เชียงใหม่วอนภาครัฐทบทวน การรื้อฝายภูมิปัญญาในแม่น้ำปิง ชี้ไม่มีผลกระทบทำให้เกิดน้ำท่วม

21 ก.ย. 2568 - 08:56

  • ชาวเชียงใหม่ เรียกร้องหน่วยงานภาครัฐทบทวนการรื้อฝายโบราณในแม่น้ำปิง เชื่อไม่มีผลกระทบทำให้เกิดน้ำท่วม

  • ชี้ฝายโบราณ 3 ฝาย เป็นภูมิปัญญาที่มีความสำคัญกับกลุ่มผู้ใช้น้ำทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน

เชียงใหม่วอนภาครัฐทบทวน การรื้อฝายภูมิปัญญาในแม่น้ำปิง ชี้ไม่มีผลกระทบทำให้เกิดน้ำท่วม

จากกรณีที่จังหวัดเชียงใหม่ต้องเผชิญกับอุทกภัยใหญ่ถึง 2 ครั้งในปี 2567 ที่ผ่านมา ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางมาตรการป้องกันน้ำท่วมระยะเร่งด่วน ด้วยการขุดลอกแม่น้ำปิง โดยเสนอของบประมาณจากรัฐบาลในการประชุม ครม.สัญจร เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 จำนวน 171 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ต้องทำการรื้อฝายโบราณ 3 แห่งในน้ำปิงที่อยู่บริเวณเขตพื้นที่ตัวเมืองออก ซึ่งประกอบด้วย ฝายพญาคำ ฝายหนองผึ้ง และฝายท่าวังตาล เนื่องจากเป็นส่วนที่ขวางลำน้ำ ทำให้น้ำยกระดับสูงขึ้นมากกว่าปกติเมื่อเกิดเหตุน้ำท่วม  ล่าสุดมีการขุดลอกแม่น้ำปิงไปแล้วกว่าร้อยละ 70 และมีการ ปรับปรุงฝายโบราณไปแล้วบางส่วน

ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานมูลนิธิสืบสานล้านนา เปิดเผยว่า ฝายพญาคำที่มีอายุกว่า 100 ปี ที่เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมภูมิปัญญาในการจัดการน้ำของล้านนาตามกฎหมายมังรายศาสตร์ กำลังจะถูกรื้อทิ้ง โดยถูกมองเป็นจำเลยจากฐานวิชาการวิศวชลประทานสมัยใหม่ที่ละเลยคุณค่าวัฒนธรรมภูมิปัญญา ทำลาย ทำร้ายจิตวิญญาณของชาวล้านนา

Chiang Mai-asks-the-government-to-review-the-demolition-of-three-ancient-weirs-in-the-Ping River-SPACEBAR-Photo08.jpg

“ในฐานะที่ทำงานด้านการสืบสานวัฒนธรรมภูมิปัญญาที่เชียงใหม่มากว่า 30 ปี อยากให้เครือข่ายสืบสานภูมิปัญญาล้านนา นักอนุรักษ์วัฒนธรรม นักวิชาการด้านวัฒนธรรมล้านนา เครือข่ายเหมืองฝาย ช่วยกันปกป้องรักษาฝายพญาคำ อันเป็นสัญลักษณ์ภูมิปัญญาการจัดการน้ำของล้านนา ให้ยังคงมีคุณค่าในการสืบสานภูมิปัญญาสืบต่อไป”

ชัชวาลย์ กล่าวต่อว่า “ส่วนตัวเห็นด้วยว่าต้องแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองเชียงใหม่ แต่ต้องแก้ให้ตรงจุด เชื่อว่าแม้จะรื้อฝายออกน้ำก็ท่วมอยู่ดีเพราะแก้ไม่ตรงจุด โดยมีข้อเสนอแนะว่า เราควรร่วมกันออกแบบฝายพญาคำให้เหมาะสมกับปัจจุบัน และควรแก้สาเหตุที่แท้จริงของน้ำท่วมเชียงใหม่ โดยขยายลำน้ำปิงตรงสำนักงานตำรวจภาค 5 ให้กว้าง 90 เมตร ลดจำนวนต่อม่อ ปรับยกระดับสะพานตรงถนนมหิดลให้สูงขึ้น รื้อ หรือออกแบบประตูระบายน้ำท่าวังตาลใหม่ให้กว้างขึ้นจาก 66 เมตรในปัจจุบัน ให้กว้างเป็น 90 เมตร เพื่อให้น้ำปิงระบายได้สะดวกขึ้น”

