จังหวัดเชียงใหม่มีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษากว่า 35,000 คน มากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานคร และจังหวัดตาก ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในปัญหา ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามเร่งแก้ไข เพราะการศึกษาถือว่าเป็นพื้นฐานของการดำเนินชีวิต และเป็นรากฐานของการเติบโตให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

จากการสำรวจข้อมูลของทีม สหวิชาชีพ พบว่าปัญหาหลักของเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา คือครอบครัวมี ฐานะยากจน พ่อแม่มีปัญหาด้านสุขภาพ เป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก ที่ทำให้เด็กรู้จักระบบการศึกษาหลัก
หนึ่งในหน่วยงาน ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด

สาธิต คำหน่อแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เทศบาลสันปูเลย มีบทบาทสำคัญ คือการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง ในการประสานข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดสวัสดิการสนับสนุนเพื่อให้เด็กได้กลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษา
“โดยปัจจุบันเรามีระบบดูแลตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงวัยเรียน ถ้าเด็กหลุดจากระบบการศึกษาเราจะรู้ทันทีและไม่ปล่อยให้เป็นปัญหา ซึ่งจะต้องลงพื้นที่พูดคุยกับครอบครัวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและปรับแก้ไขทันที”

สาธิต กล่าวต่อว่า กระบวนการทำงานยังแยกย่อยเป็น 5 หลัก คือ ตรวจสอบข้อมูลดูความซับซ้อน เพื่อทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ลงพื้นที่ติดตาม ค้นหา ประเมินสภาพปัญหา และความต้องการในการช่วยเหลือ บูรณาการช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้นก็เป็นการติดตามช่วยเหลือรายงานผลการดำเนินงาน
“นอกจากนั้นยังมีการตั้งคณะทำงานประจำศูนย์ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ประกอบการ มีการแต่งตั้งกรรมการระดับตำบล และระดับอำเภอ และในการลงพื้นที่จริง ยังมีการเก็บข้อมูลเข้าสู่ระบบแอปพลิเคชั่นวิเคราะห์ปัญหา ก่อนส่งต่อให้ทีมสหวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคล ใน 4 มิติหลัก คือ การศึกษา สาธารณสุข สังคม และเศรษฐกิจ”

ด้าน คงกระพัน เวฬุสาโรจน์ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็น 1 ใน 25 จังหวัด นำร่องโครงการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาและเด็กตกหล่นให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ซึ่งมีข้อมูลเด็กและเยาวชนที่ไม่มีชื่อในระบบการศึกษาช่วงอายุ 3-18 ปี จำนวน 36,888 คน มากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานคร และจังหวัดตาก
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้สร้างการรับรู้และความร่วมมือการบูรณาการข้อมูลรายบุคคล จัดทำแผน และการขับเคลื่อนการส่งเสริมโอกาสความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่
“ความสำเร็จของเชียงใหม่ Zero Dropout สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหาเด็กหลุดการศึกษาอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในระดับพื้นที่ การดูแลเด็กแบบรอบด้าน และการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้มีอนาคตที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงต่อไป”
“สำหรับผลจากการดำเนินงานในอำเภอแม่แตง สามารถนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ได้มากกว่า 400 คน จากเด็กหลุดการศึกษากว่า 1,100 คน กลายเป็นต้นแบบสำคัญที่จังหวัด เตรียมขยายผลไปยังอีก 24 อำเภอ”






