รถโดนน้ำท่วมทำอย่างไร น้ำท่วมถึงระดับไหนต้องเช็กอะไร และทำไมไม่ควรรีบสตาร์ทรถ

30 ก.ย. 2569 - 14:56

  • รถดับกลางน้ำหรือถูกน้ำท่วมสูงอย่าเพิ่งลองสตาร์ท เพราะหากน้ำเข้าเครื่องยนต์การสตาร์ทซ้ำอาจทำให้เครื่องเสียหายหนักกว่าเดิม

  • ระดับน้ำช่วยประเมินความเสียหายเบื้องต้นได้ ตั้งแต่เบรกและช่วงล่าง ไปจนถึงเซ็นเซอร์ ระบบไฟ ระบบส่งกำลัง และอุปกรณ์ภายในรถ

  • รถ EV และ Hybrid หากน้ำขึ้นสูงถึงระดับล้อหรือมากกว่านั้นต้องให้ความสำคัญกับการตรวจชุดแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าแรงดันสูงเป็นพิเศษ

รถโดนน้ำท่วมทำอย่างไร น้ำท่วมถึงระดับไหนต้องเช็กอะไร และทำไมไม่ควรรีบสตาร์ทรถ

หลังฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัดช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 หลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่ช่วงน้ำลดและการฟื้นฟู โดยเมื่อวันที่ 29 กันยายน กรุงเทพมหานครประกาศสิ้นสุดสถานการณ์สาธารณภัยแล้ว 21 เขต แต่ยังเหลืออีก 29 เขตที่ยังคงได้รับผลกระทบ ขณะที่ภาพรวมประเทศฝนเริ่มลดลง แม้บางพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมและน้ำสะสมต่อไป

เมื่อน้ำลดสิ่งที่เจ้าของรถจำนวนมากต้องกลับมาเผชิญคือ รถที่จอดแช่น้ำจะทำอย่างไรต่อ สิ่งแรกที่ไม่ควรทำโดยเฉพาะรถที่น้ำเข้าห้องโดยสาร น้ำถึงห้องเครื่อง หรือรถเคยดับกลางน้ำ คือการลองสตาร์ทดูว่ารถยังติดหรือไม่ เพราะถ้าน้ำเข้าไปถึงทางเดินอากาศหรือกระบอกสูบ การพยายามสตาร์ทอาจทำให้เกิดความเสียหายภายในเครื่องยนต์เนื่องจากน้ำไม่สามารถถูกอัดได้เหมือนอากาศ Ford Thailand จึงแนะนำว่าหากเครื่องยนต์ดับขณะขับผ่านน้ำ ไม่ควรพยายามสตาร์ทซ้ำ แต่ควรเรียกรถลากและให้ช่างตรวจสอบก่อน

น้ำท่วมถึงไหนต้องเช็กอะไรบ้าง?

เพจ ATV - Pirelli Authorized Distributor ได้แบ่งระดับความเสี่ยงของรถหลังถูกน้ำท่วมออกเป็น 4 ระดับ หากน้ำอยู่เพียง ระดับใต้ท้องรถ จุดหลักที่ควรตรวจคือระบบเบรกและช่วงล่างทั้งหมด แต่หากน้ำขึ้นมา ประมาณครึ่งล้อ ควรเพิ่มการตรวจพื้นและพรมภายในรถ เพราะรถแต่ละรุ่นมีความสูงจากพื้นและตำแหน่งช่องทางที่น้ำสามารถเข้าสู่รถแตกต่างกัน

