Photo Story ว่าที่ ‘4 รองนายกฯ’ ปชน.แสดงวิสัยทัศน์

11 ม.ค. 2569 - 11:11

  • ‘ว่าที่ 4 รองนายกฯ’ พรรคประชาชน เปิดวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน เดินหน้าปฏิรูปรัฐแบบ Clean & Lean ฟื้นเศรษฐกิจอุตสาหกรรม พลิกชนบท–เกษตร และรื้อโครงสร้างตำรวจ

  • ย้ำเป้าหมายรัฐโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และยุติธรรมสำหรับทุกคน

Photo Story ว่าที่ ‘4 รองนายกฯ’ ปชน.แสดงวิสัยทัศน์

ภายหลัง ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้แถลง ‘12 ภารกิจ’ และ ‘วิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน’ แล้วแกนนำคนสำคัญของพรรคต่างได้ผลัดกันขึ้นเวทีเพื่อปราศรัย และพูดถึงนโยบายที่ได้รับมอบหมายให้ดูแล ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่  ‘4 ว่าที่รองนายกฯ’ ที่ เปรียบเสมือนผู้ดูแลนโยบายหลักทั้ง 4 ด้าน

ส่วน ‘พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์’ ที่ถูกวางเป็นรองนายกรัฐมนตรี ด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ โชว์วิสัยทัศน์ ปฏิรูปตำรวจ ว่า สังคมไทยทุกวันนี้ความยุติธรรมเป็นสินค้าที่ฟุ่มเฟือย คนรวยใช้เงินเพื่อเข้าถึงความยุติธรรมแต่คนจนต้องต่อสู้แลกด้วยเวลาของพวกเขา มีการสื่อสารระบุชัดเจนว่าต้องต่อสู้ในคดีพื้นฐานคดีหนึ่งที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์จะต้องมีต้นทุนถึง 120,000 บาท หากไม่มีเงินประกันตัวคุกไทยก็อาจจะเป็นที่ขังคนจน แต่ถ้าคุณเป็นคนมีสีมากบารมี หมายจับออกมาแล้วก็ยังถอดได้ ที่พึ่งที่หวังอย่างศาลก็ยังถูกแทรกแซงจนผู้พิพากษาหลายหลายคนปิดชีวิตตัวเองประท้วงใบสั่ง ในเรือนจำวันนี้ทุนเทาแปลเปลี่ยนคุกไทยให้เป็นโรงแรมเสวยสุขไปแล้ว  

ย้อนไปดูต้นน้ำกระบวนการยุติธรรมจากองค์กรตำรวจ วันนี้ความเชื่อมั่นความศรัทธา พัง ตั้งแต่คดีโจ้ถุงดำ ไปถึงส่วยเว็บพนันออนไลน์ นี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องตัวบุคคลไม่ใช่เรื่องตำรวจดีตำรวจเลวคนดีคนเลวแต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เชิงระบบที่อนุญาตให้ผู้มีอำนาจเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ ดังนั้นข้อเสนอของพรรคประชาชน เราจะรื้อโครงสร้างตำรวจแล้วสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมาใหม่ ผ่านแผนปฏิบัติการ 3 ขั้นตอน 'ปราบ-ปรับ-ปฏิรูป' เพื่อเป็นพิทักษ์สันติราษฎร์ของประชาชนอย่างยั่งยืน   

‘ปราบ’ คือ การปราบระบบภายใน จะเริ่มต้นจากการปราบ ‘ตั๋วตำรวจ’ การแต่งตั้งโยกย้ายต้องโปร่งใสเป็นธรรม ดังนั้นพรรคประชาชนบอกว่าติดกระดุมเม็ดแรกต้องให้ถูกก่อน มีส้มไม่มีเทา มีนายกรัฐมนตรีชื่อณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ตั๋วตำรวจไม่มีแน่นอน เก้าอี้ผู้กำกับ เก้าอี้สารวัตร จะไม่มีการซื้อขายจะไม่มีสส. หรือนายพลด้านไหนเข้ามามีตัวตำรวจภายใต้รัฐบาลประชาชนแน่นอน โดยจะสร้างระบบประเมินคะแนน 360 องศาครอบคลุมหกด้าน ประกอบด้วย สอบข้อเขียน ทดสอบร่างกาย ความอาวุโส ความประพฤติ รับฟังความเห็นจากประชาชน รางวับที่ได้รับ ผู้บังคับบัญชาเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา ปราบระบบพวกพ้อง เพื่อเป็นระบบที่เที่ยงธรรม เราจะสร้างหน่วยตรวจสอบที่เป็นอิสระมีคณะกรรมการอิสระที่เข้ามาดูแล จะทำภายใน 12 เดือนที่เป็นรัฐบาล 