Chiang Mai-asks-the-government-to-review-the-demolition-of-three-ancient-weirs-in-the-Ping River-SPACEBAR-Photo01-1.jpg
Chiang Mai-asks-the-government-to-review-the-demolition-of-three-ancient-weirs-in-the-Ping River-SPACEBAR-Photo02.jpg

ล่าสุด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีขอให้ทบทวนการรื้อฝายพญาคำ ฝายหนองผึ้ง และฝายท่าวังตาล จ.เชียงใหม่ แนะพิจารณาทางเลือกอื่นในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อกลุ่มผู้ใช้น้ำและมรดกทางวัฒนธรรม หลังลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

Chiang Mai-asks-the-government-to-review-the-demolition-of-three-ancient-weirs-in-the-Ping River-SPACEBAR-Photo09.jpg

วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหมืองฝายทั้ง 3 แห่ง รวมทั้งจัดประชุมรับฟังข้อเท็จจริง ความเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ตัวแทนผู้ร้องและกลุ่มผู้ใช้น้ำจากเหมืองฝายเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568

โดย กสม.เห็นว่า เหมืองฝายประกอบด้วยตัวฝายกับลำเหมืองสาขา เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรของชุมชนล้านนาในภาคเหนือตอนบน ซึ่งบริหารจัดการตามข้อตกลงของสมาชิกเพื่อกระจายน้ำอย่างเป็นธรรม ถือเป็นวิถีวัฒนธรรมและจารีตประเพณีของชุมชนที่ปฏิบัติสืบต่อมาถึงปัจจุบัน

Chiang Mai-asks-the-government-to-review-the-demolition-of-three-ancient-weirs-in-the-Ping River-SPACEBAR-Photo06.jpg
Chiang Mai-asks-the-government-to-review-the-demolition-of-three-ancient-weirs-in-the-Ping River-SPACEBAR-Photo04.jpg

โดยในปี 2558 การทำเหมืองฝายได้รับการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ แต่กลับไม่ได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟูเท่าที่ควร ซึ่งหลายภาคส่วนมีความเห็นว่า การรุกล้ำลำน้ำปิงในหลายพื้นที่เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากทำให้การระบายน้ำในช่วงฤดูฝนไม่มีประสิทธิภาพ จึงต้องเร่งแก้ปัญหาในเรื่องนี้

แต่การรื้อหรือปรับปรุงฝายทั้ง 3 แห่งที่มีอายุกว่า 700 ปี ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ และจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ความเชื่อ ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับเหมืองฝาย รวมถึงจะกระทบต่อประชาชนกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อเกษตรกรรมและอุปโภคบริโภคจากลำเหมืองสาขาใน 9 ตำบลของอำเภอเมืองเชียงใหม่ และอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน โดยยังไม่มีมาตรการรองรับผลกระทบดังกล่าวอย่างชัดเจน

วสันต์ กล่าวอีกว่า โครงการรื้อฝายดังกล่าวยังขาดการรับฟังความเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียอย่างทั่วถึงและเพียงพอ ขาดการเชื่อมโยงการจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อย่างเป็นระบบ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการรื้อหรือปรับปรุงฝายจะกระทบต่อการผันน้ำเข้าลำเหมืองสาขาไปใช้ในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งหน่วยงานของรัฐควรตรวจสอบสาเหตุของปัญหาน้ำท่วมอย่างรอบด้าน เพื่อนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน รวมถึงควรบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบผ่านการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว

Chiang Mai-asks-the-government-to-review-the-demolition-of-three-ancient-weirs-in-the-Ping River-SPACEBAR-Photo10.jpg

ด้าน รศ.ชูโชค อายุพงศ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กล่าวว่า ทำไมต้องปรับสภาพฝายหินทิ้งในแม่น้ำปิงเขตเมืองเชียงใหม่ ตามหลักวิชาการที่เป็นวิทยาศาสตร์ขอยืนยันว่า ฝายหินทิ้ง 3 แห่ง ในแม่น้ำปิงเขตเมืองเชียงใหม่ เป็นสิ่งกีดขวางทางน้ำทำให้น้ำยกระดับสูงกว่าปกติเป็นอย่างมาก และเป็นตัวเร่งการตกตะกอน

