ยุทธการ 'ไทยรักไทยโมเดล' ย้อนรอย 'ทักษิณ' ฉบับ 'ฅนบุรีรัมย์' ศิษย์เหนือชั้นครู

9 ก.พ. 2569 - 18:30

  • 'เนวิน' นำตำราการเมือง 'ทักษิณโมเดล' มาปรับใช้ โดยเน้นการผสมผสานระหว่างนโยบายที่ "พูดแล้วทำ" เข้ากับการรวบรวมเครือข่ายผู้มีอิทธิพล จนสามารถพา 'ภูมิใจไทย' กวาดที่นั่งเกือบ 200 ที่นั่ง ปั้น 'อนุทิน' เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

  • กุญแจสำคัญ คือ ดูดตระกูลการเมือง "บ้านใหญ่" เข้าสังกัดถึง 86 ตระกูล เพื่อการันตีฐานเสียง ควบคู่ไปกับการดึง 'นักบริหารมืออาชีพ' เข้ามาร่วมทีมเพื่อลบภาพลักษณ์ 'พรรคภูธร'

  • 'ภูมิใจไทย' ใช้กลยุทธ์ "โหวตเชิงยุทธศาสตร์" ดึงคะแนนจากฝั่งอนุรักษนิยม เพื่อสกัดพรรคประชาชน ทำให้ 'เพื่อไทย' ตกไปอันดับ 3 และ เปลี่ยนภูมิทัศน์การเมืองไทย ขั้วอำนาจสีน้ำเงิน" กับ "ขั้วเปลี่ยนแปลงสีส้ม" แทน

ยุทธการ 'ไทยรักไทยโมเดล' ย้อนรอย 'ทักษิณ' ฉบับ 'ฅนบุรีรัมย์' ศิษย์เหนือชั้นครู

ปรากฏการณ์การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คือ "สึนามิสีน้ำเงิน" ของพรรคภูมิใจไทยที่กวาดเก้าอี้ไปเกือบ 200 ที่นั่ง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ แต่คือยุทธศาสตร์ "ศิษย์เหนือชั้นครู"

เพราะสิ่งที่ "เนวิน ชิดชอบ" ทำในวันนี้ มันคือการแกะพิมพ์เขียวของ "ทักษิณ ชินวัตร" มาใช้ แต่มีการอัปเกรดให้เข้ากับยุคสมัยและอุดมการณ์ความมั่นคงของเครือข่ายอำนาจในปัจจุบัน

จาก "นายใหญ่" ถึง "ครูใหญ่" พิมพ์เขียวการสร้าง นายกฯ และพรรคเบอร์หนึ่ง

หากเราย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การเมืองสมัยพรรคไทยรักไทยในปี 2544 และ 2548 เราจะเห็นภาพชัดเจนว่า ทักษิณ ชินวัตร คือผู้ที่รู้วิธีการผสมผสานระหว่าง "กระแสนิยมในนโยบาย" กับ "การรวบรวมกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่น" หรือที่เรียกกันว่า "บ้านใหญ่" เข้าด้วยกัน 

ทักษิณ ทำได้ เนวินที่เคยเป็นมือขวาข้างกายทักษิณในตอนนั้นก็จำสูตรนี้ได้ขึ้นใจครับ ในการเลือกตั้งปี 2569 นี้ เนวินพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถส่ง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ขึ้นสู่ตำแหน่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอันดับหนึ่ง และพาพรรคภูมิใจไทยก้าวข้ามการเป็น "พรรคตัวแปร" ไปสู่ "พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล" แบบพรรคเดียว ได้เกือบสำเร็จ เหมือนที่ไทยรักไทยเคยทำได้ในอดีต

ยุทธศาสตร์ที่เนวินใช้คือการสร้าง "อนุทิน" ให้มีภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรกับทุกฝ่าย (สมานฉันท์) แต่มีความเป็นมืออาชีพในการบริหารงานรัฐบาล 

นี่คือการก๊อปปี้โมเดลการสร้างความหวังทางเศรษฐกิจที่ทักษิณเคยใช้ แต่เปลี่ยนจาก "ประชานิยม" มาเป็น "วาทกรรมพูดแล้วทำ" แทน

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

พลัง "ดูด" บ้านใหญ่ 2569 เมื่อ 86 ตระกูลการเมือง ไหลรวม "สีน้ำเงิน"