'ปรับ' คือ การปรับสวัสดิการและภารกิจ โดยจะมีการจัดสวัสดิการที่เป็นธรรมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ตำรวจผู้น้อย นอกจากนี้จะดูเรื่องการจัดระบบที่อยู่อาศัย ให้ทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมทั้งจะเข้าไปขยายสิทธิ์ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด พร้อมจัดสรรงบประมาณใหม่สำหรับตำรวจ และการปรับถ่ายและการโอนถ่ายภารกิจ โอนหน่วยงานภารกิจไปให้หน่วยงานที่ถือกฎหมายและเชี่ยวชาญรับผิดชอบโดยตรงเพื่อจะได้แก้ไขปัญหากับประชาชนได้โดยตรง ซึ่งตำรวจจะได้เข้าไปทำงานปราบปรามอาชญากรรม พร้อมทั้งโอนงานด้านนิติเวชและพิสูจน์หลักฐานออกจากตำรวจ เพื่อไม่ให้ผูกขาดกับตำรวจเพียงฝ่ายเดียว  

สามคือ ‘การปฏิรูป' โครงสร้างองค์กรตำรวจ ทั้งระบบการศึกษาของตำรวจ ยกระดับโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานขึ้นมาเป็นระดับมหาวิทยาลัย เรียกว่าสถาบันวิชาการตำรวจ / ปรับวัฒนธรรมแบบทหาร จะสร้างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนกฎหมายและยึดโยงกับนิติรัฐนิติธรรม  

นอกจากนี้คือการปฏิรูปสู่โครงสร้างตำรวจ 3 ด้าน คือตำรวจพื้นที่ 77 จังหวัด โดยยึดโยงกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง  ตำรวจส่วนกลาง และตำรวจส่วนตรวจสอบ 

“เราเป็นรัฐบาลเราทำได้ทันทีเพราะเราจะสร้างตำรวจไทยเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนไม่ใช่ที่พักพิงของทุนเทา”

พิจารณ์ กล่าว  

The-People's-Party-issued-a-statement-on-January-11-2026-2-SPACEBAR-Photo01.jpg

‘วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ในฐานะ กล่าวว่า หากไทยยังไม่ฟื้นกลับมาใน 5 ปีข้างหน้า เสือตัวที่ห้า จะกลายเป็นตำนานพื้นบ้านโดยถาวร เสือตัวที่ห้าเป็นทั้งเรื่องเล่า และเป็นเส้นบาง ๆ ของความเป็นไปได้ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจไทย การผลิตอุตสาหกรรมที่เป็นแหล่งสร้างงาน สร้าง GDP และเป็นแหล่งที่ส่งไปยังภาคบริการ เรียกว่าเป็นหัวใจของขีดความสามารถ ในการแข่งขันกับโลก  

ที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าไทยไม่มีนโยบายอุตสาหกรรม แต่ดูเหมือนว่า ทำยานยนต์สันดาปสำเร็จนโยบายอื่นๆ ก็ไม่ได้ไปต่อ เรากลัวตกขบวนเทคโนโลยี จึงยอมลดแลกแจกแถม ทำทุกอย่าง ทำทุกทาง เพื่อให้ขบวนเทคโนโลยีผ่านหน้าบ้านเรา แต่เมื่อผ่านบ้านเราแล้ว เขาก็ขนคนขนของขนเทคโนโลยีไป แทบจะไม่จอดแวะเราเลย เราก็แค่ทำได้แต่ไปยืนเซลฟีถ่ายรูปโดยไม่มีส่วนร่วม ในอนาคตจะมี EV ถ้าเรายังทำแบบเดิม เราก็จะทำได้แค่เซลฟีกับขบวนเทคโนโลยี แต่ไม่ได้กระโดดไปมีส่วนร่วม โดยเสนอกลไกขับเคลื่อนสำคัญ 4 ประการ

The-People's-Party-issued-a-statement-on-January-11-2026-2-SPACEBAR-Photo02.jpg

ขณะที่ ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน ที่ถูกวางตัวเป็นรองนายกรัฐมนตรี ด้านปฏิรูปภาครัฐ กล่าวถึงเป้าหมายหลักคือ รัฐโปร่งใสไร้คอรัปชั่นมีเรา รัฐไม่เทา และรัฐที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ล้าสมัย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาให้บริการ ตอบสนองฉับไว เป็น 2 เรื่องที่แยกกันไม่ได้ คือรัฐที่ต้อง Clean และ Lean 

ในด้าน Lean ต้องกิโยตินกฎหมาย ยกเลิกใบอนุญาตที่ไม่จำเป็น เพื่อปิดช่องทางเรียกรับผลประโยชน์ ถ้ายังทำแบบเดิมอาจจะใช้เวลาอีก 20 ปี จึงเสนอ Operation 18 คือเร่งรัดภารกิจทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายใน 18 เดือน และหากกรณีที่ถูกเรียกรับผลประโยชน์ ภายใน 30 วัน จะต้องได้รับใบอนุญาตทันที หากยังไม่มีคำตอบในเวลาดังกล่าว ถือว่าอนุญาตโดยอัตโนมัติ 

สำหรับการลงโทษทุจริต ที่บางพรรคโฆษณาว่าต้องลงโทษประหาร แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครรับโทษจริง ปัญหาจึงไม่ใช่โทษไม่แรงพอ แต่เพราะขาดพยานหลักฐานไปดำเนินคดี ยังไม่มีใครเอาจริงกับเรื่องนี้ แต่เราเอาจริง เราต้องปรับแรงจูงใจให้ผู้ที่กำลังสมรู้ร่วมคิดกันโกงให้วงแตกให้ได้ ใครออกมาแฉก่อนอาจจะได้รับพิจารณาลดโทษ หรือถูกกันตัวเป็นพยาน ข้าราชการน้ำดีที่ออกมาเปิดโปงการทุจริตจะได้รับการคุ้มครองและรางวัล 

ข้อมูลต่างๆ ทางด้านการจัดซื้อจัดจ้าง กรรมการ ผู้ถือหุ้น และบัญชีทรัพย์สิน ต้องโปร่งใสและเชื่อมโยงเพื่อตรวจสอบได้ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เพื่อนำมาป้องกันการทุจริตในอนาคต การเปิดประมูลต้องเลิกล็อกมง ด้วยการประมูลแบบเฉพาะเจาะจง หากเราสามารถอุดรูรั่วเหล่านี้จะสามารถประหยัดเงินนำมาพัฒนาประเทศได้พอๆกับการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 1% 

"เราอยากให้ข้าราชการทำงานได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องเสียเวลากับกองเอกสาร เหลือแต่งานที่มีคุณค่า คืนข้าราชการให้ได้ทำงานที่มีความหมาย และกลับไปรับใช้ประชาชน"

ศิริกัญญา ระบุ 

The-People's-Party-issued-a-statement-on-January-11-2026-2-SPACEBAR-Photo03.jpg

ส่วน ‘เดชรัต สุขกำเนิด’ ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต ในฐานะผู้ถูกวางตัวเป็นรองนายกรัฐมนตรี ด้านคุณภาพชีวิต ในรัฐบาลพรรคประชาชน กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการพลิกโฉมชนบทและการเกษตรไทย 

เดชรัตระบุว่า จากการลงพื้นที่พูดคุยพบว่า ปัญหารากฐานของการเกษตรมีอยู่ 3 ประกอบด้วยขาดความมั่นคงและความมั่นใจ ทั้งในเรื่องขาดเอกสารสิทธิ์ที่ดินความผันผวนด้านสภาพแวดล้อม หรือภาวะตลาดและราคาที่แปรปรวน เกษตรกรยังขาดทางเลือกในการปรับปรุงบำรุงดิน และขาดตัวช่วย เช่นผู้ให้บริการจักรกลด้านการเกษตร แต่มีข้อจำกัดไม่สามารถเช่าซื้อได้เหมือนซื้อรถยนต์ 

"รัฐบาลที่ผ่านมานิยมช่วยเหลือแบบให้เปล่า พรรคประชาชนจะเปลี่ยนให้เป็นการช่วยเหลือแบบมีเป้าหมาย ให้พี่น้องประชาชนในชนบท มีผลิตภาพ มีความเป็นธรรม และมีศักดิ์ศรีเพิ่มขึ้น" 

นอกจากนี้ รัฐบาลพรรคประชาชน จะเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ซึ่งไม่มีข้อพิพาท ปฏิรูปกฎหมายที่ดินและป่าไม้ให้มีความเป็นธรรม มีกองทุนเร่งรัดการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดิน ส่งเสริมการจัดการป่าอนุรักษ์ให้ชุมชนมีโอกาสจัดการและเป็นเจ้าของ ส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้นในพื้นที่เกษตรกรเพื่อเป็นทางเลือกระยะยาว รวมถึงเพิ่มเครื่องมือและตัวช่วย ทั้งการจัดการดิน จัดการแหล่งน้ำ กำกับดูแลตลาดให้มีราคาที่เป็นธรรมและแน่นอน 

The-People's-Party-issued-a-statement-on-January-11-2026-2-SPACEBAR-Photo04.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์