‘ยธ.’ ยันโรงกลั่นไม่เกี่ยว! ปมน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ‘ตร.’ ชี้พิรุธกักตุน-ลอบขายช่วงวิกฤติ

3 เม.ย. 2569 - 14:15

  • ‘รมว.ยุติธรรม’ แฉพิรุธ “น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร” สั่ง ‘ดีเอสไอ’ รับคดีพิเศษ

  • ย้ำ ‘โรงกลั่น’ ไม่เกี่ยว–ตั้งวอร์รูมคุมเข้มทุกขั้นตอน

  • ตร.ขยายผลกักตุน–ลอบขน ส่งออกน้ำมันทั้งบกและทะเล

‘ยธ.’ ยันโรงกลั่นไม่เกี่ยว! ปมน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ‘ตร.’ ชี้พิรุธกักตุน-ลอบขายช่วงวิกฤติ

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ แถลง ณ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล ว่า จากนโยบายนายกรัฐมนตรีมอบให้กระทรวงยุติธรรมทำการตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ

  1. ดำเนินการจากปลายทางคือสถานีน้ำมันหรือปั๊มน้ำมัน โดยมอบให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรมการปกครอง เข้าไปทำการตรวจสอบต่อเนื่องมาถึงต้นทางคือคลังน้ำมัน
  2. มอบกรมการสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำการตรวจสอบจากต้นทาง คือ ตั้งแต่โรงกลั่นมาคลังน้ำมัน เมื่อเอาข้อมูลมาชนกัน

ซึ่งที่ผ่านมาผลการดำเนินการในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พบการกระทำผิดและมีการจับกุมจำนวนหลายราย เช่น ในส่วนของพื้นที่ จ.อ่างทอง, อ.แม่สอด จ.ตาก และ จ.นครสวรรค์ และตรวจพบการกระทำความผิดในการกักตุนน้ำมันของผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา 10

ในส่วนของการตรวจสอบทางต้นทาง ขอยกเคสการดำเนินการที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจากการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางมีเรือขนบรรทุกน้ำมันออกจากคลังน้ำมัน เดินทางไปที่คลังน้ำมัน 6 แห่ง ใน จ.สุราษฎร์ธานี จำนวนทั้งสิ้น 96 เที่ยว มีน้ำมันออกจากคลังน้ำมันจำนวนทั้งสิ้น 217 ล้านลิตร ระหว่างเดินทางก็มีน้ำมันหายไปบางส่วน มีน้ำมันถึงปลายทางในคลังของ จ.สุราษฎร์ธานี จำนวนทั้งสิ้น 160 ล้านลิตร ซึ่งหายไปจำนวนทั้งสิ้น 57 ล้านลิตร นี่คือในส่วนของข้อมูลทางทะเล

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์

รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า การดำเนินการในเรื่องของคดีต่างๆ เราจะดำเนินการเป็นรูปแบบเดียวกัน เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยเราจะเอาเคส จ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินการเกี่ยวกับการขนถ่ายทางทะเล ในมาตรการต่างๆ โดยเอกสารต่างๆ เราได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทั้งหมดแล้วเกี่ยวกับเรื่องตั้งแต่ น.ม.9 แบบรายงานการจ่ายน้ำมันภายในประเทศ (สถานีต้นทาง) น.ม.10 เป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ การคงคลังเกินเวลาจำเป็น การเดินทางเกินเวลาที่จำเป็น

ในส่วนนี้ก็จะให้ทางดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ แล้วก็ดำเนินการ จะมีการเรียกมาสอบปากคำ หากพบการกระทำผิดก็จะแจ้งข้อหาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยจะมีชุดป้องกันการกักตุนน้ำมัน และหลังจากนี้จะตั้งวอร์รูมที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และจะรายงานข้อมูลในเรื่องของปริมาณน้ำมันทุกระบบ ทุกขั้นตอน ตั้งแต่กรมศุลกากร ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบ ประเทศไทยสามารถผลิตเองได้จำนวนเท่าไหร่ เป็นตัวเลขที่เราจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า โรงกลั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมันใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า “ในส่วนโรงกลั่น ได้เข้าทำการตรวจสอบทั้งระบบเอกสารและพิสูจน์ทราบภายในถังน้ำมัน ยืนยันว่าโรงกลั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกักตุนน้ำมัน จะมีน้ำมันเหลือคงถังเพียงแค่ที่เขาไม่สามารถดึงมาจำหน่ายได้เท่านั้นเอง”

ส่วนเมื่อถามอีกว่า เรือน้ำมันที่พบเวลาเดินทางเกินปกติ สามารถเข้าไปยึดหรืออายัดน้ำมันไว้ได้หรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า “ตรวจสอบแล้วน้ำมันก็อยู่ที่คลังแล้ว ในการเดินทางเรายังไม่สามารถไปยึดได้ เพราะไม่ได้กระทำผิดยังไง นอกจากว่าเป็นในส่วนที่เราดำเนินคดีในพื้นที่ จ.อ่างทอง อ.แม่สอด จ.นครสวรรค์”