หัวใจสำคัญที่ทำให้ภูมิใจไทยชนะถล่มทลายรอบนี้ ไม่ใช่แค่ป้ายหาเสียงหรือโครงการคนละครึ่งอย่างเดียว แต่คือการ "กวาดต้อนบ้านใหญ่" มาไว้ในเล้าได้มากที่สุด ข้อมูลที่น่าตกใจคือในการเลือกตั้งปี 2569 ภูมิใจไทยมีตระกูลบ้านใหญ่ในสังกัดถึง 86 ตระกูล 

ในอดีตทักษิณเคยดึงดูดนักการเมืองพื้นที่มาอยู่ในไทยรักไทย จนทำให้พรรคอื่นล่มสลาย เนวิน ก็ทำแบบเดียวกัน เขาใช้เวลาหลายปีในการสร้างเสถียรภาพจนบ้านใหญ่หลายตระกูลมองว่า "อยู่กับเนวิน ปลอดภัยกว่า"

ย้อนรอย "ทักษิณโมเดล" ต้นตำรับ "ดูดข้ามขั้ว"

ในอดีต ทักษิณ สร้างอาณาจักรไทยรักไทยให้ยิ่งใหญ่ด้วยการ "ดูด" มุ้งการเมืองระดับตำนานเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มวังน้ำเย็น ที่นำโดย เสนาะ เทียนทอง ผู้ทรงอิทธิพลในพื้นที่ จ.สระแก้วและภาคตะวันออก

กลุ่มสะสมทรัพย์ บ้านใหญ่ จ.นครปฐม ที่ทิ้งพรรคเอกภาพมาซบอกไทยรักไทยในปี 2545

กลุ่มวาดะห์ โดยรวบรวมนักการเมืองมุสลิมในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมาอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกัน

ตลอดจนดูด สส.พรรคเสรีธรรม และ ให้มาเป็นเนื้อเดียวกันกับ พรรคไทยรักไทย

กลุ่มบุรีรัมย์ ที่ดูด "เนวิน ชิดชอบ" และ สส. ก๊วนบุรีรัมย์ ให้ทิ้ง พรรคชาติไทย มาอยู่กับเขาในปี 2545

เสนาะ เทียนทอง เจ้าพ่อวังน้ำเย็น
เสนาะ เทียนทอง เจ้าพ่อวังน้ำเย็น

"เนวินโมเดล 2569"  เมื่อ "ศิษย์เก่งกว่าครู"

เมื่อเนวินมาทำพรรคเอง เขาจึงกวาดต้อนบ้านใหญ่ที่กระจัดกระจายกลับมาเป็นปึกแผ่นในสีน้ำเงินอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น

ตระกูลคุณปลื้ม (ชลบุรี) และ กลุ่มสุชาติ ชมกลิ่น โดยการรวมตัวของบ้านใหญ่ จ.ชลบุรี ที่เคยแยกกันอยู่ ให้กลับมาผนึกกำลังใต้แบรนด์ภูมิใจไทย

ตระกูลปริศนานันทกุล (อ่างทอง) ย้ายรากฐานจากพรรคเดิม มาปักธงสีน้ำเงินอย่างมั่นคง

ตระกูลศิลปอาชา (สุพรรณบุรี) ภายใต้การนำของ วราวุธ ศิลปอาชา ที่นำทัพมาร่วมสู้ศึกจนกวาดที่นั่งยกจังหวัดสุพรรณบุรี

ตระกูลไทยเศรษฐ์ (อุทัยธานี) บ้านใหญ่เจ้าของสโลแกน "พูดแล้วทำ" ที่รักษาฐานที่มั่นได้อย่างเบ็ดเสร็จ

"เทคโนแครตพลัส" การ "แต่งหน้าเค้ก" ที่เปลี่ยนภาพจำ "พรรคภูธร" สู่ "ภาพมืออาชีพ"

อีกเรื่องที่เนวินทำตามทักษิณได้เนียน คือการ "แต่งหน้าเค้ก" ทักษิณ เคยมี ทีมเศรษฐกิจชั้นยอด ที่ทำให้คนเมืองเชื่อมั่น เนวินก็ไปดึงเอา "เทคโนแครต" และผู้บริหารระดับแม่เหล็กเข้ามาร่วมทีม

การเปิดตัว ศุภจี สุธรรมพันธุ์ (อดีตผู้บริหารเอกชน) , เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (อดีตขุนคลัง), สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (นักการทูต) คือ ยุทธศาสตร์ที่จงใจบอก "ชนชั้นกลาง - นักลงทุน" ว่า "เราไม่ใช่พรรคบ้านนอกอีกต่อไป แต่เราคือทีมบริหารประเทศมืออาชีพ"

เนวิน ชิดชอบ อดีตมือขวา ทักษิณ
เนวิน ชิดชอบ อดีตมือขวา ทักษิณ

ชำแหละผลเลือกตั้ง 2569 เมื่อ "สีน้ำเงิน" กลืน "สีแดง" สกัด "สีส้ม"

ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 บอกเราชัดเจนครับว่า "สีน้ำเงิน" กำลังกลายเป็นสีหลักของแผนที่ประเทศไทย 

ที่น่าสนใจ คือ จ.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยที่เคยครองเชียงใหม่มาตลอด กลับไม่ได้รับเลือกแม้แต่เขตเดียวในเชียงใหม่ โดยเสียที่นั่งให้พรรคประชาชน และ พรรคกล้าธรรม

ในขณะที่ภาคอีสานซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของ ทักษิณ ภูมิใจไทยก็เข้าไปเจาะจนกวาดมาได้ถึง 64 ที่นั่ง

การที่ ภูมิใจไทย ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนที่นั่งเกือบ 200 ที่นั่ง ในขณะที่เพื่อไทยหล่นไปเป็นอันดับ 3 และ พรรคประชาชน ยังคงวนเวียนอยู่กับคะแนนในเมืองเป็นหลัก มันคือการพิสูจน์ว่ายุทธศาสตร์ "น้ำเงินแลนด์สไลด์" ของเนวินนั้นใช้งานได้จริง

ยุทธศาสตร์ "โหวตเชิงยุทธศาสตร์" หมัดเด็ดสกัด "พรรคประชาชน"

เรื่องสุดท้ายคือยุทธศาสตร์ "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" ภูมิใจไทย ใช้จิตวิทยาการเมือง โดยปลุกกระแส "โหวตทางยุทธศาสตร์" สื่อสารกับกลุ่ม "คนรักชาติ-กลุ่มอนุรักษนิยม" ว่า หากกระจายเสียงไปให้พรรคเล็กพรรคน้อย หรือเลือกพรรคประชาธิปัตย์ที่กระแสยังไม่มา จะทำให้เสียงแตกและ พรรคประชาชน ชนะ

การรณรงค์ให้เลือก "สีน้ำเงินทั้ง 2 ใบ" เพื่อความมั่นคงและเสถียรภาพ ทำให้ภูมิใจไทยสามารถดึงคะแนนจากฐานเสียงเดิมของ "ลุงตู่" และ "ประชาธิปัตย์" มาได้มหาศาล 

พรรคประชาชน
พรรคประชาชน

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยหน้าใหม่กำลังถูกเขียนขึ้นด้วยปากกาสีน้ำเงิน เนวิน ชิดชอบ ได้พิสูจน์แล้วว่าเขาสามารถ "ย้อนรอย" ทักษิณ ชินวัตร ได้ทุกย่างก้าว ตั้งแต่การสร้างนายกฯ การดูดบ้านใหญ่ ไปจนถึงการทำแลนด์สไลด์ 

แต่สิ่งที่เนวินทำได้เหนือกว่า คือ การรักษาสมดุลอำนาจระหว่าง "บ้านใหญ่ท้องถิ่น - กลุ่มทุน - เครือข่ายอนุรักษนิยม" ได้อย่างแนบเนียนกว่าที่ทักษิณ เคยทำ

การที่พรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ด้วยที่นั่งเกือบ 200 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2569 คือสัญญาณชัดเจนว่า "ระบอบทักษิณ" กำลังถูกแทนที่ด้วย "ระบอบเสถียรภาพสีน้ำเงิน" โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัยติด ที่มาพร้อมกับทีมเทคโนแครตมืออาชีพ 

ต่อจากนี้การเมืองไทยจะไม่ได้เป็นการต่อสู้ระหว่าง "แดง" กับ "เหลือง" อีกต่อไป แต่จะเป็นการประจันหน้ากันระหว่าง "ระเบียบอำนาจใหม่สีน้ำเงิน" กับ "พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสีส้ม" โดยมี "เพื่อไทย" เป็นเพียง พรรคร่วมรัฐบาล หรือ ฝ่ายค้าน อันดับรองเท่านั้นเอง

ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนว่า ในโลกการเมือง "ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร" มีเพียงแต่ว่าใครจะใช้บทเรียนจากอดีตมาปรับปรุงเพื่อครองอำนาจในปัจจุบันได้ดีกว่ากัน และวันนี้ เนวิน ชิดชอบ คือ ผู้ที่ทำสิ่งนั้นได้สำเร็จ

แหล่งอ้างอิง

thestandard / today / today / today / bangkokbiznews / buuir / rocketmedialab / thaipbs / thaipbs / thaipbs / thaipbs / themomentum / the101 / /spacebar / prachatai / thestandard / thestandard /

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์