หากน้ำขึ้นถึง ระดับเต็มล้อ ความเสียหายจะเริ่มครอบคลุมมากขึ้นทั้งระบบเบรก ช่วงล่าง เซ็นเซอร์ต่างๆ พื้นและพรม อุปกรณ์ภายในรถ ระบบไฟฟ้าสำคัญ รวมถึงระบบส่งกำลัง ส่วนรถ EV หรือ Hybrid ต้องเพิ่มการตรวจ แบตเตอรี่ เข้าไปด้วย และถ้าน้ำสูงถึง ระดับฝากระโปรง ถือว่าเป็นกรณีความเสี่ยงสูง เพราะทั้งระบบไฟ อุปกรณ์ภายใน เซ็นเซอร์ ระบบส่งกำลัง และส่วนประกอบจำนวนมากอาจถูกน้ำแล้ว

อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำเป็นเพียงตัวช่วยประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่เส้นตายว่าถึงจุดนี้แล้วอะไหล่ชิ้นใดจะเสียแน่นอน เพราะตำแหน่งช่องรับอากาศ กล่องควบคุม สายไฟ แบตเตอรี่ และความสูงของรถแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน รถที่น้ำสูงเท่ากันจึงอาจได้รับความเสียหายไม่เท่ากัน

รถน้ำมันต้องกลัวน้ำเข้าเครื่อง แต่รถ EV ก็ไม่ได้แปลว่าลุยได้สบาย

สำหรับรถเครื่องยนต์สันดาป สิ่งที่ต้องตรวจเป็นพิเศษเมื่อรถถูกน้ำสูงคือ กรองอากาศ ทางเดินอากาศ น้ำมันเครื่อง ระบบส่งกำลัง และระบบไฟฟ้า เพราะหากมีน้ำหลงเหลืออยู่การรีบสตาร์ทอาจทำให้เกิดความเสียหายหนักขึ้น ส่วนรถ EV และ Hybrid แม้ไม่มีเครื่องยนต์แบบรถน้ำมันแต่มีชุดแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าแรงดันสูงที่ต้องระวังแทน

NHTSA ระบุว่า รถ EV และ Hybrid ที่ผ่านน้ำท่วมอาจมีความเสี่ยงจาก ไฟฟ้าแรงดันสูง การลัดวงจร และไฟไหม้ หากสงสัยว่าแบตเตอรี่ได้รับความเสียหายควรติดต่อศูนย์บริการหรือผู้ผลิต และตรวจสอบวิธีลากรถตามคู่มือของแต่ละรุ่น ไม่ควรเข้าไปจัดการสายไฟหรือชุดแบตเตอรี่แรงดันสูงด้วยตัวเอง

หลังน้ำลดควรทำอะไรก่อน?

หากกลับไปพบรถหลังน้ำลดอย่าเพิ่งรีบทำความสะอาดหรือทดลองขับ ควร ถ่ายภาพสภาพรถและแนวคราบน้ำไว้ก่อน เพื่อให้เห็นว่าน้ำเคยขึ้นสูงแค่ไหน รวมถึงเก็บไว้ใช้ประกอบการแจ้งประกัน จากนั้นติดต่อบริษัทประกันและศูนย์บริการหรืออู่ที่เชื่อถือได้ หากรถถูกน้ำสูงควรใช้รถยกนำไปตรวจแทนการขับออกไปเอง โดยเฉพาะเมื่อไม่รู้ว่าน้ำเคยเข้าเครื่องยนต์ ระบบไฟ หรือระบบส่งกำลังหรือไม่

ท้ายที่สุดสิ่งที่ต้องจำคือ น้ำลดไม่ได้แปลว่ารถพร้อมขับ รถบางคันอาจสตาร์ทติดและดูเหมือนไม่มีปัญหา แต่ความชื้น ตะกอนและน้ำที่เข้าไปตามขั้วไฟ เซ็นเซอร์ หรืออุปกรณ์ต่างๆ อาจสร้างปัญหาตามมาในภายหลัง ดังนั้นก่อนกลับมาใช้รถอีกครั้งให้ดูว่า น้ำเคยขึ้นถึงไหนแล้วตรวจให้ถึงจุดที่น้ำเคยไปถึง จะปลอดภัยกว่าการเสี่ยงกดสตาร์ทเพื่อลองเพียงครั้งเดียว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์