“ย้ายปลัดอุตฯ ข้ามห้วยไปพลังงาน” บทพิสูจน์ระบบราชการ -“ลูกเทพ-ลูกใคร?”

13 ส.ค. 2569 - 19:30

  • รายการ Deep SPACE ลึกกว่าที่รู้ จับตาสองวิกฤตสำคัญสะท้อนย้อนแย้งนโยบายรัฐบาล

  • ปมร้อน “ย้ายปลัดกระทรวงอุตฯ ข้ามห้วยไปนั่งปลัดพลังงาน” บทพิสูจน์ระบบราชการ -“ลูกเทพ-ลูกใคร?”

  • ดราม่าแจกรางวัลปืนลูกซอง วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี เย้ยมาตรการรัฐจัดระเบียบอาวุธปืน

“ย้ายปลัดอุตฯ ข้ามห้วยไปพลังงาน” บทพิสูจน์ระบบราชการ -“ลูกเทพ-ลูกใคร?”

รายการ Deep SPACE ลึกกว่าที่รู้ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569 วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองและปัญหาสังคม ในประเด็น “ย้ายปลัดอุตฯ-พลังงาน” บทพิสูจน์ลูกเทพ-ลูกใคร และ “เย้ยมาตรการคุมปืน” นายกฯส่ายหัว ทั้งแจก ทั้งยิง  

โดยเจาะลึกความขัดแย้งการเมืองปมทาบทามโยกย้ายปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมข้ามห้วยไปนั่งปลัดกระทรวงพลังงาน ซึ่งถูกมองว่าเป็นศึกวัดพลังระหว่างรัฐมนตรีกับข้าราชการระดับสูง พร้อมชำแหละช่องโหว่กฎหมาย 10 มาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของรัฐบาลที่ยังเกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่องแม้จะมีการสั่งระงับปืนสวัสดิการและงดออกใบอนุญาตใหม่แล้ว 

ประเด็นร้อนจากรายการ Deep SPACE ลึกกว่าที่รู้ สะท้อนให้เห็นถึงสองวิกฤตสำคัญที่รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำลังเผชิญ ทั้งความระส่ำระสายในระบบราชการและมาตรการควบคุมอาวุธปืนที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยรายการได้วิเคราะห์เชิงลึกในแต่ละประเด็นดังนี้

1.     ปมร้อน “ย้ายปลัดอุตฯ-พลังงาน” กับบทพิสูจน์ “ลูกเทพ-ลูกใคร?”

แผนปฏิรูประบบราชการของรัฐบาลเผชิญบททดสอบสำคัญ จากกรณีการโยกย้ายข้ามห้วยระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรมและ กระทรวงพลังงาน การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงกลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ หลังจากแผนการโยกย้าย ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ข้ามห้วยไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน แทน ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 เกิดความสะดุดและต้องถูกถอนวาระออกจากที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา

โดยมีกระแสข่าวบรรยากาศใน ครม. เกิดความวุ่นวายเนื่องจากเป็นการหักกันระหว่างรัฐมนตรี แม้ว่าก่อนหน้านี้ วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม จะยอมรับว่า เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ได้มีการทาบทาม ดร.ณัฐพล จริงเนื่องจากครบวาระ 4 ปีและมีศักยภาพก็ตาม

กระแสข่าวจากทำเนียบรัฐบาลชี้ให้เห็นว่า ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ตัว ดร.ณัฐพล ในการไปคุมกระทรวงพลังงาน แต่เกิดจาก “การวางตัวปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่” เพื่อสืบทอดอำนาจแทน โดยมีรายงานว่าฝ่ายการเมือง วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรมต้องการผลักดัน ภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นลูกหม้อและมีอายุราชการเหลือยาวถึง 6 ปี ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการบริหารตามแนวทางนโยบายของพรรค ขณะที่ดร.ณัฐพล ไม่เห็นด้วยกับสูตรดังกล่าวและต้องการผลักดันข้าราชการรายอื่นขึ้นมาแทน

ในวันประชุม ครม. จึงเกิดความวุ่นวายเมื่อการเดินเรื่องเอกสารไม่เป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งมีกระแสข่าวว่า ดร.ณัฐพล ไม่ได้ลงนามในเอกสารยินยอมส่งตัวหรือเสนอชื่อผู้สืบทอดตามที่ฝ่ายการเมืองคาดหวัง ส่งผลให้เลขาธิการ ครม. ต้องตีกลับวาระดังกล่าวเนื่องจากเอกสารไม่เรียบร้อย

