บรรยากาศบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเต็มไปด้วยความสงบนิ่งและการรำลึก เมื่อทหารผ่านศึก ครอบครัวผู้สูญเสีย และประชาชน ร่วมพิธีสดุดี ‘ทหารกล้า’ ผู้สละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติในทุกสมรภูมิ ภายใต้กิจกรรมเนื่องในวันทหารผ่านศึก ที่จัดโดยองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเชิดชูเกียรติวีรกรรมของผู้เสียสละ
ภายในงานจัดกิจกรรมสำคัญ 3 กิจกรรมหลัก โดยช่วงเช้ามีพิธีบรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา จำนวน 42 นาย ณ ห้องจารึกชื่อผู้สละชีพเพื่อชาติ ภายในอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยมี ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางบรรยากาศที่ผสานความโศกเศร้าและความภาคภูมิใจของครอบครัวผู้เสียสละ พร้อมด้วย ‘พลเอกกานต์นาท นิกรยานนท์’ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และญาติของกำลังพลผู้เสียชีวิตเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง




จากนั้นมีขบวนการจัดขบวนสวนสนามโดย ‘ทหารผ่านศึก’ จากหลากหลายสมรภูมิ อาทิ ขบวนทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 1 สงครามอินโดจีน และสงครามมหาเอเชียบูรพา ท่ามกลางสายตาประชาชนที่ร่วมแสดงความเคารพและรำลึกถึงวีรกรรมของทหารกล้า
อนุทินให้สัมภาษณ์ว่า การมาร่วมงานวันทหารผ่านศึกครั้งนี้ เป็นการรำลึกถึงวีรกรรมและความเสียสละของทหารผ่านศึกทุกนาย โดยเฉพาะกรณีล่าสุดของทหาร 42 นาย ที่สละชีวิตจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมยืนยันว่าประชาชนทุกคนซาบซึ้งและตระหนักถึงบุญคุณของทหารที่ปกป้องประเทศชาติ




โดยรัฐบาลได้ติดตามการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวทหารที่เสียชีวิตทั้ง 42 นายมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเงินช่วยเหลือและสิทธิต่างๆ โดยมีหลายหน่วยงาน รวมถึงกองทัพบก เข้ามาช่วยดูแลในกรณีที่มีปัญหาด้านข้อกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ซึ่งจากการพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียสละ ยืนยันว่ามีความเข้าใจร่วมกัน และรัฐบาลจะดูแลจนมั่นใจว่าสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ แม้ต้องสูญเสียหัวหน้าครอบครัวไป
พร้อมรับว่า ทหารผ่านศึกจากสมรภูมิอื่น ๆ ยังจำเป็นต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม เนื่องจากเงินช่วยเหลือปัจจุบันในอัตรา 600 บาทต่อเดือนยังไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ โดยเฉพาะทหารที่ได้รับบาดเจ็บหรือสูญเสียอวัยวะ ซึ่งมีความกังวลเรื่องการใช้ชีวิตหลังออกจากโรงพยาบาล ทั้งนี้ ทหารผ่านศึกจำนวนมากไม่ได้ต้องการเพียงการสงเคราะห์ แต่ต้องการมีอาชีพและความมั่นคงในการดำรงชีวิต นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ยังมีทหารผ่านศึกบางส่วนที่ไม่มีครอบครัว ถูกทอดทิ้ง หรือเป็นทหารอาสาสมัครที่ไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ ซึ่งรัฐบาลพร้อมดูแลหากมีการยื่นรายชื่อและประวัติเข้ามา





โดยได้มอบหมายให้ ‘พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ’ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รับผิดชอบดูแล o ในเรื่องนี้ และหากมีโอกาสกลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง จะเร่งแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตของทหารทั้งที่เสียชีวิตแล้วและที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ สำหรับประเด็นการพิจารณาเพิ่มเงินช่วยเหลือทหารผ่านศึก นายอนุทินระบุว่ายังไม่ขอพูดถึงตัวเลขงบประมาณในขณะนี้ เนื่องจากอยู่ในช่วงการเลือกตั้ง อาจถูกมองว่าเป็นการหาเสียงและส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมือง
แต่ยืนยันว่ามีความตั้งใจตอบแทนทหารผ่านศึกและทหารปัจจุบันที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีประชาชนขอให้รัฐบาลยังไม่เปิดด่านชายแดนไทย–กัมพูชา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ ประเทศไทยยังไม่มีการเปิดด่าน และยืนยันว่าเป็นคำมั่นที่ได้กล่าวไว้กับประชาชนมาโดยตลอด





