“พระที่นั่งพิมานรัตยา” บทบาทที่เปลี่ยนผ่านไปตามยุคสมัย กับบันทึกหน้าใหม่แห่งราชสำนักไทย

12 มิ.ย. 2569 - 14:14

  • พระที่นั่งพิมานรัตยา เป็นพระที่นั่งก่ออิฐถือปูนทรงไทย ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง

  • เดิมเป็นพระวิมานที่ประทับ แต่ในหน้าประวัติศาสตร์ปัจจุบัน พระที่นั่งองค์นี้ได้เปลี่ยนผ่านบทบาทมาเป็นสถานที่สำคัญสูงสุดในราชประเพณี สำหรับการประดิษฐานและสรงน้ำพระศพเจ้านายชั้นสูง

“พระที่นั่งพิมานรัตยา” บทบาทที่เปลี่ยนผ่านไปตามยุคสมัย กับบันทึกหน้าใหม่แห่งราชสำนักไทย

“พระที่นั่งพิมานรัตยา” กับบันทึกหน้าใหม่แห่งราชสำนักไทย

เบื้องหลังสถาปัตยกรรมอันวิจิตรตระการตาภายในพระบรมมหาราชวัง ทุกพื้นที่ล้วนมี “เรื่องราว” และ “พลวัต” ที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย หนึ่งในสถานที่ที่มีความสำคัญและถูกพูดถึงอย่างมากในหน้าประวัติศาสตร์ยุคปัจจุบันคือ “พระที่นั่งพิมานรัตยา”

แม้คนรุ่นใหม่อาจจะคุ้นเคยกับชื่อนี้ผ่านการถ่ายทอดสดพระราชพิธีสำคัญ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ตลอดระยะเวลากว่า 200 ปีที่ผ่านมา อาคารแห่งนี้มีวิวัฒนาการและบทบาทที่เปลี่ยนผ่านจาก “ที่ประทับส่วนพระองค์” มาสู่ “พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์” และล่าสุดกับเหตุการณ์สำคัญที่ถือเป็น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

Phiman Rattaya-Throne Hall-and-a-new-chapter-SPACEBAR-Photo07.jpg

จุดกำเนิดจากสายฟ้า สู่สถาปัตยกรรมชิ้นเอก

ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 1 (ปี พ.ศ. 2332 ) ได้เกิดเหตุฟ้าผ่าบริเวณ “พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท” จนเกิดเพลิงไหม้เสียหายอย่างหนัก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระมหาปราสาทองค์ใหม่ขึ้นทดแทน (ซึ่งต่อมาคือ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท)

ในการสร้างครั้งนั้น ได้มีการปรับผังใหม่และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอาคารเชื่อมต่อออกไปทางด้านหลัง เพื่อให้มีความลึกทัดเทียมกับปราสาทองค์เดิมในสมัยอยุธยา อาคารที่สร้างขึ้นใหม่นี้ได้รับพระราชทานนามว่า "พระที่นั่งพิมานรัตยา"

ความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม

อาคารก่ออิฐถือปูนทาสีขาว ยกพื้นสูง สง่างาม เชื่อมต่อกับพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้วยโถงทางเดินยาวที่เรียกว่า "มุขกระสัน" งานหลังคาทรงไทยมุงกระเบื้องเคลือบสี ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ครบถ้วนตามแบบฉบับงานช่างหลวงชั้นสูง

Phiman Rattaya-Throne Hall-and-a-new-chapter-SPACEBAR-Photo08.jpg

วิวัฒนาการและการใช้งานข้ามศตวรรษ

บทบาทของพระที่นั่งพิมานรัตยาไม่ได้หยุดนิ่งแค่การเป็นอาคารประกอบ แต่มีการใช้งานที่หลากหลายและสำคัญในแต่ละรัชสมัย ดังนี้

ยุคต้นรัตนโกสินทร์ (ที่ประทับส่วนพระองค์): ในอดีตเคยถูกใช้เป็น “พระวิมานที่บรรทม” (ห้องนอน) ของพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ ๓ พระองค์เคยเสด็จมาประทับที่นี่นานนับปี ระหว่างรอการบูรณะหมู่พระมหามณเฑียร

สมัยรัชกาลที่ 6 (พื้นที่แห่งเกียรติยศ) ปรับบทบาทเป็นสถานที่จัดงานมหาสมาคม สำหรับฝ่ายใน (พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพารหญิง) เพื่อเข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

จุดเปลี่ยนในสมัยรัชกาลที่ 8(พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งการส่งเสด็จ): ภายหลังการเสด็จสวรรคตของรัชกาลที่ 8 พระที่นั่งองค์นี้ได้ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับประกอบ “พระราชพิธีสรงพระบรมศพ” (พิธีอาบน้ำศพ) และนับแต่นั้นเป็นต้นมา ธรรมเนียมนี้ก็ถูกยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาสำหรับพระมหากษัตริย์และเจ้านายชั้นสูงทุกพระองค์

Phiman Rattaya-Throne Hall-and-a-new-chapter-SPACEBAR-Photo09.jpg

บันทึกหน้าใหม่: ครั้งแรกกับการ “ประดิษฐานพระศพ”

ความเข้าใจผิดที่หลายคนมักสับสนคือ พระที่นั่งองค์นี้เป็นที่ตั้งศพมาโดยตลอด ซึ่งในความเป็นจริง ตามโบราณราชประเพณี พระที่นั่งพิมานรัตยาถูกใช้เป็นเพียงสถานที่ "สรงพระศพ" เท่านั้น เมื่อประกอบพิธีเสร็จสิ้น จะมีการเชิญพระโกศไป "ประดิษฐาน" (ตั้งไว้เพื่อประกอบการบำเพ็ญพระราชกุศล) ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท หรือสถานที่อื่นๆ ตามแต่พระเกียรติยศ

จนกระทั่งเกิดวาระความสูญเสียครั้งสำคัญของชาติ...

ในการประกอบพระราชพิธีเกี่ยวกับพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ภายหลังจากการเสร็จสิ้นพระราชพิธีสรงพระศพแล้ว ได้มีการเชิญพระโกศ ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

เหตุการณ์นี้จึงนับเป็น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์กว่า 200 ปี ที่พระที่นั่งพิมานรัตยาถูกเปลี่ยนสถานะจากสถานที่สรงพระศพ มาเป็นสถานที่สำหรับ "ประดิษฐานพระศพ" ของเจ้านายชั้นสูง ถือเป็นการจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับราชสำนักไทย และต่อลมหายใจแห่งเรื่องราวให้กับสถาปัตยกรรมสำคัญองค์นี้ ให้ยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจและพื้นที่แห่งความทรงจำของคนไทยยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง

Phiman Rattaya-Throne Hall-and-a-new-chapter-SPACEBAR-Photo10.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์