นัยทางการเมือง

รายการ Deep SPACE ชี้ว่า นี่คือภาพสะท้อนของการจัดวางขุมกำลังและแบ่งเค้กอำนาจของขั้วการเมือง การสลับเก้าอี้เกรด A ข้ามกระทรวงนี้เป็นบททดสอบสำคัญว่าระบบราชการยุคนี้ขับเคลื่อนด้วยระบบคุณธรรม ความสามารถ หรือเป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อปักธงอำนาจระยะยาวของกลุ่มทุนและพรรคการเมืองใหญ่

คำว่า “ลูกเทพ-ลูกใคร” ในบริบทนี้ สะท้อนภาพโปรไฟล์ของตัวแสดงทางการเมืองและข้าราชการระดับสูงที่มี “แบ็กกราวด์” ไม่ธรรมดา เป็นการวัดบารมีระหว่าง “ตระกูลการเมือง-อดีตบิ๊กข้าราชการ” และ “ขั้วพรรคร่วมรัฐบาล”

ศึกครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาล ว่าจะสามารถจัดสรรผลประโยชน์และอำนาจในตำแหน่ง “ข้าราชการระดับสูงเกรด A” ได้ลงตัวอย่างไร โดยฝ่ายการเมืองพยายามบล็อกพื้นที่เพื่อส่งคนของตัวเองขึ้นคุมกระทรวง ขณะที่ฝั่งข้าราชการประจำที่มีสายสัมพันธ์การเมืองระดับบิ๊กก็พร้อมที่จะ “แข็งข้อ” หากเงื่อนไขและข้อต่อรองไม่เป็นไปตามข้อตกลง

2.     มาตรการคุมปืน 10 ล้านกระบอก ย้อนแย้งเหตุจริงเกลื่อนเมือง

จากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการก่อเหตุด้วยอาวุธปืน รัฐบาลภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล  ได้ประกาศยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนแบบ 100% ทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว เพื่ออุดช่องโหว่ของระบบการซื้อขายและการโอนลอย โดยกรมการปกครอง กำลังเร่งเปิดรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ. อาวุธปืนฉบับใหม่ (12 ส.ค. - 10 กันยายน 2569) เพื่อลดจำนวนปืนเถื่อน และสั่งระงับการออกใบอนุญาตซื้อปืน (ใบ ป.3) ทั่วประเทศ แต่กลับเกิดเหตุการณ์ที่เสมือนเป็นการเย้ยกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

ดราม่าแจกปืนที่เกาะพงัน เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีงานเลี้ยงครบรอบ 134 ปี วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่ อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี มีการจับรางวัลแจก ปืนลูกซองยาว 5 กระบอก ให้ผู้โชคดี โดยมีข้าราชการระดับสูงและนายอำเภอร่วมงาน จนล่าสุด นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และอธิบดีกรมการปกครอง ต้องสั่งระงับด่วนและให้เปลี่ยนรางวัลเป็นสิ่งของหรือเงินสดที่มีมูลค่าเท่ากันแทน

ล่าสุดเหตุกราดยิงกลางงาน “ชิม ช้อป  ใช้”  โคราช เกิดเหตุระทึกขวัญเมื่อคืนวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนทด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา คนร้ายใช้ปืนลูกซองกราดยิงประชาชนในงาน ส่งผลให้มี ผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย (บางรายสาหัส) โดยชนวนเหตุเกิดจากความไม่พอใจที่แก๊งคนร้ายเข้ามาขโมยรถจักรยานยนต์แล้วถูกจับได้ ก่อนจะกลับมาใช้ความรุนแรง

ในขณะที่รัฐบาลโหมกระแสและสั่งการด่วนที่สุดผ่านกรมการปกครองเพื่อ “ระงับการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (ใบ ป.3)” เป็นการชั่วคราวทั่วประเทศ และพยายามสังคายนากฎหมายควบคุมปืนที่มีมากกว่า 10 ล้านกระบอก แต่ในทางปฏิบัติกลับเกิดเหตุการณ์เสมือน “เย้ย” นโยบายรัฐอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นสิ่งตอกย้ำว่ากฎหมายของรัฐยังไม่สามารถสกัดกั้นผู้นำอาวุธปืนมาใช้ในที่สาธารณะได้จริง

ติดตามรายการ Deep SPACE ได้ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 13.00-14.00 น. พร้อมข้อมูลใหม่ ทุกแวดวงข่าวสารรอบตัว ลึกกว่าที่รู้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์