ตร.เปิดข้อมูลคลังน้ำมันต้องสงสัย พบพิรุธจ่ายน้ำมันลดลงช่วงวิกฤติขาดแคลน โยงกักตุน-ลอบขายนอกระบบ ทั้งบกและทะเล

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปนม.ตร.) กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายดูเรื่องสถานีบริการต่างๆ ในวิกฤติน้ำมันขาดแคลน โดยในช่วงที่เกิดเหตุวิกฤติ จากการสุ่มสถานีบริการที่มีการปิดตัวลง เรามีการย้อนลงไปว่ามีคลังน้ำมันไหนบ้างที่ทำหน้าที่ในการส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการต่างๆ พบว่า มีสถานีบริการทั้งหมด 27 แห่ง 12 จ็อบเบอร์ ที่ทำหน้าที่ส่งไปยังสถานีบริการน้ำมันที่ปิดตัวลง

จากจำนวน 39 แห่ง ที่ตรวจสอบทั้งหมด พบว่ามี 6 แห่งที่น่าสงสัย และเชื่อว่ามีการกักตุนน้ำมัน และมีการจับกุมเพิ่มเติมในการขนส่ง

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร

พล.ต.อ.ธัชชัย เผยด้วยว่า ตัวอย่างที่น่าเชื่อว่ามีการกักตุน ประเด็นแรก การที่มีน้ำมันในคลังแต่จ่ายน้อยลง เราพบว่าบางคลัง ปกติในเดือน ก.พ. จะดำเนินการจ่ายน้ำมันอยู่ 18 ล้านลิตร แต่เดือน มี.ค. พบจ่ายลดลงเหลือแค่ 11 ล้านลิตร ซึ่งที่ผ่านมาโรงกลั่นได้มีการส่งน้ำมัน และการกลั่นน้ำมัน 100% ไม่มีการขาดในตลาด แต่พอไปถึงคลังมีการจ่ายผิดปกติ ลักษณะเก็งกำไร

มีคลังหนึ่งทางภาคเหนือปกติจ่ายน้ำมัน 2 ล้านกว่าลิตรต่อวัน แต่ช่วงวิกฤติพบจ่ายอยู่แค่ประมาณ 1.2 ล้านลิตร เราจึงตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ในภาคเหนือตอนล่าง พบว่ามีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำมันอย่างมาก จึงน่าเชื่อว่ามีส่วนในการกักตุน

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร

อีกส่วนพบว่าบางคลังไม่มีน้ำมันประมาณ 4 แห่งที่ไม่มีน้ำมัน และถูกลดโควตาลง ขณะที่โรงกลั่นมีการส่งน้ำมันอย่างเต็มที่ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม อาจเป็นการนำน้ำมันไปไว้ที่อื่นหรือมีประเด็นอื่น อย่างไรเรากำลังตรวจสอบ ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ทำให้คลังน้ำมันไม่มีน้ำมันจ่ายมา ในขณะที่โรงกลั่นมีการจ่ายน้ำมันมา

เราตรวจสอบพบจับกุมสถานีบริการน้ำมัน ใช้วิธีการสั่งน้ำมันแต่ไม่ลงน้ำมัน กลับข้ามไปจำหน่ายบริเวณภายนอก ซึ่งได้ราคามากกว่าหน้าปั๊ม 10 บาท เช่น ส่งให้ภาคอุตสาหกรรมหรือภาคเกษตรกรรม โดยไม่จำหน่ายหน้าปั๊ม ซึ่งเรามีการจับกุมเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วงวิกฤติ พบว่ามีสถานีบริการน้ำมันได้สั่งน้ำมันไปลงที่ลาดกระบัง แต่แท้จริงไปลงที่นครสวรรค์ และพบว่ามีการกักตุนน้ำมันบริเวณหลังปั๊ม ซึ่งเชื่อว่ามีพฤติกรรมแบบนี้อยู่หลายที่ ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผล ส่วนเรื่องการส่งออกมีการลักลอบส่งออกที่ อ.แม่สอด มีการลักลอบใช้รถบรรทุกน้ำมันจำนวน 40,000 ลิตร ตรงนี้เป็นอีกหนึ่งที่เราตรวจพบ และจะมีการขยายผลเรื่องการลักลอบส่งออก

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร

ส่วนเรื่องเรือประมงที่มีการลงใน TikTok ของชาวกัมพูชานั้น พล.ต.อ.ธัชชัย ชี้แจงว่า “ตรวจสอบพบว่าเรือดังกล่าวเป็นเรือของคนไทย ซึ่งคนใน TikTok เชื่อว่าเป็นคนไทยมีลูกเรือ 6 คน ซึ่งเรือดังกล่าวเป็นเรือที่สวมทะเบียนชื่อโชคชลกร ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าของเรือ และติดตามเจ้าของเรือมาตรวจสอบเพิ่มเติมว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีการเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายน้ำมันกลางทะเลหรือไม่ โดยอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์