ศาลฯ สั่งจำคุก ‘วัชรพล-สุภา’ 3 ปี คดีปกปิดสำนวนสอบ ‘นาฬิกาหรูบิ๊กป้อม’

27 พ.ค. 2569 - 12:48

  • ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 สั่งจำคุก 3 ปี 2 กรรมการ ป.ป.ช. ผิด ม.157

  • ปมจงใจฝ่าฝืนคำสั่งศาล ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลคดีนาฬิกาหรู ‘พล.อ.ประวิตร’

ศาลฯ สั่งจำคุก ‘วัชรพล-สุภา’ 3 ปี คดีปกปิดสำนวนสอบ ‘นาฬิกาหรูบิ๊กป้อม’

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 เผยแพร่ผลการอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท95/2567 และคดีหมายเลขแดงที่ อท60/2569 ในวันนี้ (27 พฤษภาคม) โดยมี วีระ สมความคิด นักสิทธิมนุษยชนและประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นิวัติไชย เกษมมงคล ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นจำเลยที่ 1 พร้อมด้วยกลุ่มคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งสิ้น 12 คน ในข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

คดีนี้สืบเนื่องจากความพยายามของวีระ สมความคิด ในการขอเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของทางราชการ เพื่อตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช. ในกรณีการไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะประเด็นที่ไม่ได้แสดงรายการครอบครองนาฬิกาข้อมือราคาแพงและแหวนประดับมีค่าจำนวนหลายรายการ

โจทก์ได้ฟ้องร้องว่า ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม 2562 ถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 กลุ่มจำเลยทั้ง 12 คน ได้ร่วมกันกระทำความผิดหลายกรรมต่างวาระ ด้วยการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพิกเฉยไม่ยอมส่งมอบข้อมูลข่าวสารจำนวน 3 รายการตามที่โจทก์ร้องขอ

สำหรับข้อมูลสำคัญ 3 รายการ ประกอบด้วย รายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนที่รับผิดชอบ และรายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

แม้คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคมฯ มีคำวินิจฉัยให้ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่โจทก์แล้ว แต่กลุ่มจำเลยกลับฝ่าฝืนคำวินิจฉัย รวมถึงฝ่าฝืนคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่สั่งให้เปิดเผยข้อมูลทั้ง 3 รายการ

ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มจำเลยยังฝ่าฝืนคำบังคับของศาลปกครองกลางที่กำหนดขีดเส้นตายให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดให้ครบถ้วนภายในวันที่ 11 สิงหาคม 2566 จนเป็นเหตุให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งปรับสำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. รายละ 5,000 บาท

โจทก์ระบุในคำฟ้องว่า การกระทำของจำเลยทั้ง 12 เป็นการสมคบกันปกปิดความจริงอย่างชัดเจน แม้ในเวลาต่อมา จำเลยที่ 1 จะมีหนังสือด่วนที่สุดแจ้งให้โจทก์ไปรับเอกสารตามคำบังคับของศาล แต่กลับส่งมอบเอกสารให้ไม่ครบถ้วน มีการคาดสีดำทับตัวอักษรและปกปิดข้อความหลายส่วน โจทก์จึงมองว่าเป็นการร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83

ในกระบวนการพิจารณาคดี ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4 เนื่องจากจำเลยมีอายุครบ 70 ปีและพ้นวาระการดำรงตำแหน่งไปก่อนเกิดเหตุ ซึ่งศาลอนุญาต

ต่อมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยที่ 3, 7, 8 และ 11 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ลงมติไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดนั้น มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จึงสั่งประทับฟ้องจำเลยทั้งสี่คนไว้พิจารณา และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1, 2, 5, 6, 9, 10 และ 12

ต่อมาในระหว่างการพิจารณา โจทก์ได้ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 8 และ 11 ซึ่งศาลได้อนุญาต แต่ในชั้นสืบพยาน โจทก์ได้ยื่นขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 และ 7 เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องขอถอนฟ้องดังกล่าว โดยให้เหตุผลตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 7 เมษายน 2569 ว่า การที่โจทก์ขอถอนฟ้องนั้นไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ และอาจเกิดความเสียหายที่มีผลกระทบต่อรัฐเป็นสำคัญ

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษาชี้ว่า วีระ โจทก์ในคดีนี้ เป็นนักสิทธิมนุษยชนที่มีหน้าที่ช่วยเหลือราชการต้านภัยคอร์รัปชั่น การขอข้อมูลข่าวสารจาก ป.ป.ช. ล้วนเป็นไปเพื่อตรวจสอบการทุจริต โดยเฉพาะเมื่อศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้โจทก์มีสิทธิได้รับเอกสาร โจทก์จึงถือเป็นผู้เสียหายโดยตรงและเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้อย่างถูกต้อง

ศาลพิจารณาพฤติการณ์แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 7 เป็นความผิดตามฟ้องจริง โดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อมิให้โจทก์ได้รับข้อมูลข่าวสารทั้ง 3 รายการตั้งแต่ต้น จึงถือเป็นการกระทำกรรมเดียว

ท้ายที่สุด ศาลจึงมีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 โดยให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี

สำหรับคดีนี้ จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 12 คน ได้แก่

1. นิวัติไชย เกษมมงคล อดีตเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

2. วรวิทย์ สุขบุญ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

3. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธานกรรมการ ป.ป.ช.

4. ปรีชา เลิศกมลมาศ

5. พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง

6. ณรงค์ รัฐอมฤต

7. สุภา ปิยะจิตติ

8. วิทยา อาคมพิทักษ์

9. สุวณา สุวรรณจูฑะ

10. พล.อ. บุณยวัจน์ เครือหงส์

11. ณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

12. สุชาติ ตระกูลเกษมสุข ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ป.ป.ช.

ล่าสุดจำเลยที่ถูกพิพากษาจำคุกคือ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ และ สุภา ปิยะจิตติ กำลังดำเนินการยื่นประกันตัว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์