ปรากฏการณ์การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คือ "สึนามิสีน้ำเงิน" ของพรรคภูมิใจไทยที่กวาดเก้าอี้ไปเกือบ 200 ที่นั่ง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ แต่คือยุทธศาสตร์ "ศิษย์เหนือชั้นครู"
เพราะสิ่งที่ "เนวิน ชิดชอบ" ทำในวันนี้ มันคือการแกะพิมพ์เขียวของ "ทักษิณ ชินวัตร" มาใช้ แต่มีการอัปเกรดให้เข้ากับยุคสมัยและอุดมการณ์ความมั่นคงของเครือข่ายอำนาจในปัจจุบัน
จาก "นายใหญ่" ถึง "ครูใหญ่" พิมพ์เขียวการสร้าง นายกฯ และพรรคเบอร์หนึ่ง
หากเราย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การเมืองสมัยพรรคไทยรักไทยในปี 2544 และ 2548 เราจะเห็นภาพชัดเจนว่า ทักษิณ ชินวัตร คือผู้ที่รู้วิธีการผสมผสานระหว่าง "กระแสนิยมในนโยบาย" กับ "การรวบรวมกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่น" หรือที่เรียกกันว่า "บ้านใหญ่" เข้าด้วยกัน
ทักษิณ ทำได้ เนวินที่เคยเป็นมือขวาข้างกายทักษิณในตอนนั้นก็จำสูตรนี้ได้ขึ้นใจครับ ในการเลือกตั้งปี 2569 นี้ เนวินพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถส่ง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ขึ้นสู่ตำแหน่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอันดับหนึ่ง และพาพรรคภูมิใจไทยก้าวข้ามการเป็น "พรรคตัวแปร" ไปสู่ "พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล" แบบพรรคเดียว ได้เกือบสำเร็จ เหมือนที่ไทยรักไทยเคยทำได้ในอดีต
ยุทธศาสตร์ที่เนวินใช้คือการสร้าง "อนุทิน" ให้มีภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรกับทุกฝ่าย (สมานฉันท์) แต่มีความเป็นมืออาชีพในการบริหารงานรัฐบาล
นี่คือการก๊อปปี้โมเดลการสร้างความหวังทางเศรษฐกิจที่ทักษิณเคยใช้ แต่เปลี่ยนจาก "ประชานิยม" มาเป็น "วาทกรรมพูดแล้วทำ" แทน

พลัง "ดูด" บ้านใหญ่ 2569 เมื่อ 86 ตระกูลการเมือง ไหลรวม "สีน้ำเงิน"
หัวใจสำคัญที่ทำให้ภูมิใจไทยชนะถล่มทลายรอบนี้ ไม่ใช่แค่ป้ายหาเสียงหรือโครงการคนละครึ่งอย่างเดียว แต่คือการ "กวาดต้อนบ้านใหญ่" มาไว้ในเล้าได้มากที่สุด ข้อมูลที่น่าตกใจคือในการเลือกตั้งปี 2569 ภูมิใจไทยมีตระกูลบ้านใหญ่ในสังกัดถึง 86 ตระกูล
ในอดีตทักษิณเคยดึงดูดนักการเมืองพื้นที่มาอยู่ในไทยรักไทย จนทำให้พรรคอื่นล่มสลาย เนวิน ก็ทำแบบเดียวกัน เขาใช้เวลาหลายปีในการสร้างเสถียรภาพจนบ้านใหญ่หลายตระกูลมองว่า "อยู่กับเนวิน ปลอดภัยกว่า"
ย้อนรอย "ทักษิณโมเดล" ต้นตำรับ "ดูดข้ามขั้ว"
ในอดีต ทักษิณ สร้างอาณาจักรไทยรักไทยให้ยิ่งใหญ่ด้วยการ "ดูด" มุ้งการเมืองระดับตำนานเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มวังน้ำเย็น ที่นำโดย เสนาะ เทียนทอง ผู้ทรงอิทธิพลในพื้นที่ จ.สระแก้วและภาคตะวันออก
