11 กันยายน 2569 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อัปเดตการตรวจสอบน้ำมันปนเปื้อนในระบบระบายน้ำ บริเวณถนนเชื้อเพลิง ใต้จุดกลับรถสะพานพระราม 3 เขตรอยต่อคลองเตย–ยานนาวา ระบุว่า เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร กระทรวงพลังงาน ผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญ ยังคงเปิดหน้าดินและตัดแผ่นคอนกรีตตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อค้นหาต้นตอและแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด
แม้เมื่อคืนที่ผ่านมาจะมีฝนตกหนักนานประมาณ 2 ชั่วโมง แต่การขุดสำรวจยังดำเนินต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่เปิดผิวดินลึกประมาณ 2 เมตร ตามแนวท่อส่งน้ำมันใต้ดินขนาดประมาณ 14 นิ้ว

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในช่วงเช้าวันนี้ยังไม่พบตำแหน่งชำรุดหรือรอยรั่วบนตัวท่ออย่างชัดเจน พบเพียงคราบน้ำมัน กลิ่นน้ำมัน และน้ำที่มีน้ำมันเจือปนอยู่ในชั้นดินและระบบระบายน้ำ เจ้าหน้าที่จึงเตรียมขยายแนวขุดไปจนถึงบริเวณแนวรถไฟ เพื่อตรวจสอบจุดที่อาจเป็นต้นทางหรือเส้นทางการไหลของน้ำมัน
ก่อนหน้านี้ (10 กันยายน) กระทรวงพลังงานรายงานว่า การเปิดหน้าดินทำให้พบ “น้ำที่มีน้ำมันเจือปนไหลมาจากท่อระบายน้ำเก่า” ตรวจสอบพบว่า เป็นการพบช่องทางที่น้ำมันเข้าสู่ระบบระบายน้ำ ไม่ใช่การยืนยันว่า เจอรอยรั่วบนท่อส่งน้ำมันแล้ว เจ้าหน้าที่จึงต้องขุดตรวจจุดใกล้เคียงเพิ่มเติม

ข้อมูลจากการลงพื้นที่ยังพบว่า ท่อที่กำลังตรวจสอบเป็นท่อส่งน้ำมันแรงดันสูงประมาณ 40 บาร์ มีอายุใช้งานราว 32 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของระบบขนส่งน้ำมันจากพื้นที่ต้นทางไปยังคลังน้ำมันและพื้นที่ปลายทางหลายแห่ง รวมถึงสนามบินและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
แม้ผลตรวจเบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายของโครงสร้างท่ออย่างชัดเจน แต่เนื่องจากเป็นท่อต้นทางที่มีแรงดันและอัตราการไหลสูง การรั่วซึมเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้น้ำมันสะสมในชั้นดินหรือไหลตามแนวสาธารณูปโภคใต้ดินได้
กระทรวงพลังงานระบุว่า ปัจจัยที่อยู่ระหว่างตรวจสอบมีทั้งตำแหน่งท่อที่ลอดใต้แนวรถไฟ การปรับปรุงสวนสาธารณะ และงานก่อสร้างในพื้นที่โดยรอบ แต่ทั้งหมดเป็นเพียงสมมติฐาน ยังไม่ควรสรุปว่าเป็นสาเหตุจนกว่าจะพบตำแหน่งรั่วและมีผลตรวจทางวิศวกรรมยืนยัน
ในด้านความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ฉีดโฟมคลุมบริเวณที่พบคราบน้ำมันเพื่อลดการระเหยและความเสี่ยงจากการติดไฟ พร้อมตรวจวัดค่าความเข้มข้นของไอระเหยเทียบกับค่าขีดจำกัดล่างของการติดไฟ หรือ LEL ทุก 1 ชั่วโมง
พื้นที่ปฏิบัติงานถูกกำหนดเป็นเขตควบคุม ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ และห้ามสูบบุหรี่ ใช้เปลวไฟ หรือดำเนินกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟโดยเด็ดขาด ขณะเดียวกันได้ย้ายศูนย์บัญชาการออกห่างจากแนวท่อเพื่อเพิ่มระยะปลอดภัย


แม้ผู้ว่าฯ กทม.ประเมินว่าสถานการณ์โดยรวมยังอยู่ภายใต้การควบคุม แต่การพบผลิตภัณฑ์น้ำมันในพื้นที่อับอย่างท่อระบายน้ำ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง เพราะไอระเหยอาจเคลื่อนตัวและสะสมในบ่อพักหรือพื้นที่ต่ำได้ และเนื่องจากการค้นหาต้นเหตุต้องใช้เครื่องจักรหนักและเครื่องตัดคอนกรีตตลอด 24 ชั่วโมง สำนักงานเขตคลองเตยจึงสำรวจและประสานประชาชนรอบพื้นที่ เพื่อจัดที่พักชั่วคราวให้ผู้ได้รับผลกระทบจากเสียงดังและการปฏิบัติงานในช่วงกลางคืน
พื้นที่ใกล้จุดปฏิบัติการ มีอาคารพาณิชย์ 10 คูหา รวม 31 ครัวเรือน ประชาชน 93 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุ 4 รายและเด็ก 2 ราย ผลการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ประสงค์ย้ายไปพักชั่วคราว 8 ราย อยู่ระหว่างตัดสินใจ 10 ราย ไม่ประสงค์ย้าย 75 ราย
บริษัทผู้ประกอบการท่อส่งน้ำมัน ระบุว่า จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของประชาชนที่ย้ายไปพักชั่วคราวทั้งหมด ส่วนเจ้าหน้าที่เทศกิจจากเขตคลองเตยและเขตยานนาวายังคงประจำพื้นที่และเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
ชัชชาติ ยืนยันว่า กรุงเทพมหานครจะปฏิบัติงานร่วมกับกระทรวงพลังงาน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปจนกว่าจะพบต้นเหตุ หยุดการรั่วซึม และจัดการน้ำมันที่ตกค้างในระบบระบายน้ำอย่างปลอดภัย
“สถานการณ์ภาพรวมยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และ กทม.จะจัดทีมปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น”