Chiang Mai-asks-the-government-to-review-the-demolition-of-three-ancient-weirs-in-the-Ping River-SPACEBAR-Photo03-1.jpg
Chiang Mai-asks-the-government-to-review-the-demolition-of-three-ancient-weirs-in-the-Ping River-SPACEBAR-Photo05.jpg

ฝายพญาคำดั้งเดิมเป็นฝายไม้ไผ่ มีการเสื่อมสภาพตามเวลาในรอบปี ต้องมีการซ่อมเสริมทุกปี ที่เรียกว่ากิจกรรมการตีฝาย และความเป็นฝายไม้ไผ่นี้เอง เมื่อน้ำหลาก ก็พังไปตามแรงน้ำ ทำให้ฝายไม่ได้เป็นสิ่งกีดขวางลำน้ำ แต่เมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา ฝายทั้ง 3 แห่งได้ถูกเปลี่ยนมาทำเป็นฝายถาวรโดยใช้หินทิ้ง ไม่เสื่อมสภาพตามรอบฤดูกาล ทำให้เกิดการกักตะกอนและระดับน้ำยกตัวสูงขึ้นด้านหน้าฝาย และไม่นับว่าเป็นฝายโบราณแบบดั้งเดิมและไม่ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

ตั้งแต่ปี 2556 ประตูระบายน้ำท่าวังตาลสร้างเสร็จ เพื่อทดแทนฝายหินทั้งสาม ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถทดน้ำเข้าปากเหมืองได้จริงจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแม้แต่ในฤดูแล้งยังสามารถทดน้ำให้มีระดับสูงกว่าระดับสันฝายหินทิ้งทั้งสามแห่งได้ โดยกลุ่มผู้ใช้น้ำรับทราบและใช้งานจริงตลอดมา กลุ่มผู้ใช้น้ำได้ลงนามใน MOU เห็นชอบให้รื้อฝายได้

“การรื้อฝายหินทิ้งทั้งสามเพื่อลดความรุนแรงของน้ำท่วม ไม่ได้สร้างผลกระทบด้านการใช้น้ำกับกลุ่มผู้ใช้ และยังช่วยประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมอีกนับแสนครัวเรือน รวมทั้งเป็นการคืนธรรมชาติให้แม่น้ำปิง ตะกอนในแม่น้ำจำนวนมากและฝายหินทิ้งเป็นสิ่งกีดขวางทางน้ำ ทำให้ระดับน้ำในช่วงน้ำหลากจะยกตัวสูงขึ้นกว่าปกติมาก ทำให้เกิดการเอ่อล้นตลิ่งเพิ่มขึ้นมากจนเกิดน้ำท่วม ซึ่งกิจกรรมการขุดลอกและปรับสภาพฝายต้องทำควบคู่กันถึงจะสามารถลดระดับน้ำท่วมลงได้ผลจริง”

รศ.ชูโชค กล่าวด้วยว่าจากการดำเนินการโครงการขุดลอกและได้ปรับสภาพฝายไปบางส่วนแล้ว พบว่าตอนเกิดพายุสองครั้งที่ผ่านมา มีมวลน้ำหลากเข้ามา ตรวจวัดค่าระดับน้ำในแม่น้ำปิงเขตเมืองลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับระดับน้ำก่อนทำโครงการ 

“มาตรการแก้ไขน้ำท่วมล้นตลิ่ง มีหลากหลายวิธีต้องทำผสมผสานกัน บางอย่างต้องใช้เวลานานทั้งในข้อกฎหมายและพื้นที่ แต่ความเดือนร้อนประชาชนรอไม่ได้ ดังนั้นการแก้ในระยะเร่งด่วนให้ตรงจุดจึงจำเป็นต้องทำการขุดลอกและปรับฝายก่อน ซึ่งช่วยลดความรุนแรงได้จริง”

Chiang Mai-asks-the-government-to-review-the-demolition-of-three-ancient-weirs-in-the-Ping River-SPACEBAR-Photo07.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์