กลุ่มสะสมทรัพย์ บ้านใหญ่ จ.นครปฐม ที่ทิ้งพรรคเอกภาพมาซบอกไทยรักไทยในปี 2545
กลุ่มวาดะห์ โดยรวบรวมนักการเมืองมุสลิมในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมาอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกัน
ตลอดจนดูด สส.พรรคเสรีธรรม และ ให้มาเป็นเนื้อเดียวกันกับ พรรคไทยรักไทย
กลุ่มบุรีรัมย์ ที่ดูด "เนวิน ชิดชอบ" และ สส. ก๊วนบุรีรัมย์ ให้ทิ้ง พรรคชาติไทย มาอยู่กับเขาในปี 2545

"เนวินโมเดล 2569" เมื่อ "ศิษย์เก่งกว่าครู"
เมื่อเนวินมาทำพรรคเอง เขาจึงกวาดต้อนบ้านใหญ่ที่กระจัดกระจายกลับมาเป็นปึกแผ่นในสีน้ำเงินอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น
ตระกูลคุณปลื้ม (ชลบุรี) และ กลุ่มสุชาติ ชมกลิ่น โดยการรวมตัวของบ้านใหญ่ จ.ชลบุรี ที่เคยแยกกันอยู่ ให้กลับมาผนึกกำลังใต้แบรนด์ภูมิใจไทย
ตระกูลปริศนานันทกุล (อ่างทอง) ย้ายรากฐานจากพรรคเดิม มาปักธงสีน้ำเงินอย่างมั่นคง
ตระกูลศิลปอาชา (สุพรรณบุรี) ภายใต้การนำของ วราวุธ ศิลปอาชา ที่นำทัพมาร่วมสู้ศึกจนกวาดที่นั่งยกจังหวัดสุพรรณบุรี
ตระกูลไทยเศรษฐ์ (อุทัยธานี) บ้านใหญ่เจ้าของสโลแกน "พูดแล้วทำ" ที่รักษาฐานที่มั่นได้อย่างเบ็ดเสร็จ
"เทคโนแครตพลัส" การ "แต่งหน้าเค้ก" ที่เปลี่ยนภาพจำ "พรรคภูธร" สู่ "ภาพมืออาชีพ"
อีกเรื่องที่เนวินทำตามทักษิณได้เนียน คือการ "แต่งหน้าเค้ก" ทักษิณ เคยมี ทีมเศรษฐกิจชั้นยอด ที่ทำให้คนเมืองเชื่อมั่น เนวินก็ไปดึงเอา "เทคโนแครต" และผู้บริหารระดับแม่เหล็กเข้ามาร่วมทีม
การเปิดตัว ศุภจี สุธรรมพันธุ์ (อดีตผู้บริหารเอกชน) , เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (อดีตขุนคลัง), สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (นักการทูต) คือ ยุทธศาสตร์ที่จงใจบอก "ชนชั้นกลาง - นักลงทุน" ว่า "เราไม่ใช่พรรคบ้านนอกอีกต่อไป แต่เราคือทีมบริหารประเทศมืออาชีพ"

ชำแหละผลเลือกตั้ง 2569 เมื่อ "สีน้ำเงิน" กลืน "สีแดง" สกัด "สีส้ม"
ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 บอกเราชัดเจนครับว่า "สีน้ำเงิน" กำลังกลายเป็นสีหลักของแผนที่ประเทศไทย
ที่น่าสนใจ คือ จ.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยที่เคยครองเชียงใหม่มาตลอด กลับไม่ได้รับเลือกแม้แต่เขตเดียวในเชียงใหม่ โดยเสียที่นั่งให้พรรคประชาชน และ พรรคกล้าธรรม
ในขณะที่ภาคอีสานซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของ ทักษิณ ภูมิใจไทยก็เข้าไปเจาะจนกวาดมาได้ถึง 64 ที่นั่ง
