เด็กก้าวร้าวต้องตบปาก! ‘ผู้การแต้ม’ โต้ ‘โรม’ ปมเชิญประธานสภาฯ แจงหนังสือเวียน ซัดเล่นการเมืองเกินเหตุ

4 พ.ย. 2569 - 17:49

  • ‘ผู้การแต้ม’ สวน ‘รังสิมันต์ โรม’ ปมเตรียมเชิญ ‘โสภณ’ แจง “หนังสือเวียน” ชี้เล่นการเมืองเกินไป

  • ย้ำต้นเรื่องอยู่ที่เลขาธิการสภาฯ ไม่ใช่ประธานสภาฯ พร้อมตั้งคำถามจะเชิญไปชี้แจงเรื่องอะไร

  • ติงวาทกรรม “ขี้ข้ารับใช้นาย” ลั่นถ้าเป็นลูกหลานจะตบปาก เชื่อประธานสภาฯ ใช้กฎหมายดำเนินการ หากปรึกษาพร้อมแนะให้ฟ้อง

เด็กก้าวร้าวต้องตบปาก! ‘ผู้การแต้ม’ โต้ ‘โรม’ ปมเชิญประธานสภาฯ แจงหนังสือเวียน ซัดเล่นการเมืองเกินเหตุ

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเชิญ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เข้าชี้แจงกรณีส่งหนังสือเวียนถึงประธาน กมธ.ทั้ง 35 คณะ โดยมองว่าเป็นการเล่นการเมืองเกินไป และไม่สร้างสรรค์ เนื่องจากต้นเรื่องที่แท้จริงอยู่ที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผู้จัดทำหนังสือเวียนดังกล่าว

ชี้ต้นเรื่องอยู่ที่เลขาธิการสภาฯ ไม่เกี่ยวประธานสภาฯ

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวมีการประชุมหารือกันแล้ว โดยเห็นว่าควรดำเนินการสอบถามไปยังเลขาธิการสภาฯ ซึ่งเป็นผู้จัดทำหนังสือเวียน เพื่อพิจารณาว่าขั้นตอนการเชิญหน่วยงานหรือบุคคลเข้าชี้แจงต่อ กมธ. จำเป็นต้องมีมติจากที่ประชุม กมธ. ก่อนหรือไม่

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมประธาน กมธ.ทั้ง 35 คณะ มีมติให้เลขาธิการสภาฯ ไปศึกษาแนวทางด้านกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง จึงถือว่าเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับประธานสภาฯ

พล.ต.ต.วิชัย มองว่า การที่ กมธ.ออกมาแถลงข่าวและเตรียมเชิญประธานสภาฯ เข้าชี้แจง เป็นการเล่นการเมืองเกินไป พร้อมตั้งคำถามว่า การเชิญประธานสภาฯ ไปชี้แจงถือเป็นเกียรติมากใช่หรือไม่ และหากประธานสภาฯ ติดภารกิจราชการจนไม่สามารถไปชี้แจงได้ จะถูกมองว่าไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่

ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า โสภณยืนยันจะไม่ไปชี้แจงนั้น พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของประธานสภาฯ ที่จะตัดสินใจเอง แต่เมื่อประเด็นต้นเรื่องมาจากเลขาธิการสภาฯ ก็ต้องตั้งคำถามว่าจะให้ประธานสภาฯ ไปชี้แจงเรื่องอะไร

ย้ำประชาธิปไตยต้องเจรจา หากไม่ได้ให้ลงมติ

เมื่อถามว่าควรพูดคุยกันเป็นการภายในก่อนหรือไม่ พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ประธานสภาฯ เคยพูดหลายครั้งแล้วว่า หัวใจของประชาธิปไตยคือการเจรจา หากเจรจากันไม่ได้ก็ให้ใช้วิธีลงมติ และเมื่อมีมติแล้วก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย

ดังนั้น การแสดงความคิดเห็นหรือกล่าวหาใด ๆ ต้องพิจารณาถึงต้นเหตุและข้อเท็จจริงของเรื่อง ไม่ใช่มีประเด็นอะไรก็กล่าวหาประธานสภาฯ โดยส่วนตัวในฐานะที่ปรึกษาประธานสภาฯ ยอมรับว่าไม่สบายใจกับการออกมาแถลงข่าวในลักษณะดังกล่าว

ถามกลับฝ่ายค้านกล่าวหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ต้องรับผิดชอบหรือไม่

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านอาจยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบว่าประธานสภาฯ เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น พล.ต.ต.วิชัย ย้อนถามผู็ส่อข่าวว่า “ละเว้นไหมล่ะ?” พร้อมระบุว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผู้ที่กล่าวหาจะรับผิดชอบหรือไม่

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า หากตัวเองเป็นผู้ที่ดำเนินการอย่างถูกต้อง ก็พร้อมตอบโต้ทุกอย่าง

ติงวาทกรรม “ขี้ข้ารับใช้นาย” ดูหมิ่นผู้ใหญ่ ชี้ สส.ต้องมีวุฒิภาวะ

สำหรับกรณีที่มีการใช้วาทกรรมเปรียบเปรยว่าประธานสภาฯ เป็น “ขี้ข้ารับใช้นาย” เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2569 พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ไม่ทราบว่าถ้อยคำดังกล่าวมาจากใคร แต่ตั้งคำถามถึงวุฒิภาวะของผู้พูด โดยมองว่า สส.เป็นผู้ทรงเกียรติ มีทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิ จึงควรระมัดระวังการใช้ถ้อยคำ เพราะเยาวชนที่ได้ยินอาจได้รับผลกระทบ

“คำว่า ‘ขี้ข้า’ เป็นการดูถูกและหมิ่นประมาทอย่างแรง ถ้าเป็นโบราณสมัยก่อน การพูดไม่เคารพผู้ใหญ่แบบนี้ ใช้ไม่ได้ ต้องลงโทษ เวลาประธานดำเนินการอะไรเรื่องกฎหมาย คุณกล่าวหาว่าผู้หลักผู้ใหญ่รังแกเด็ก แต่ความจริงแล้วเด็กก้าวร้าวมากกว่า ถ้าเป็นสมัยก่อน เป็นลูกเป็นหลานก็ต้องตบปาก”

เชื่อ ‘โสภณ’ ใช้กฎหมายดำเนินการ แต่ไม่ทราบจะฟ้องกลับหรือไม่

เมื่อถามว่า โสภณได้ปรึกษาเรื่องการฟ้องกลับหรือไม่ พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ในฐานะประธานสภาฯ ก็ต้องใช้กฎหมาย เพราะบ้านเมืองจะสงบได้ต้องจบด้วยกฎหมาย จึงเชื่อว่าโสภณจะดำเนินการตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบว่าโสภณจะตัดสินใจฟ้องกลับหรือไม่ แต่หากมาปรึกษาตน ก็จะแนะนำให้ดำเนินการฟ้องร้อง

ส่วนกรณีที่มองว่าการเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน นอกจากเป็นการดิสเครดิตแล้ว ยังอาจเป็นการปูทางไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น พล.ต.ต.วิชัย ตอบเพียงว่า “ไม่ทราบ ไม่รู้ใจเขา”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์