ผู้สื่อข่าวรายงานปฏิบัติการสนธิกำลังตรวจค้นเครือข่าย “Black Mirror TKP” ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กับตำรวจกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 (บก.ปส.2) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2 ได้สืบสวนขยายผลกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับเครือข่ายนักค้ายาเสพติด จนสามารถออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องได้จำนวน 7 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน โดยโอน หรือรับโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะ หรือหลังการกระทำความผิดมิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลงในความผิดมูลฐาน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดฐานฟอกเงินและได้กระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน”
จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่าย “Black Mirror TKP” จำนวน 22 เป้าหมาย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี, จังหวัดลพบุรี และจังหวัดตรัง โดยบูรณาการสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากการบูรณาการสนธิกำลังเข้าปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นดังกล่าว หนึ่งในจุดที่เข้าตรวจค้น คือบริเวณบ้านหรูในพื้นที่แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้
โดยในจำนวนนี้มีผู้ต้องหาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ของพรรคประชาชน อยู่ด้วย
จากการตรวจค้นยังสามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่เชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด อาทิ รถยนต์หรู รถจักรยานยนต์ เงินสดมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ชุดเครื่องเพชร นาฬิกา อาวุธปืนสั้น 11 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง อาวุธปืนยาว 5 กระบอก และตุ๊กตาหรูหลายรายการ โดยหลังจากนี้ สำนักงาน ปปง. จะได้ประสานข้อมูลกับกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 (บก.ปส.2) และสำนักงาน ป.ป.ส. เร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อดำเนินการกับทรัพย์สินดังกล่าวตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกัน พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ในฐานะผู้รับผิดชอบแคมเปญเลือกตั้งกรุงเทพฯ ได้แถลงขอโทษประชาชน ภายหลังมีข่าว บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส.เขต 33 บางพลัด-บางกอกน้อย (ยกเว้นแขวงศิริราช) ถูกจับกุมในคดีฟอกเงินเชื่อมโยงเครือข่ายดังกล่าว พร้อมยืนยันเปลี่ยนตัวผู้สมัครฯ แน่นอน และย้ำถึงแนวทาง “มีส้มไม่มีเทา” ไม่มีการปกป้องใครแม้เป็นผู้สมัครฯ ของตัวเอง
อ่านเพิ่มเติม: ยันคำเดิม ‘มีส้มไม่มีเทา’? ‘ปชน.’ ขอโทษปมผู้สมัครฯ กทม.โดนจับ ‘ฟอกเงิน’