การที่ ภูมิใจไทย ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนที่นั่งเกือบ 200 ที่นั่ง ในขณะที่เพื่อไทยหล่นไปเป็นอันดับ 3 และ พรรคประชาชน ยังคงวนเวียนอยู่กับคะแนนในเมืองเป็นหลัก มันคือการพิสูจน์ว่ายุทธศาสตร์ "น้ำเงินแลนด์สไลด์" ของเนวินนั้นใช้งานได้จริง
ยุทธศาสตร์ "โหวตเชิงยุทธศาสตร์" หมัดเด็ดสกัด "พรรคประชาชน"
เรื่องสุดท้ายคือยุทธศาสตร์ "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" ภูมิใจไทย ใช้จิตวิทยาการเมือง โดยปลุกกระแส "โหวตทางยุทธศาสตร์" สื่อสารกับกลุ่ม "คนรักชาติ-กลุ่มอนุรักษนิยม" ว่า หากกระจายเสียงไปให้พรรคเล็กพรรคน้อย หรือเลือกพรรคประชาธิปัตย์ที่กระแสยังไม่มา จะทำให้เสียงแตกและ พรรคประชาชน ชนะ
การรณรงค์ให้เลือก "สีน้ำเงินทั้ง 2 ใบ" เพื่อความมั่นคงและเสถียรภาพ ทำให้ภูมิใจไทยสามารถดึงคะแนนจากฐานเสียงเดิมของ "ลุงตู่" และ "ประชาธิปัตย์" มาได้มหาศาล

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยหน้าใหม่กำลังถูกเขียนขึ้นด้วยปากกาสีน้ำเงิน เนวิน ชิดชอบ ได้พิสูจน์แล้วว่าเขาสามารถ "ย้อนรอย" ทักษิณ ชินวัตร ได้ทุกย่างก้าว ตั้งแต่การสร้างนายกฯ การดูดบ้านใหญ่ ไปจนถึงการทำแลนด์สไลด์
แต่สิ่งที่เนวินทำได้เหนือกว่า คือ การรักษาสมดุลอำนาจระหว่าง "บ้านใหญ่ท้องถิ่น - กลุ่มทุน - เครือข่ายอนุรักษนิยม" ได้อย่างแนบเนียนกว่าที่ทักษิณ เคยทำ
การที่พรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ด้วยที่นั่งเกือบ 200 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2569 คือสัญญาณชัดเจนว่า "ระบอบทักษิณ" กำลังถูกแทนที่ด้วย "ระบอบเสถียรภาพสีน้ำเงิน" โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัยติด ที่มาพร้อมกับทีมเทคโนแครตมืออาชีพ
ต่อจากนี้การเมืองไทยจะไม่ได้เป็นการต่อสู้ระหว่าง "แดง" กับ "เหลือง" อีกต่อไป แต่จะเป็นการประจันหน้ากันระหว่าง "ระเบียบอำนาจใหม่สีน้ำเงิน" กับ "พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสีส้ม" โดยมี "เพื่อไทย" เป็นเพียง พรรคร่วมรัฐบาล หรือ ฝ่ายค้าน อันดับรองเท่านั้นเอง
ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนว่า ในโลกการเมือง "ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร" มีเพียงแต่ว่าใครจะใช้บทเรียนจากอดีตมาปรับปรุงเพื่อครองอำนาจในปัจจุบันได้ดีกว่ากัน และวันนี้ เนวิน ชิดชอบ คือ ผู้ที่ทำสิ่งนั้นได้สำเร็จ
แหล่งอ้างอิง
thestandard / today / today / today / bangkokbiznews / buuir / rocketmedialab / thaipbs / thaipbs / thaipbs / thaipbs / themomentum / the101 / /spacebar / prachatai / thestandard / thestandard /



