพมากขึ้น ทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก รวมถึงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของเมือง

ในช่วงที่ผ่านมา มีการจัดกิจกรรมด้านการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคเอกชนก็ได้พัฒนากิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีในหลากหลายรูปแบบ ส่งผลให้เชียงใหม่สามารถตอบรับกระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่กำลังเติบโตได้เป็นอย่างดี

Chiang Mai-is-moving-towards-becoming-a-Wellness-City-embracing-the-health-and-wellness-tourism-trend-SPACEBAR-Photo03.jpg

วัชรายุทธ์ กล่าวว่า หลายภาคส่วนยังคงร่วมมือกันขับเคลื่อนกิจกรรมด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากนี้จะมีการติดตามและประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวว่ามีการเติบโตมากน้อยเพียงใด ภายหลังสถานการณ์ฝุ่นควันเริ่มคลี่คลาย

อย่างไรก็ตาม จากการหารือกับภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว พบว่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นแนวโน้มที่น่าสนใจ และมีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่มากขึ้น

สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นิยมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่ต้องการเดินทางมาพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกาย และให้ความสำคัญกับสุขภาพอย่างจริงจัง ขณะที่นักท่องเที่ยวจากเอเชียและคนไทย มักมองการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นกิจกรรมเสริม เช่น การดูแลตัวเอง การพักฟื้นร่างกาย การเสริมบุคลิกภาพ หรือการออกไปสัมผัสธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดี

“ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมหลักหรือกิจกรรมต่อเนื่อง ล้วนสามารถเชื่อมโยงกับเรื่องสุขภาพได้ทั้งหมด หากมองในมิติของการสร้างสุขภาวะที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ คาดว่ากระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะยังคงเติบโตต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนหลังของปีนี้ไปจนถึงปีหน้า”

“โดยเชียงใหม่มีความพร้อมทั้งในด้านวิถีชีวิต กิจกรรม และทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการเป็นเมืองสุขภาพ เราจึงมุ่งพัฒนากิจกรรมต่างๆ ให้ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพ ควบคู่กับการสร้างความสุขให้แก่นักท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ธรรมชาติไปพร้อมกัน” วัชรายุทธ์กล่าว

Chiang Mai-is-moving-towards-becoming-a-Wellness-City-embracing-the-health-and-wellness-tourism-trend-SPACEBAR-Photo04.jpg
Chiang Mai-is-moving-towards-becoming-a-Wellness-City-embracing-the-health-and-wellness-tourism-trend-SPACEBAR-Photo09.jpg
Chiang Mai-is-moving-towards-becoming-a-Wellness-City-embracing-the-health-and-wellness-tourism-trend-SPACEBAR-Photo10.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์