เขื่อนเจ้าพระยาเอาปรับเพิ่มการระบายน้ำ เฉียด 2,000 ลบ.ม./วินาที เตือนลุ่มต่ำรับมือมวลน้ำทะลัก
กรมชลประทาน ประกาศปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาแบบเป็นขั้นเป็นตอน โดยทยอยเพิ่มอัตราการระบายน้ำจาก 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขึ้นไปแตะ 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ใกล้ระดับ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) เพื่อรองรับปริมาณน้ำสะสมจากพื้นที่ตอนบน พร้อมสั่งการระดมเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยทันที

เปิดสาเหตุต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ
วิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำล่าสุดว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักด้านเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสถานี C.2 จ.นครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 1,827 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และแม่น้ำสะแกกรัง บริเวณสถานี Ct.19 จ.อุทัยธานี มีปริมาณน้ำ 159 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับมีน้ำไหลสมทบจากพื้นที่ข้างเคียง ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยายังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทานจึงจำเป็นต้องปรับแผนบริหารจัดการน้ำท้ายเขื่อนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนตั้งแต่เวลา 09.00 น. และคงอัตราการระบายไว้ที่ 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

กำชับรับมือ 24 ชั่วโมง-ลดผลกระทบประชาชน
ด้าน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประชุมผ่านระบบ VDO Conference ร่วมกับ นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน ซึ่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ณ สำนักงานชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท โดยเน้นย้ำให้กรมชลประทานเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมปรับแผนกระจายน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก เพื่อลดปริมาณน้ำในลำน้ำสายหลัก เร่งกำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำ และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยล่วงหน้า

เร่งระบายน้ำขัง-ลงพื้นที่ตรวจจุดเสี่ยงชัยนาท
สำหรับพื้นที่ได้รับผลกระทบ สำนักงานชลประทานที่ 12 ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำแล้ว 56 เครื่อง เพื่อเดินเครื่องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง รวมถึงประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และแม่น้ำท่าจีน ให้เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น
ภายหลังการประชุม เดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์จริง ณ ประตูระบายน้ำมโนรมย์ และพื้นที่ประสบภัยใน ต.ศิลาดาน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เพื่อนำข้อมูลจริงในพื้นที่มาปรับแผนการระบายน้ำและเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด






