รายการ Deep SPACE ลึกกว่าที่รู้ วันพฤหัสบดี 6 สิงหาคม 2569 เปิดประเด็นชวนวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง ภายใต้หัวข้อ ปฏิรูปราชการเหลว ตั้ง “สารวัตรหนุ่ย” ฉีกหน้า “ปกรณ์” กรณีมติ ครม. เห็นชอบแต่งตั้ง “ผู้กำกับหนุ่ย” พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย จากตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. (เทียบเท่าซี 11) หลังจากก่อนหน้านี้ ‘ปกรณ์ นิลประพันธ์’ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ได้เคยระบุถึงการปฏิรูประบบราชการโดยมีแนวทางการ ‘ยุบหน่วยงาน’ ที่ซ้ำซ้อนหรือไม่มีความจำเป็น ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ป.ย.ป.
จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่เห็นชอบแต่งตั้ง “ผู้กำกับหนุ่ย” อดีตนายตำรวจอารักขาคนสนิทของตระกูลชินวัตร ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. (ระดับ ซี11) จึงกลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกนำมาวิเคราะห์ในหลากหลายแง่มุม โดยเฉพาะการตั้งคำถามถึงทิศทางการปฏิรูประบบราชการว่าจะมีความจริงจังมากน้อยเพียงใด
รายการ Deep SPACE ลึกกว่าที่รู้ นำเสนอประเด็นการเมืองร้อนแรงนี้ ระบุว่า ถือเป็นความล้มเหลวของการปฏิรูปราชการและเป็นการหักล้างแนวทางของ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย อย่างชัดเจน โดยรายการวิเคราะห์ มติ ครม. ดังกล่าวมีประเด็นสำคัญดังนี้
มติแต่งตั้งสวนทางนโยบายปะทะแนวคิด “ปฏิรูปราชการ” เนื่องจากก่อนหน้านี้ ‘ปกรณ์ นิลประพันธ์’ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เคยประกาศแนวทางปฏิรูประบบราชการ โดยมุ่งเน้นการยุบหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนหรือไม่จำเป็น เพื่อลดงบประมาณและเพิ่มคล่องตัว ซึ่งหนึ่งในหน่วยงานที่มีชื่ออยู่ในโผถูกพิจารณายุบ คือ สำนักงาน ป.ย.ป. ซึ่งตั้งขึ้นมาตั้งแต่ยุค คสช.แต่ มติ ครม. วันที่ 5 สิงหาคม 2569 กลับเห็นชอบแต่งตั้งผู้บริหารสูงสุดคนใหม่แทนการยุบหน่วยงาน
การที่ ครม. มีมติแต่งตั้งผู้อำนวยการ ป.ย.ป. คนใหม่ในระดับสูงสุด (ซี11 เทียบเท่าปลัดกระทรวง) จึงถูกมองว่าเป็นการ “ตรึงและเดินหน้าต่อ” ของหน่วยงานนี้ มากกว่าที่จะถูกยุบหรือควบรวม อีกทั้งปฏิกิริยาจากฝ่ายการเมืองและการตอบรับของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ยืนยันไม่ยุบหน่วยงานดังกล่าว โดยระบุในทำนองถามกลับว่า “ใครจะยุบ” พร้อมทั้งให้การสนับสนุนการแต่งตั้ง พ.ต.อ.วทัญญู ในครั้งนี้ ส่งผลให้ถูกมองว่าเป็นการ “ฉีกหน้า” หรือสวนทางกับแนวทางการทำงานราชการเชิงรุกที่ ‘รองนายกฯ ปกรณ์’ เสนอ
ขณะเดียวกันมีเสียงวิจารณ์จากอดีต สว.สมชาย แสวงการ ออกมาโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์มตินี้อย่างรุนแรง โดยระบุว่า เป็นลักษณะ “ครม.หนู ตบหน้า ครม.คสช.” การแต่งตั้งอดีตตำรวจติดตามของครอบครัวชินวัตรขึ้นสู่ตำแหน่งระดับ ซี11 ในหน่วยงานด้านยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป เป็นการสะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่ขัดต่อเจตนารมณ์การปฏิรูปประเทศ
“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คน แต่อยู่ที่ตัวองค์กร”
รายการ Deep SPACE ยังวิเคราะห์ถึงประเด็นดังกล่าว โดยหยิกยกทัศนะนักวิชาการ คำนูณ สิทธิสมาน อดีต สว. และนักวิชาการ ที่ได้ตั้งข้อสังเกตผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะมาดำรงตำแหน่ง ผอ.ป.ย.ป. หรือบุคคลนั้นมีความเหมาะสมหรือไม่ แต่ตั้งคำถามว่า “สำนักงาน ป.ย.ป. ควรถูกยุบเลิกไปตั้งนานแล้ว” ด้วยเหตุผลดังนี้
ภารกิจสิ้นสุดแล้ว: การปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ในส่วนของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 13 คณะ ได้หมดอายุและสิ้นสุดลงไปแล้วตั้งแต่วันสิ้นปี 2565
ความซ้ำซ้อน: หน่วยงานนี้ถือเป็นมรดกตกทอดมาจากยุค คสช. ซึ่งในปัจจุบัน ฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายและแผนงานหลักได้รับการดูแลโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อยู่แล้ว
นัยทางการเมืองและการเติบโตของ “ผู้กำกับหนุ่ย”
พ.ต.อ.วทัญญู ได้โอนย้ายจากข้าราชการตำรวจมาเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญในตำแหน่ง รอง ผอ.ป.ย.ป. เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเทียบเท่าปลัดกระทรวง (ซี11) ในที่สุด
การขึ้นสู่ตำแหน่งซี 11 ในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ถูกตั้งข้อสังเกตจากสาธารณชนและสื่อมวลชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ว่าเป็นเพราะความสัมพันธ์อันแนบแน่นในฐานะอดีตนายตำรวจติดตามใกล้ชิดของผู้นำตระกูลชินวัตร
รายการ Deep SPACE มองว่า การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงอิทธิพลทางการเมืองที่เหนือกว่าแผนงานปฏิรูปรัฐราชการ ทำให้หน่วยงานที่ถูกตราหน้าว่าเป็น “มรดก คสช.” และไม่มีความจำเป็น ยังคงเดินหน้าต่อพร้อมงบประมาณและตำแหน่งระดับสูง
มติ ครม. ในครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งในเชิงนโยบายระหว่างความพยายามปฏิรูปโครงสร้างรัฐเพื่อลดความซ้ำซ้อน กับอำนาจการบริหารจัดการแต่งตั้งบุคคลของรัฐบาล ที่ยังคงให้ความสำคัญกับกลไกเดิมและตัวบุคคลเป็นหลัก
ติดตามรายการ Deep SPACE ได้ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 13.00-14.00 น. พร้อมข้อมูลใหม่ ทุกแวดวงข่าวสารรอบตัว ลึกกว่าที่รู้




